Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน2 พฤศจิกายน 2552
UKEMคาดผลิตเอทานอลปี54 หวังป้อนรายได้บ.แม่ปีละ20%             
 


   
search resources

Chemicals
ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล, บมจ.




" ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล " เดินหน้าเพิ่มขนาดธุรกิจ ระบุโรงงานเอทานอลแค่ก้าวแรก เล็งกำลังผลิตเบื้องต้น 2 - 3 หมื่นตัน เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ต้นปี 54 ป้อนรายได้เข้าบริษัทเพิ่ม 20% เตรียมขยายไลน์สินค้าเคมีภัณฑ์ในเฟสต่อ ๆ ไปเพิ่มต่อยอดธุรกิจ ลุ้นดีลเอเย่นต์ขายสินค้าที่อเมริกาช่วงธันวาคมปีนี้ ชี้หากสำเร็จเม็ดเงินอีก 200 -300 ล้านไหลเข้าบัญชีปี 53 ผู้บริหารย้ำแม้ไตรมาส 3 ปีนี้ไม่ดีมั่นใจภาพรวมทั้งปีมาร์จิ้นและกำไรโตจากปีก่อน

นายพีรเจต สุวรรณภาศรี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) หรือUKEM เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งบริษัทย่อย ได้แก่ UKEM ETHANOL AND EASTER Co., Ltd. ทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 5 ล้านบาทว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริษัทอยู่ในช่วงพิจารณาถึงขนาดของกำลังการผลิตของโรงงานแห่งนี้ โดยมีตัวเลือก 2 อย่างคือ กำลังการผลิต 20,000ตัน และ 30,000 ตัน ซึ่งสถานที่จัดตั้งโรงงานจะอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี เพราะมองว่าเป็นทำเลที่มีทรัพยากรทางน้ำที่สมบูรณ์ อีกทั้งอยู่ใกล้กับ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกมันสัมปะหลัง ที่จะเป็นวัตถุในการผลิตเอทานอล

ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวจะใช้เวลาก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรประมาณ 1 ปี ด้วยงบลงทุน 250 -300 ล้านบาท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดกำลังการผลิต คาดเร็วที่สุดที่จะสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้น่าจะเป็นช่วงต้นปี 2554 โดยจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่บริษัทประมาณ 500 หรือ 700 ล้านบาท ในปี 2554 หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 20%

"แผนนี้ตอนเริ่มต้น เรามีแผนก่อสร้างโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ ด้วยงบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท แต่เมื่อเราได้ทำการศึกษาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและความต้องการในอนาคตแล้ว จึงมีการขยายโปรเจกต์ดังกล่าวให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งโปรเจกต์นี้เราไม่เพียงต้องการจะมุ่งผลิตแต่เอทานอล หรือแก๊สโซลฮอล์เท่านั้น ในเฟสต่อ ๆไปก็จะขยายสินค้าในด้านเคมีภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติมต่อเนื่อง เพราะเรามองว่าเอทานอลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยในแง่ธุรกิจได้มากนัก แต่หากพัฒนาไปสู่เคมีภัณฑ์ตัวอื่นๆได้จะเป็นสิ่งที่ดีกว่า "นายพีรเจตกล่าว

สำหรับ ผลดำเนินงานในไตรมาส 3/2552 อาจลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และอาจจะดูลดลงมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2551 เพราะเป็นช่วงพีคของราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลผลักดันให้ผลดำเนินงานของบริษัทซึ่งเป็นเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในภาพรวมของปีนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) และกำไรจากผลดำเนินงาน น่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนที่มีอยู่ 47 ล้านบาทแน่ จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว และราคาน้ำมันที่ขยับอยู่ในขาขึ้น

โดยปัจจุบันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 13% จากเดิมในปีก่อนที่อยู่ระดับ 9.51% แต่จากปีนี้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ลดลง ประกอบกับบริษัทมีสต๊อกต้นทุนถูกลง และมีดอกเบี้ยจ่ายอยู่ในระดับต่ำ จึงช่วยทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 3%

ส่วนช่วงที่เหลืออยู่ของปีนี้ บริษัทมองว่าจากราคาน้ำมันที่เริ่มกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้จะมีการพักฐานของราคาบ้าง แต่แนวโน้มก็ยังปรับตัวรับกับสภาวะเศรษฐกิจ ที่จะผลักดันให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้มองว่าทิศทางธุรกิจในไตรมาส 4/2552 จะมีแนวโน้มที่ดีจากดีมานด์ความต้องการใช้เคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจากับคู่ค้าทางธุรกิจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นคาดว่าจะทราบผลการเจรจาภายในสิ้นปีนี้ เหตุเพราะต้องพูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ อีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องคุณภาพ ศักยภาพ เนื่องจากเป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ทำให้ บริษัทคาดว่าหากประสบผลสำเร็จจะผลักดันยอดขายในปี 2553 ให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 200 -300 ล้านบาท หรือเพิ่มประมาณ 10% จากปีนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 1,900 – 2,000 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถมียอดขายได้ประมาณ 930 ล้านบาท

" ปีหน้า เรามองว่ายอดขายจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น ตามปริมาณการใช้และราคาน้ำมัน ที่จะช่วยผลักดันให้ยอดขายและกำไรของบริษัทขยับตัว แต่ตรงจุดนี้เราไม่หวังไว้ที่โซลเว้นท์เพียงอย่างเดียว โดยเราหวังในเรื่องสินค้าเคมีภัณฑ์ตัวอื่นๆ ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ารับเป็นเอเย่นต์จำหน่ายสินค้า ซึ่งหากข้อสรุปสิ้นปีนี้ลงตัวด้วยดี ผลดำเนินงานปีหน้าก็จะดีขึ้นตามที่เราคาดหมายไว้ และเมื่อเอทานอลเริ่มเดินเครื่อง รายได้ในปี54 ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอีก "

ก่อนหน้านี้ UKEM ให้เหตุผลในการเข้าลงทุนด้านเอทานอลว่า แนวโน้มความต้องการใช้พลังงานเอทานอลในอนาคตจะมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 น่าจะมีความต้องการใช้ในระดับสูง ขณะที่การผลิตเอทานอลจะมี 2 ส่วนแบ่งเป็นการผลิตเพื่อขายในภาคอุตสาหกรรมและเพื่อเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้หากบริษัทสามารถตั้งโรงงานได้จะส่งผลดีต่อการผลิตโซลเว้นท์ โดยจะช่วยในการผลิตสารเคมีและจะทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องนำเข้าสารเคมีบางประเภทอีกต่อไป อีกทั้งการตั้งโรงงานจะทำให้บริษัทเป็นต้นน้ำในการผลิตสารเคมีบางชนิด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย