Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน14 กันยายน 2552
“ชารอต”ฟุ้งมีเดียฯโกย100ลบ.ปีนี้ เพิ่มรายการวิก7สีลุยเคเบิลทีวี3ช่อง             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

มีเดีย ออฟ มีเดียส์, บมจ.
ชาลอต โทณวณิก
TV




“ชาลอต” แย้มเพิ่มรายการทีวีช่วงไพร์มไทม์ใหม่อีก 1 รายการ ในช่อง7สี ขยับเวลาข่าว”ประเด็นเด็ด 7 สี” เพิ่ม หลังซิวเรตติ้งทิ้งห่างคู่แข่ง พร้อมเดินหน้านั่งแท่นเจ้าแม่เคเบิลทีวี ปีหน้าผุดอีก 3 ช่อง หลังประสบความสำเร็จ “มีเดีย ชาแนล” โกยรายได้แน่ 60 ล้านในสิ้นปี มั่นใจปีนี้ภาพรวมรายได้โตแน่ 10% ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

นางชาลอต โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายวัน” ว่า ปัจจุบันบริษัท มีรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศอยู่ 6 รายการ คือ รายการข่าว เจาะเกาะติด, รายการข่าว ,รายการข่าวเช้า เช้านี้ที่หมอชิต , ประเด็นเด็ด 7 สี, เส้นทางเศรษฐี, 1สมอง 2 มือ, และละครซิทคอม เฮฮาหน้าซอย ซึ่งทั้งหมดออกอากาศทางช่อง 7 สี

โดยในส่วนของรายการโทรทัศน์นั้น บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มรายการวาไรตี้ขึ้นมาอีก 1 รายการ โดยอยากได้เวลาการออกอากาศในช่วงไพร์มไทม์ ซึ่งขณะนี้ได้เสนอไปทางช่อง 7 สีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาว่าจะได้หรือไม่ นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ลงทุนผลิตละครอีก 2 เรื่อง คือ คุ้มผาคำ และส้มหวานน้ำตาลเปรี้ยว ซึ่งทั้งสองเรื่องจะนำเสนอแก่ทางช่อง 7 ต่อไปโดยจะเริ่มถ่ายทำในช่วงไตรมาส4นี้ ลงทุนเฉลี่ยเรื่องละ 10 ล้านบาท

อีกทั้งบริษัทยังได้เวลากับทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยการผลิตละครป้อนให้อีก 1 เรื่องด้วย โดยขณะนี้ได้เริ่มถ่ายทำไปบ้างแล้ว ส่วนจะออกอากาศในเวลาใดนั้น ขึ้นอยู่กับทางช่อง

นอกจากนี้ ในส่วนของรายการข่าวอย่าง ประเด็นเด็ด7สี จากช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ทิ้งห่างคู่แข่งที่มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ถือได้ว่ารายการของเราประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งยอมรับว่าได้อานิสงส์จากละครหลังข่าวของทางช่อง ที่มีเรตติ้งดีอยู่แล้ว จึงช่วยส่งให้รายการข่าวประเด็นเด็ด 7 สี มีเรตติ้งที่ดีบวกกับวิธีการนำเสนอที่ทันสมัย ช่วยให้การเสนอข่าวมีความน่าสนใจขึ้น ส่งผลให้บริษัทเตรียมที่จะขอขยายเวลาในการนำเสนอมากขึ้น เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญทั้งของมีเดีย ออฟ มีเดียส์เอง และกับทางช่อง7 ที่มีความแปลกใหม่ และมีเรตติ้งดีขึ้น ซึ่งในปีหน้าราคาโฆษณาในรายการข่าวนี้ จะยังคงไม่ปรับขึ้นแต่อย่างไว้ คงไว้ที่ 3 แสนบาทต่อนาทีซึ่งปัจจุบันเวลาขายโฆษณาได้รับการตอบที่ดี จนล้นเวลา

นางชาลอต กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในส่วนของเคเบิลทีวี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้หันมาโฟกัส กับการเป็นคอนเท้นโพไวเดอร์ ซึ่งเปิดตัวไปแล้ว 1 ช่อง กับ “มีเดีย ชาแนล” โดยนำเสนอคอนเท้นท์เป็นละครดังจากทางช่อง 7 สีนั้น ตลอด1ปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่าดี ปัจจุบันมีรายได้จากการขายโฆษณาแล้วกว่า 50 ล้านบาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักส์และมีภาครัฐบางส่วน เช่น กระทรวงต่างประเทศ เป็นต้น ภายในสิ้นปีมองว่าน่าจะมีรายได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ประมาณ 60-70 ล้านบาท

ทั้งนี้ ช่วงปลายปีบริษัทจะเพิ่มช่องในเคเบิลทีวีอีก 1 ช่อง โดยเป็นช่องสำหรับวัยรุ่นและกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้ชื่อใด โดยการลงทุนเบื้องต้นขยายช่องนี้เพิ่มนั้น อยู่ที่ 30 ล้านบาท ถือว่าน้อยกว่า มีเดียชาแนล ที่มีการลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เพราะค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ละครค่อนข้างสูง โดยในปีหน้าบริษัทยังมีแผนที่จะขยายช่องเพิ่มอีก 3 ช่อง ซึ่งมีทั้งโมเดลในรูปแบบร่วมกับพาร์ทเนอร์ และการรับบริหารช่องให้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านเคเบิลทีวี มองว่าจะมีอย่างต่อเนื่อง เพราะกระแสการตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับรายได้นั้นยังถือว่าน้อยอยู่มาก เมื่อเทียบกับการผลิตรายการทางฟรีทีวี โดยใน3-5 ปีหลังจากนี้ มองว่ารายได้หลักของบริษัทยังมาจากรายการโทรทัศน์ ซึ่งในปีนี้มีสัดส่วนมากกว่า 90% และเคเบิลทีวีประมาณ 6-7% โดยภายในปีนี้มั่นใจว่าภาพรวมรายได้จะมีการเติบโตราว 10% หรือประมาณ 100 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย