Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน2 พฤศจิกายน 2552
เบียร์ถูกตีตลาดรับอาฟต้าปี 53 จี้รัฐปรับภาษี             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ไทยเอเซีย แปซิฟิค บริวเวอร์รี่ จำกัด

   
search resources

ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอร์รี่, บจก.
ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์
Alcohol




ยักษ์ใหญ่ฟองเบียร์ “สิงห์-ไฮเนเก้น” เฮแนวคิด “กรณ์” จวกกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีเบียร์ไม่โปร่งใส แนะรื้อระบบปรับสู่มาตรฐานสากล จัดเก็บตามดีกรีแอลกอฮอล์ รับมืออาฟต้าภาษีนำเข้าน้ำเมา 0% หวั่นเบียร์ราคาถูกจีน-ลาว คาร์ลสเบิร์ก แห่ทะลักร่วม 100 แบรนด์ “ไฮเนเก้น-อาซาฮี” จ่อนำเข้าหวังราคาสินค้าถูก

นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ กล่าวถึงกรณีที่ “กรณ์ จาติกวณิช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงการจัดเก็บภาษีสินค้าบางกลุ่มที่ไม่มีความโปร่งใส และการไม่มีมาตรฐานการตรวจสอบ อาทิ การจัดเก็บภาษีเบียร์ ณ หน้าโรงงานของกรมสรรพสามิตซึ่งตนเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว จากปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้ระบบการจัดเก็บภาษีตามปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์ ขณะที่ประเทศไทยยังมีการจัดเก็บภาษีตามมูลค่า ณ ราคาหน้าโรงงาน มีทั้งหมด 3 อัตรา ได้แก่ เบียร์อีโคโนมีเสียภาษีสรรพสามิตขวดละ 20.87 บาท เบียร์สแตนดาร์ด 28.33 บาท และเบียร์พรีเมียม 29.11 บาท

“การจัดเก็บภาษีตามปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์ จะมีผลทำให้ตลาดเปลี่ยน โดยผู้ประกอบการหันผลิตเบียร์ดีกรีต่ำ สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาดื่มเบียร์ดีกรีต่ำ เพราะมีราคาถูก ซึ่งในยุโรปและญี่ปุ่นให้ระบบการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ก็มีผลทำให้คนดื่มเบียร์ดีกรีต่ำ ทดแทนการดื่มดีกรีสูงที่มีผลเสียต่อร่างกายมากกว่ายกตัวอย่าง เบียร์ช้างมีปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์สูง 6.4% แต่เป็นเบียร์ที่อยู่ในเซกเมนต์อีโคโนมี การเสียภาษีต่อขวดจึงถูก เมื่อเทียบกับเบียร์เซกเมนต์อื่นๆ”

ทั้งนี้หากกรมสรรพสามิตยังมีการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ณ หน้าโรงงานตาม โดยคิดตามเซกเมนต์ของสินค้า จะสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปีหน้านี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการคนไทย จากปีหน้าการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟต้า มีผลทำให้ภาษีนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหลือ 0% ที่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2553 ซึ่งจะทำให้เบียร์จากต่างประเทศหรือทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ เข้ามาทำตลาดด้วยการวางราคาสินค้าถูก เพราะสามารถแจ้งในราคาที่ต่ำตามความพอใจได้ จากการที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเพียงแต่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกระบวนการส่งออกที่เกิดขึ้นในไทย (CIF:Cost Insurance and Freight)

“การจัดเก็บภาษี ณ หน้าโรงงานโดยถูกกำหนดให้เก็บตามเซกเมนต์ ทำให้เบียร์ของผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบทันทีในปีหน้านี้ เบียร์ไทยจะมีราคาสูง ขณะที่เบียร์นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะมีราคาถูก อย่างไรก็ตามแผนการตลาดเพื่อรองรับกับการแข่งขันในปีหน้านี้ที่มีความรุนแรง บริษัทโฟกัสด้านระบบลอจิสติกส์และด้านบริการ ส่วนอาซาฮีมีโอกาสที่จะใช้ฐานการผลิตจากประเทศอื่นๆ แทน และส่งกลับมาไทยเพื่อได้ราคาสินค้าถูกกว่า”

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีหน้าจะมีเบียร์ใหม่ๆ จากประเทศต่างประเทศทะลักเข้าสู่ประเทศไทย 100 แบรนด์ และผลจากราคาเบียร์ที่ถูกกว่าเบียร์ไทย ยังมีผลทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคดื่มเบียร์มากขึ้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางที่ภาครัฐรณรงค์ลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย ขณะที่กรมสรรพสามิต มีแนวโน้มว่าจะจัดเก็บภาษีได้น้อยลง ซึ่งปีนี้สภาพตลาดเบียร์มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ติดลบ 10% นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สำหรับการติดลบเป็นตัวเลขสองหลัก

ไฮเนเก้นจ่อนำเข้าเบียร์เพื่อนบ้าน

นายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น ไทเกอร์ และเชียร์ เปิดเผยว่า จากการจัดเก็บภาษี ณ หน้าโรงงานตามเซกเมนต์ของเบียร์ และการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟต้าในเดือนมกราคม ทำให้เบียร์นำเข้ามีราคาถูกกว่าเบียร์ที่ผลิตในประเทศ

โดยยกตัวอย่างการผลิตเบียร์จีนหรือลาว มีต้นทุน12-13 บาท เมื่อเทียบกับเบียร์ผลิตในประเทศไทย เสียภาษี 20 บาทขึ้นไปต่อขวด เป็นต้น ตลาดเบียร์จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่วนกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีได้น้อยลง

ทั้งนี้เสนอให้กรมสรรพสามิต ปรับระบบการจัดเก็บภาษีหน้าโรงงานใหม่ โดยมีด้วยกัน 2 แนวทาง คือ 1.การจัดเก็บภาษีตามปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์ ตามมาตรฐานสากล หรือ 2.การจัดเก็บภาษีโดยแบ่งกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น กลุ่มเบียร์ เหล้า เหล้าขาว โดยไม่ได้คิดภาษีตามเซกเมนต์ ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ควบคุมการทะลักของเบียร์ต่างประเทศราคาถูกเข้ามาทำตลาดและยังทำให้เบียร์จากผู้ประกอบการไทยหรือเบียร์ไฮเนเก้น ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทยสามารถแข่งขันทางการตลาดโดยไม่เสียเปรียบด้านราคา

“ยังไม่สายหากกรมสรรพสามิต ปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บภาษีใหม่ ซึ่งก็ดีกว่าไม่ดำเนินการทำอะไรเลย เพราะระบบจัดเก็บภาษีดั้งเดิมจะเอื้อให้เกิดเบียร์ต่างประเทศราคาถูกเข้ามาทำตลาด และสนับสนุนให้คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ”

นายปริญ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการตลาดเพื่อรองรับกับการแข่งขันในปีหน้านี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าคาลเบิร์ก เบียร์เซกเมนต์พรีเมียมเช่นเดียวกับไฮเนเก้น จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในเชิงรุกมากขึ้น โดยใช้ฐานการผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและลาว ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่เบียร์คาลเบิร์กจะมีราคาถูกกว่า ซึ่งมีผลต่อเบียร์ไฮเนเก้นโดยตรง

ดังนั้น จึงมีแนวโน้มว่าบริษัทจะพิจารณานำเข้าเบียร์ไฮเนเก้นโดยใช้ฐานการผลิตในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย