Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน30 พฤศจิกายน 2552
จ่อขอ ธปท.เพิ่มวงเงิน FIF             
 


   
www resources

โฮมเพจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

   
search resources

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
Investment




ก.ล.ต ชี้.แนวโน้มการลงทุนเอฟไอเอฟ เติบโตก้าวกระโดด หลังเห็นสัญญาณการขอตั้งกองทุนอีกกว่า 6-7 พันล้านเหรียญสรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ซบเซาลงเพราะสถาบันการเงินต่างแดนประสบปัญหา ยืนยันจับตาอย่างใกล้ชิด หากวงเงินถูกใช้จริงถึง 70-75% เตรียมขอเพิ่มวงเงินจากแบงก์ชาติรองรับการลงทุนในอนาคต “ประเวช” ชี้ ผลตอบแทนการลงทุนต่างแดนยังอยู่ในอัตราที่สูง ล่าสุดมี เม็ดเงินออกไปลงทุนจริงแล้ว 1.6 หมื่นล้านเหรียญ จากที่ได้จัดสรรไป 2.2-2.3 หมื่นล้านเหรียญ

นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ ( FIF) จะเติบโตมากขึ้นแบบก้าวกระโดด หลังจากที่มีการหยุดการลงทุนในช่วงที่สถาบันการเงินของสหรัฐฯประสบปัญหาขาด ทุน ซึ่งขณะนี้การลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมาดีมากขึ้น ทำให้ตอนนี้มีกองทุนที่อยู่ระหว่างการขอจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมเงินจากนักลง ทุนในการไปลงทุนต่างประเทศอีกประมาณ 6,000-7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ขณะนี้การลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมาแล้ว เพราะมีบลจ.ขอยื่นจัดตั้งกองอยู่ มูลค่า 6-7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และรอขายต่อนักลงทุนไทยเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ หลังจากที่ผ่านมาได้มีการหยุดการลงทุนจากการที่เลห์แมนบราเธอร์ประสบปัญหา ทางการเงิน โดยเชื่อว่าแนวโน้มการลงทุนดังกล่าวจะโตมากขึ้นแบบก้าวกระโดด”นายประเวช กล่าว

ที่ผ่านมามีเม็ดเงินออกไปลงทุนจริงในต่างประเทศแล้ว 16,000 ล้านเหรียญ จากที่ก.ล.ต.ได้มีการจัดสรรวงเงินให้ไปแล้ว จำนวน 22,000 -23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการไปลงทุนต่างประเทศ90% จะเป็นการลงทุนในพันธบัตร ซึ่ง ก.ล.ต.ได้มีการติดตามในเรื่องการไปลงทุนต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยหากมีการใช้วงเงินไปลงทุนจริงในต่างประเทศถึงระดับ 70-75%ของวงเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)อนุมัติไว้ที่30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ก.ล.ต.จะมีการขอวงเงินเพิ่ม จากธปท.

ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับการที่จะมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย(ตลท.)ในลักษณะจดทะเบียน2 ตลาด (ดูอัลลิสต์ติ้ง)และการที่บริษัทหลักทรัพย์(บล..)และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)จะไปลงทุนต่างประเทศเพื่อบัญชีของบริษัท

ส่วนการลงทุนของนักลงทุนไทยไปลงทุนซื้อขายหุ้นต่างประเทศโดยผ่านบริษัทหลัก ทรัพย์ นายประเวช ยอมรับว่า ยังมีสัดส่วนที่ต่ำอยู่ ซึ่งก.ล.ต.ได้มีการอนุญาต ให้บล.ต่างประเทศแนะนำการลงทุนแก่นักลงทุนไทยแต่จะต้องร่วมมือกับบล.ไทยใน การดำเนินการดังกล่าว

นายประเวช กล่าวว่า การให้เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เกตติ้ง) ของโบรกเกอร์ต่างประเทศเข้ามาให้ความรู้กับนักลงทุนได้นั้น จะทำให้นักลงทุนไทยมีความรู้และข้อมูลการไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น และสามารถที่จะทำให้ไปลงทุนเองได้โดยผ่านบล.ไทย ซึ่งจะทำให้นักลงทุนลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบลจ.บริหารการลงทุนในต่างประเทศ ให้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเปิดให้นักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศได้ โดยมีหุ้นต่างประเทศขั้นต่ำประมาณ 20 ประเทศที่นักลงทุนไทยสามารถเข้าไปลงทุนได้

นอกจากนี้ยังสามารถลงทุนในดัชนีหุ้นต่างประเทศ พันธบัตร ทองคำ น้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายและกระจายความเสี่ยงในการ ลงทุน ีอกด้วย

สำหรับผลตอบแทนจากการไปลงทุนต่างประเทศที่ผ่านมานั้น พบว่าให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจาก การที่อัตราดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งการลงทุนในพันธบัตรของประเทศเกาหลีจ่ายดอกเบี้ยอัตรา 4% ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการจ่ายดอกเบี้ย 2-3% แต่ก็ยังคงให้ผลตอบแทนที่สูง โดยการไปลงทุนต่างประเทศนั้นถือว่าเป็นการให้ผลตอบแทนที่สูงอยู่ตราบใดที่ นักลงทุนสามารถที่จะยอมรับความเสี่ยงได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย