Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2527
การต่อสู้ดิ้นรนระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา             
 

   
related stories

อันเนื่องมาจากเรื่องปก
จากจินตนาการสู่ความเป็นจริง
ระยะฟื้นตัวและการขยายงาน
ความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
เบื้องหลังของท่าหลวง
ใหญ่เกินไปก็มีข้อเสีย

   
www resources

โฮมเพจ เครือซิเมนต์ไทย

   
search resources

ปูนซิเมนต์ไทย, บมจ.
Cement
Political and Government




เมื่อสงครามซึ่งไม่ให้ประโยชน์กับผู้ใดไม่ว่าจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะได้จบสิ้นลง ก็ถึงคราวที่จะต้องมีการฟื้นฟูบูรณะประเทศอย่างใหญ่หลวงและโดยเร่งด่วน บริษัทปูนซิเมนต์ไทยได้รับสมัครพนักงานใหม่และสั่งซื้อเครื่องจักรเข้ามาใหม่ ทั้งนี้โดยจิตสำนึกที่ว่า บริษัทจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการบูรณะและพัฒนาประเทศด้วย สิ่งหนึ่งที่บริษัทคำนึงถึงพร้อมๆ กันก็คือการส่งออก เพราะในระยะก่อนสงครามการที่บริษัทส่งปูนซีเมนต์เป็นสินค้าออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย มีส่วนช่วยนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก และตลาดเหล่านั้นก็ยังคงมีความต้องการปูนซีเมนต์จากประเทศไทยอยู่เช่นเดิม ในขณะเดียวกันความต้องการในประเทศก็มีอัตราสูงเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน และสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ มาทดแทนของเก่าที่ถูกทำลาย บริษัทจึงได้รื้อฟื้นโครงการก่อสร้างโรงงานท่าหลวงที่ต้องชะงักระหว่างสงครามมาดำเนินต่อไปอย่างเร่งด่วน โรงงานแห่งนี้มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมเนื่องจากเหตุผลหลายประการ เป็นต้นว่าใกล้แม่น้ำป่าสักทำให้สามารถขนส่งปูนซีเมนต์ทางน้ำได้และอยู่ห่างจากบ่อดินขาวซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ ต.บ้านหมอเพียง 10 กม. เท่านั้น นอกจากนั้นเพื่อความสะดวกในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาดได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก บริษัทจึงลงทุนสร้างทางรถไฟมีความยาว 8 กม. เชื่อมระหว่างโรงงานกับทางรถไฟสวายเหนือที่สถานีบ้านหมอด้วยเงินของบริษัทเอง แล้วมอบให้เป็นสมบัติของรัฐในเวลาต่อมา

การก่อสร้างโรงงานท่าหลวงแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ในปลายปี พ.ศ.2491 ด้วยกำลังผลิตปีละ 130,000 ตัน ซึ่งเพียงพอที่จะแบ่งผลผลิตให้แก่บริษัทกระเบื้องกระดาษไทยได้ โรงงานผลิตกระเบื้องซีเมนต์ใยหินที่บางซื่อจึงเริ่มทำการผลิตอีกครั้งหนึ่ง โดยรับพนักงานเก่าเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิมเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้นกิจการของบริษัทกระเบื้องกระดาษไทยก็ดำเนินก้าวหน้าไปด้วยดี และเมื่อความต้องการของตลาดในการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น บริษัทจึงได้ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเก่า และเพิ่มกำลังผลิตจากปี 4,500 ตันในระยะเริ่มต้นเป็นปีละ 20,000 ตัน ในปี พ.ศ.2494

ในขณะเดียวกันฝ่ายผลิตเหล็กและเหล็กกล้าซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควรในการผลิตระหว่างสงครามก็ก้าวหน้าต่อไปด้วยความมั่นใจ โดยย้ายหน่วยงานด้านการผลิตเหล็กทั้งหมดไปรวมอยู่ที่โรงงานท่าหลวง ผลจากการพยายามแสวงหาเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการผลิตอยู่เสมอทำให้กิจการเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ.2491 โรงงานถลุงเหล็กแบบใช้ถ่านไม้เป็นเชื้อเพลิงแห่งแรกของประเทศไทย ก็ได้จัดตั้งขึ้น และสามารถผลิตเหล็กเหนียวแท่งได้เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2493 และต่อมาบริษัทได้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อขยายกำลังผลิตโดยเปลี่ยนเตาถลุงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนั้นในปี พ.ศ.2494 โรงงานแห่งนี้ยังได้เปิดแผนกเหล็กหล่อรูปพรรณขึ้นเพื่อผลิตอะไหล่สำหรับใช้ในเครื่องจักรของบริษัทแทนการสั่งซื้อจากต่างประเทศด้วย

บริษัทปูนซิเมนต์ไทยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการก่อสร้างขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่ยุคของคอนกรีตเสริมเหล็กและคอนกรีตอัดแรง จากแรงบันดาลใจและสำนึกในความรับผิดชอบต่อการพัฒนาการใช้ปูนซีเมนต์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาและได้ผลเต็มที่ แนวความคิดในการเป็นผู้นำทางด้านการผลิตวัสดุก่อสร้างจึงเกิดขึ้น ประกอบกับความพร้อมทั้งทางด้านพนักงาน ความรู้ด้านเทคโนโลยีและเงินทุน บริษัทจึงได้ก่อตั้งบริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด ขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2495 โดยวางแนวนโยบายที่จะผลิตวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในการผสมคอนกรีตให้ได้คุณภาพดี ตลอดจนผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป คอนกรีตเสริมเหล็กและคอนกรีตอัดแรงในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามาช่วยพัฒนาการก่อสร้างของประเทศให้ก้าวต่อไปข้างหน้า ในระยะแรกได้ตั้งโรงงานเล็กๆ เป็นขั้นทดลองอยู่ภายในบริเวณโรงงานบางซื่อ ต่อมาได้มีการจัดซื้อที่ดินและตั้งโรงงานที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้สะพานราม 6 บางซ่อน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นับเป็นโรงงานผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงแห่งแรกในประเทศ ทำการผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เสาไฟฟ้า เสาโทรเลข และคานสะพาน โดยได้มีพิธีเปิดโรงงานในปี พ.ศ.2496 ครั้นเมื่อวงการก่อสร้างเกิดความมั่นใจในผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงประกอบกับมีผู้ผลิตสินค้าคอนกรีตในรูปอื่นๆ ต่อไปเป็นการช่วยกระตุ้นให้การพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ในปี พ.ศ.2496 โรงงานอิฐทนไฟของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 และเป็นโรงงานแห่งแรกในประเทศก็เริ่มนำผลผลิตออกสู่ตลาด และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจขยายงานด้านการผลิตอิฐทนไฟครั้งใหญ่ขึ้นในอีก 6 ปีต่อมา และในปี พ.ศ.2496 นี้เช่นกัน โรงงานท่าหลวงของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยได้เริ่มเดินเครื่องหม้อเผาที่ 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตปีละ 130,000 ตัน และต่อมาหม้อเผาที่ 3 ซึ่งมีกำลังผลิตปีละ 210,000 ตันก็เริ่มผลิตได้ในปี พ.ศ.2500

นับแต่ปี พ.ศ.2502 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ทุ่มเทความสามารถให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศมากขึ้น บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจึงเริ่มสำรวจหาแนวทางที่จะขยายกิจการใหม่ๆ หลายด้านด้วยกัน เช่น มองหาแหล่งวัตถุดิบทางภาคใต้ เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เพื่อสนองความต้องการปูนซีเมนต์ของวงการก่อสร้างทางภาคใต้โดยเฉพาะ และเมื่อเหลือใช้ก็จะสามารถส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ได้สะดวกและประหยัดค่าขนส่งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันบริษัทกระเบื้องกระดาษไทย ก็พิจารณาตั้งโรงงานใหม่ที่นนทบุรีเพื่อผลิตท่อระบายน้ำซีเมนต์ใยหินและท่ออัดแรงซีเมนต์ใยหิน และในปี พ.ศ.2504 บริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง ได้ริเริ่มผลิตท่อคอนกรีตเสริมเหล็กตามมาตรฐานสากลโดยใช้เครื่องจักรเป็นบริษัทแรกในประเทศไทย สำหรับนำไปใช้กับระบบระบายน้ำของถนนมิตรภาพที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับโรงงานท่าหลวงของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยก็ได้ติดตั้งหม้อเผาที่ 4 ซึ่งเริ่มผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 เป็นต้นมา ด้วยกำลังผลิตปีละ 210,000 ตัน นอกจากนั้นในปี พ.ศ.2505 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ยังได้จัดตั้งบริษัทค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด ขึ้นเพื่อดำเนินการด้านการจัดจำหน่ายสินค้าของเครือซิเมนต์ไทยทั้งหมดในประเทศและต่างประเทศ ปีถัดมา การติดตั้งหม้อเผาที่ 4 ของโรงงานปูนซิเมนต์ที่บางซื่อก็แล้วเสร็จ และเริ่มผลิตได้ด้วยกำลังผลิตปีละ 100,000 ตัน ขณะเดียวกันบริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้างก็ได้จัดตั้งโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จขึ้นเป็นแห่งแรกที่บางซ่อน โดยใช้ระบบผสมแห้งและมีการนำเอารถผสมคอนกรีตมาใช้งานเป็นครั้งแรกด้วย สรุปได้ว่างานทุกด้านเจริญรุดหน้าไปอย่างน่าภาคภูมิใจยิ่ง

ดังนั้น เมื่อถึงวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการดำเนินงานใน พ.ศ.2507 จึงได้มีงานเลี้ยงฉลองความก้าวหน้าของบริษัท ณ บริเวณโรงงานบางซื่อ อันเป็นจุดกำเนิดของบริษัทเมื่อ 50 ปีก่อน ในวันนั้นผู้ถือหุ้นพร้อมทั้งฝ่ายบริหารและพนักงานต่างพากันปลาบปลื้มเป็นที่ยิ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในงาน และพระราชทานพรอันเป็นมหามงคลแก่บริษัท พร้อมกันนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นบริษัทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นพระกรุณาธิคุณต่อบริษัทและพนักงานของบริษัทเป็นล้นพ้น

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย