Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์24 ธันวาคม 2552
จุดเปลี่ยนตลาดกล้องวิดีโอโอกาส 'แคนนอน' กลับมาใหญ่             
 


   
www resources

โฮมเพจ แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์)

   
search resources

Canon
แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์), บจก.
Camera




การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโน้มพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคทั่วโลก กำลังกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญของ 'แคนนอน' ที่จะกลับมาเบียดขึ้นผู้นำตลาดกล้องวิดีโออีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยให้คู่แข่งขันสำคัญอย่าง โซนี่ พานาโซนิค หรือแม้แต่ ซันโย ทำแต้มทิ้งห่างไปหลายช่วงตัว

หากเอ่ยถึงผู้นำตลาดกล้องทุกคนต้องนึกถึงแบรนด์ 'แคนนอน' อย่างแน่นอน แต่หากถามว่าผู้นำกล้องวิดีโอนั้น คำตอบที่ได้กลับกลายเป็น 'โซนี่' ไม่ใช่แคนนอน บริษัทที่ทำตลาดกล้องวิดีโอเป็นรายแรกของโลก แต่กลับปล่อยให้บริษัทที่เข้าสู่ตลาดทีหลังแซงหน้ายึดส่วนแบ่งทางการตลาดที่เคยมีอยู่ไป

'ตอนแคนนอนเริ่มทำตลาดกล้องวิดีโอนั้นถือเป็นยุคของอะนาล็อก เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอล แคนนอนปรับตัวช้ากว่าคู่แข่งขัน ทำให้สูญเสียส่วนแบ่งทางตลาดกล้องวิดีโอให้กับคู่แข่งขัน' Takashi Kuniyoshi บอสใหญ่ผลิตภัณฑ์กล้องวิดีโอของแคนนอน อิงค์ กล่าวและยอมรับว่า 'ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคมีความเชื่อถือในกล้องวิดีโอแบรนด์โซนี่อย่างมาก แคนนอนต้องพิสูจน์ตัวเองให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีกล้องวิดีโอที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน เหมือนอย่างเช่นกล้องดิจิตอลแคนนอนที่แข็งแกร่งในทุกตลาดทั่วโลก'

อย่างไรก็ตาม จากกระแสการเปลี่ยนของเทคโนโลยีและรูปแบบพฤติกรรมการใช้งานบนกล้องวิดีโอนั้น มีสองประเด็นหลักที่แคนนอนน่าจะใช้เป็นช่วงโอกาสในการกลับมาเป็นผู้นำตลาดกล้องวิดีโอได้อีกครั้งหนึ่ง

แคนนอนมองว่าเทรนด์ของตลาดได้เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนจาก Standard Definition ไปสู่ High Definition และการเปลี่ยนสื่อบันทึกจากฮาร์ดดิสก์หรือดีวีดีหรือเทป ไปเป็นแฟลชเมมโมรี กำลังกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญของแคนนอน

ที่ผ่านมาแนวโน้มของตลาดกล้องวิดีโอ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้หน่วยความจำประเภทฮาร์ดดิสก์ขณะนี้มีส่วนแบ่งตลาดลดลงอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีไม่ถึง 50% และคาดว่าภายในสิ้นปี 2552 จะเหลือเพียง 20% จากนั้นจะค่อยๆ หมดไปจากตลาด อย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ ขณะนี้กล้องวิดีโอจะเป็นประเภทแฟลชเมมโมรีทั้งหมดแล้ว

การลดลงของกล้องวิดีโอประเภทฮาร์ดดิสก์เป็นผลมาจากเทคโนโลยีนี้มาถึงทางตันที่ไม่สามารถพัฒนาต่อได้แล้ว นอกจากนี้ยังเกิดจากการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยีแฟลชเมมโมรีที่สะดวกในการใช้งานเพียงถอดออกจากกล้องก็สามารถเสียบเข้ากับพีซีได้ทันที นอกจากนี้ยังทำให้น้ำหนักของตัวผลิตภัณฑ์เบาด้วย

'แคนนอนต้องการเป็นผู้นำตลาดกล้องวิดีโอระดับ High Definition และแฟลชเมมโมรี'

การประกาศเช่นนั้นของแคนนอนเนื่องจากแคนนอนมีความพร้อมที่จะรองรับความต้องการที่เกิดขึ้นจากตลาด และเมื่อแคนนอนเชื่อว่าแฟลชเมมโมรีจะเป็นมาตรฐานของเทคโนโลยีประเภทหน่วยความจำ จึงได้ทุ่มทุนในการพัฒนาอย่างเต็มที่ รวมถึงการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ในการทำตลาดกล้องวิดีโอใหม่ โดยใช้แบรนด์ 'เลอเกรีย'(Legria) ทำตลาดในเมืองไทยและประเทศอื่นๆ

จุดเด่นของกล้องวิดีโอแคนนอน เลอเกรีย ถือเป็นกลยุทธ์ที่แคนนอนวางไว้เพื่อพิชิตคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาด คือการนำเอาสุดยอดเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพนิ่งต่างๆ ในกล้อง D-SLR ของแคนนอนมาพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมการบันทึกภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ High Definition ทำให้กล้องวิดีโอแคนนอน เลอเกรีย สามารถสร้างภาพวิดีโอที่คมชัด สีสมจริง เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีแม้ถ่ายในที่มืด พร้อมเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบแฟลชเมมโมรี ทำให้กล้องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เก็บข้อมูลได้มากขึ้น ทนทาน และประหยัดพลังงาน

อย่างกล้องวิดีโอ เลอเกรีย รุ่นล่าสุด HFS 11 ถือเป็นกล้องวิดีโอไฮเทคที่มีประสิทธิภาพสูงให้ความละเอียดระดับฟูลไฮเดฟฟินิชั่น ประกอบขึ้นด้วยชิ้นเลนส์จำนวน 15 ชิ้น เรียงเป็นแถวตอนลึกรับแสงได้โดยตรง ช่วยลดความผิดเพี้ยนของภาพ รวมถึงมีระบบป้องกันการสั่นไหว สามารถ่ายภาพวิดีโอและภาพนิ่ง ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์รับภาพแบบซีมอส เซ็นเซอร์มีขนาดใหญ่

สิ่งที่แตกต่างจากกล้องวิดีโอแบรนด์อื่นๆ และน่าที่จะทำให้แคนนอนใช้เป็นจุดขายสำคัญกับกล้องวิดีโอ เลอเกรีย HFS11 ก็คือความสามารถในการถ่ายภาพนิ่งได้ถึง 8 ล้านพิกเซล ซึ่งกล้องวิดีโอที่วางจำหน่ายในตลาดปัจจุบันยังไม่มีผู้ผลิตรายอื่นๆ ทำตลาด นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพนิ่ง 6 ล้านพิกเซลขณะกำลังถ่ายวิดีโอได้ด้วย แต่ถ้านำภาพวิดีโอมาทำเป็นภาพนิ่งจะได้ 2 ล้านพิกเซล

ก้าวต่อไปของแคนนอนคือ การสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคและตลาดทั่วโลกถึงจุดเด่นของกล้องวิดีโอเลอเกรีย พร้อมทั้งพยายามให้ผู้บริโภคได้ทดลอง ได้สัมผัสผลิตภัณฑ์เลอเกรีย เนื่องจากสามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างกล้องวิดีโอเลอเกรียและกล้องวิดีโอแบรนด์ได้อย่างชัดเจน และน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างตลาดให้กับแคนนอนได้อีกทางหนึ่ง เมื่อผนวกกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจึงน่าจะเป็นโอกาสให้แคนนอนแย่งตลาดคืนจากคู่แข่งขันได้




อัพเดดล่าสุด 12/24/2009 3:10:59 PM โดย Chaotip Kleekhaew

หมายเหตุ เส้นแบ่งข่าว หมายถึง ข่าวถูกแบ่งเป็นหน้า ๆ
keyword :

Close   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย