Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์5 มกราคม 2553
เคล็ดลับสร้างความรวย 10 นักการตลาดมือทอง !             
 

   
related stories

โฮมเพจ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)

   
www resources

โฮมเพจ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย
โฮมเพจ DTAC
โฮมเพจ อีซูซุ มอเตอร์ ประเทศไทย

   
search resources

มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย), บจก.
โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บมจ.
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์, บจก. - TPIS
อาร์เอส, บมจ.
มหาวิทยาลัยรังสิต
พฤกษา เรียลเอสเตท, บมจ.
Tourism
Education
Web Sites
Marketing
Alcohol
เฟรช แอร์, บจก.
วินิจ เลิศรัตนชัย
สิงห์ คอร์ปอเรชั่น, บจก.
พรศิริ มโนหาญ
Condominium
Cable TV
Research In Motion




ประเดิมด้วย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นเห็นผล ต้องยกให้ค่าย "พฤกษา เรียลเอสเตส " ภายใต้การบริหารงานของผู้นำนักการตลาดอย่าง " ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์" เพราะไม่เพียงแต่บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว แต่ยังสามารถขยายปีกสินค้าให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์อย่างมีชั้นเชิง

ขณะที่ ธุรกิจรถยนต์ ในรอบปีนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ต้องยกให้การแบรนด์ดิ้งสินค้าและองค์กรที่เรียนรู้ ศึกษาความเป็นตัวตนอย่างรอบด้าน ก่อนวางแผนบุกธุรกิจอย่างมีวิสัยทัศน์ของค่ายมาสด้า เซลล์ และการใช้กลยุทธ์แนวราบ บีโลว์ เดอะไลน์ เจาะตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเข้มข้น ของค่าย ตรีเพชร อีซูซุ ที่มี 2 บิ๊กบอสสาวอย่าง "สุรีทิพย์ ละอองทอง และ ปนัดดา เจณณวาสิน" เป็นแม่ทัพ

ตามด้วย ธุรกิจไอที และ มีเดีย ครั้งนี้ พลาดไม่ได้ คือแนวทางสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์อย่างมีศิลปะ จนสามารถสร้างความภักดีให้ตัวสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง จัดว่าเป็นยุทธวิธีหลัก ของแบรนด์ผู้ตามอย่าง "ดีแทค"ของ"ธนา เธียรอัจริยะ" ที่หลายธุรกิจสามารถนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงเขาใช้กลยุทธ์อะไรปลุกBlackberry Fever ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยได้ ตามด้วย ความอดทนและรู้จักปรับตัวพลิกวิกฤตที่เคยขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนมีโอกาสทำกำไร มีชัยชนะเป็นครั้งแรกในปีนี้ของเฮียฮ้อ สุรชัย เชษโชติศักดิ์ ค่ายอาร์เอส โปรโมชั่น และ มิสเตอร์ คอนเนคชั่น นักบริหารการตลาดที่ใช้ศิลปะบนธุรกิจสื่อได้อย่างแนบเนียบ จนเป็นที่จับตาของวงการเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ และอีเว้นต์

ธุรกิจคอนซูเมอร์ กับ การศึกษา 2 ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มูลค่าหลายหมื่นล้าน งานนี้ชัดเจนสุด คือ กลยุทธ์มัลติแบรนด์แตกไลน์สินค้าของค่ายสิงห์ คอร์เปอเรชั่นของ "ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์" และการแบรนด์ดิ้งใช้การตลาดแนวใหม่อย่างเข้มข้นต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยรังสิตของ "ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์"หัวเรือใหญ่ของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านรังสิต

ปิดท้ายด้วยมือดีด้านการท่องเที่ยว พรศิริ มโนหาญ แม้วันนี้จะเป็นอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งงานด้านที่ถนัดหวังดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยเพื่อดึงรายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด

กลวิธีดังกล่าวนี้ จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง สำหรับสินค้า บริการ ที่ล้วนต้องการฝ่ากระแสธุรกิจที่ยังคงแข่งขันดุเดือด วิกฤติเศรษฐกิจ การเมือง ที่ยังร้อนระอุ แม้ผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่ง แต่ก็ฉายแววปะทุอีกรอบในปี2553นี้อย่างน่าติดตาม

'บริหารต้นทุน หนุนทุกเซ็กเมนต์'
ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เจ้าพ่อพฤกษา


ต้องยอมรับว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) มาจากแนวคิดและการวางรากฐานของทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ ที่มองว่า ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสี่ที่ทุกคนต้องการเป็นเจ้าของแต่จะมีสักกี่คนที่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ ทองมา จึงมีแนวคิดสร้างบ้านราคาถูก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

ในช่วงแรกของการดำเนินงานเขา เลือกลงทุนโครงการบ้านเดี่ยวและทาว์นเฮาส์ ทำเลชานเมือง ราคาไม่แพง เฉลี่ยที่ยูนิตละ 500,000-600,000 บาท ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างสูง จนทำให้พฤกษาขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทองมาได้รับฉายา เจ้าพ่อตลาดล่าง หรือเจ้าพ่อบ้าน BOI หลังจากนั้น ทองมาจึงขยายธุรกิจสู่บ้านระดับกลางและระดับบน ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม คอรลคลุมทุกทำเล และทุกกลุ่มเป้าหมาย

ไม่เพียงแค่การโหมลงทุนอย่างหนัก แต่ทองมายังมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลคิดลดต้นทุนจากการก่อสร้างด้วยลงทุนตั้งโรงงานระบบสำเร็จรูป ทั้งที่ในช่วงนั้นตลาดยังไม่ให้การยอมรับการก่อสร้างด้วยระบบสำเร็จรูป แต่ทองมาเชื่อว่า เป็นระบบที่ดี และในต่างประเทศใช้ระบบสำเร็จรูปในการก่อสร้างมานานหลายสิบปีแล้ว

ขณะเดียวกัน ด้วยจำนวนโครงการและจำนวนยูนิตที่ก่อสร้างจำนวนมากถึงปีละกว่า 10,000 ยูนิต ทำให้พฤกษามีอำนาจในการรองรับกับผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง ซึ่งนโยบายการดำเนินงานของเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้องจนทำให้บริษัทเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพฤกษามียอดขายสูงที่สุดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดขายปีนี้ 22,000 ล้านบาท ซึ่งทองมาบอกว่าภายใน 8 ปีข้างหน้า พฤกษาจะมีรายได้ที่ปีละ 100,000 ล้านบาท

'ISUZU คว้าชัยชนะด้วยความต่างเหนือคู่แข่ง
ปนัดดา เจณณวาสิน เจ้าแม่การตลาด


แม้ว่าค่ายรถ ISUZU จะมีสินค้าคือรถปิคอัพเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยแนวคิดของผู้บริหารยุคก่อตั้ง และการสานต่อนโยบายเดิมของผู้บริหารรุ่นใหม่ ทำให้ค่าย ISUZU ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของตลาดรถยนต์โดยรวมโดยมียอดขายปีละกว่า 100,000 คัน ซึ่งเป็นผู้นำตลาดรถอันดับ 2 ของตลาดรถโดยรวม

ปนัดดา เจณณวาสิน รองประธานบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด และรองประธานอาวุโสบริษัท อีซูซุโอเปอเรชั่น(ไทยแลนด์)จำกัด กล่าวว่า ด้วยความที่ ISUZU มีสินค้าคือรถปิคอัพเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นจุดอ่อน เพราะหากตลาดรถปิคอัพชะลอตัว นั่นหมายถึงว่า จะส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทโดยตรง ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการนำจุดอ่อนมาเป็นจุดแข็ง โดยการทุ่มเททำตลาดอย่างจริงจัง มุ่งไปที่รถปิคอัพ ขณะที่คู่แข่งอาจจะต้องทำตลาดทั้งรถเก๋ง และรถปิคอัพ

กลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้คือ การพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพ สมรรถนะดีเยี่ยม และลดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการดูแลรักษาเครื่องยนต์และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง ISUZU เป็นค่ายรถยนต์ค่ายแรกที่นำเครื่องยนต์ดีเซลมาใส่ในรถปิคอัพ โดยก่อนหน้านี้รถปิคอัพใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยในช่วงแรกของการทำตลาดประสบปัญหามาก เพราะเป็นการเลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการรถปิคอัพ ที่สำคัญเครื่องยนต์ดีเซลมีราคาแพงกว่าเครื่องยนต์เบนซิน บริษัทจึงพยายามสื่อสารตรงกับกลุ่มเป้าหมายรู้ว่าถึงราคาเครื่องยนต์เบนซินจะแพงกว่า แต่การดูแลบำรุงรักษาและค่าน้ำมันถูกกว่า ซึ่งในระยะยาวจะเสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่า และในที่สุดผู้บริโภคก็ให้การยอมรับ และค่ายรถยนต์อื่นก็นำเครื่องยนต์ดีเซลใส่ในรถปิคอัพ

ไม่เพียงแค่นั้น ในช่วงวิกฤตน้ำมันแพง ISUZU ได้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี ไดเร็คอินเจคชั่น ซึ่งเป็นระบบฉีดตรงทำให้การทำงานสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์ และน้ำมันเชื้อเพลิงลงถึง 40% หากเทียบกับระบบเดิม (ตามผลการทดสอบของสถาบันชั้นนำของประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์) ทำให้ผู้บริโภคชื่นชอบรถ ISUZU เพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ซึ่งมาจากคำแนะนำของกลุ่ทลูกค้าเก่า

นอกจากการปฎิวัติเครื่องยนต์แล้ว ISUZU ยังกล้าเปลี่ยนโฉมรถปิคอัพ จากรถแบบตอนเดียว เป็นสเปซ แค็บ ซึ่งในช่วงนั้น ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะรถปิคอัพเป็นรถเชิงพาณิชย์ การที่นำสเปซ แค็บมาเปิดตลาด ทำให้ผู้ใช้ไม่ค่อยชอบ เพราะสูญเสียพื้นที่การบรรทุก แต่หลังจากทำตลาดดีเพียง 1 ปีเศษเท่านั้น สเปซ แค็บกลับได้รับความนิยม เพราะผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้สะดวกขึ้น รวมทั้งสามารถรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับการปฎิวัติวงการรถปิคอัพหลายครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ISUZU จึงปรับกลยุทธ์ด้วยการทำตลาดเชิงรุก บุกเข้าหากลุ่มเป้าหมายถึงที่ โดยการจัดอีเวนท์ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง ซึ่งมีการจัดคอนเสิร์ตเกือบทุกสัปดาห์ เฉลี่ยที่สัปดาห์ละ 3-4 แห่ง โดยจะเชิญลูกค้าเก่าและลุกค้าใหม่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี นอกจากนี้ ISUZU ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดคาราวานประกวดประหยัดน้ำมัน เพื่อตอกย้ำความเป็นรถปิคอัพประหยัดน้ำมัน จนมีคู่แข่งเริ่มจัดตาม และล่าสุด ISUZU จึงหันไปใช้วิธีนำเสนอแคมเปญ ถังเดียวก็เที่ยวได้ รวมถึงจัดรายการ "อีซูซุดีแมคซ์" พิสูจน์ความแกร่ง 15,000 กิโลเมตร กับ "The Adventure: ภารกิจพิชิตโลก" โดยใช้รถ ISUZU วิ่งไป 4 ประเทศ และ 1 เขตปกครองตนเอง เริ่มจาก ไทย ลาว จีน และทิเบต เนปาล เพราะนอกจากจะตอกย้ำการประหยัดน้ำมันแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของรถยนต์

'วิสัยทัศน์-ชัดเจนในตัวตน'
สุรีทิพย์ ละอองทอง แม่ทัพสาวมาสด้า


ด้วยความที่ MAZDA เป็นแบรนด์รถปิคอัพ ทั้งที่บริษัทแม่เป็นแบรนด์รถเก๋ง ทำให้การปลุกปั้นรถเก๋ง MAZDA ให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ในความยากเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทำให้สุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลล์(ประเทศไทย)จำกัด พยายามหาจุดขายของรถและกำหนดเป็นกลยุทธ์ในบุกตลาดในไทย

ช่วงแรกของการเปิดตลาด MAZDA 3 บริษัทได้สร้างกระแส "การมีความสุขสนุกสนานจากการขับขี่ใ ห้ลูกค้าเข้าใจการขับขี่ไม่ได้แค่ไปให้ถึงจุดหมาย"เท่านั้น แต่ต้องมีทั้งความสุข สนุกสนาน ความปลอดภัยด้วย ซึ่ง MAZDA 3 นอกจากจะเป็นรถที่มีดีไซน์ รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัยแล้ว เรื่องของเครื่องยนต์ยังมีสมรถนะดีเยี่ยมทั้งขับทางตรงและเข้าโค้ง จะเกาะถนนมากกว่ารถในระดับเดียวกัน

ความสำเร็จจากกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้มียอดขายเฉลี่ยที่เดือนละ 500 คัน ซึ่งเป็นยอดขายที่ค่อนข้างมาก หากเทียบกับแบรนด์ MAZDA ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จักในฐานะรถปิคอัพ

เมื่อ MAZDA 3 ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้บริษัทเปิดตัว MAZDA 2 ซึ่งเป็นรถซิตี้คาร์เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยอาศัยความแรงของ MAZDA 3 เป็นธงนำ แต่การทำตลาดจะแตกต่างจาก MAZDA 3 ที่หนังโฆษณาจะตอกย้ำถึงสมรรถนะและความดีไซน์ของรถโดยไม่มีพรีเซ็นเตอร์ สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่สำหรับ MAZDA 2 จำเป็นต้องมีพรีเซ็นเตอร์ซึ่งได้ดึง เป้ อารักษ์ นักแสดงและนักดนตรี เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะเป้มีบุคลิกมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่สนใจกระแสการเลือกใช้สินค้า ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ MAZDA 2 ที่เป็นกลุ่มวัยรุ่น หรือผู้เริ่มทำงานที่ชอบความทันสมัยมีดีไซน์และชอบใช้สินค้าที่ไม่เหมือนใคร มีสไตล์เป็นของตัวเอง

'ดีแทค แตกต่างอย่างผู้ตาม'
ธนา เธียรอัจฉริยะ


เพราะความพ่ายแพ้ต่อผู้นำตลาด รวมทั้งน้องใหม่ในวงการสื่อสารในปี 2002 ทำให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองใหม่ทั้งหมด ซึ่งธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ กล่าวว่า ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น เพราะเราทำเหมือนคู่แข่ง ทั้งด้านการตลาด และการเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งที่เราเล็กกว่าทั้งองค์กร เครือข่าย และเงินลงทุน ดังนั้น เพื่อความอยู่รอดเราจึงจึงต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เรียกว่า กบฏทางความคิดและปรับกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด

สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดนั้นยอมรับว่าไม่ได้ทำตามตำราหรือคัมภีร์ด้านการตลาด หรือ MBA เพราะคู่แข่งทุกรายก็อ่านตำราเล่มเดียวกัน ซึ่งความเป็นผู้ตามจึงต้องคิดอะไรให้แตกต่าง โดยในช่วงนั้น นอกจากจะสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยการให้ผู้บริหารระดับสูงลงสำรวจพื้นที่ร่วมกับพนักงานแล้ว ยังเรียกขวัญและสร้างความมั่นใจให้พนักงานร่วมกันลุกขึ้นมาสู้ ซึ่งได้ให้ผู้บริหารระดับสูงออกมาเต้นแร็ป และถ่ายภาพยนตร์โฆษณาซึ่งไม่มีในวิชาการตลาด ปรากฎว่าแคมเปญดังกล่าวประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงของ ดีแทคเริ่มเป็นที่ยอมรับเพิ่มขึ้น

"ในช่วงนั้นผู้บริหารระดับสูงทุกคนจะเดินทางไปพบลูกค้าทั่วประเทศ จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตก เพื่อเก็บข้อมูลว่าลูกค้าต้องการอะไร เพื่อที่จะออกบริการใหม่ๆให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะเน้นทำตลาดในทำเลที่ผู้นำตลาดไม่ให้ความสำคัญ เพราะหากดีแทคไปขยายฐานลูกค้าในทำเลเดียวกับผู้นำตลาดก็จะเสียเปรียบมาก เพราะมีเครือข่ายน้อยกว่า อีกทั้งยังมีงบการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์น้อยกว่าคู่แข่ง 3-4 เท่า

โดบบริษัทพยายามจะสร้างให้แบรนด์ดีแทคเป็นแบรนด์ "ใจดี" จนเป็นที่มาของแคมเปญ ใจดีให้ยืม ใจดีแจกวัน ใจดีแปลให้ เป็นต้น ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง จนทำให้ปัจจุบันดีแทคมีมาร์เก็ตแชร์ 32 % ใกล้เคียง AISเป็นลูกค้ารายเดือน 2 ล้านเลขหมาย และประเภทเติมเงิน 20 ล้านเลขหมาย

" ทุกวันนี้ดีแทคยังคงเดินกลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ดีแทคประสบความสำเร็จ ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว Black Berry สีขาว ซึ่งในตลาดจะมีเฉพาะสีดำเท่านั้น และได้สร้างกระแสสีขาวให้ฟีเวอร์ จนทำให้ยอดจอง Black Berry สีขาวจำนวนมาก และในอนาคตจะนำเข้าสมาร์ทโฟนยี่ห้อใหม่และรุ่นใหม่เข้ามาอีก

ในความสำเร็จของดีแทคในวันนี้ เป็นปัจจัยเสี่ยง ทำให้เราต้องระวังมากขึ้น เพราะความสำเร็จจะทำให้เราประมาท ซึ่งเป็นจุดที่อันตราย ดังนั้น บริษัทจึงจะพยายามสร้างทัศนคติให้พนักงานรู้ถึงความพ่ายแพ้ในครั้งก่อน ซึ่งความพ่ายแพ้ทำให้เกิดพลังและเราก็ฝ่ามรสุมครั้งนั้นมาได้ และจะทำให้ดีแทคสามารถเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน

อาร์เอสฯพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์


แรงกระเพื่อมจากวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้ แทบทุกธุรกิจรวมทั้งธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ก็ได้รับผลกระทบตามกันไป การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่ออยู่รอด จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย สำหรับผู้นำนักบริหารอย่าง "เฮียฮ้อ" สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท ค่ายอาร์เอส โปรโมชั่น เป็นอย่างยิ่ง

ความโดดเด่นในฐานะนักบริหาร ที่มีชั้นเชิงและกลยุทธ์การตลาดที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย และมีผลกำไร ปรากฏชัดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ท่ามกลางภาวะวิกฤตร้อนๆของเศรษฐกิจและการเมืองที่ทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง

ใน ปีนี้เป็นจุดเปลี่ยนของบริษัท หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทประสบปัญหาขาดทุนเนื่องจากเลิกธุรกิจที่ไม่ทำเงินทั้งหมด ทำให้ต้นทุนส่วนนี้หายไป และได้กระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจออกไป ไม่พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง และต่อยอดจากธุรกิจหลักคือเพลงเพื่อแก้ปัญหาเทปผีซีดีเถื่อนโดยหนีจากการขายเพลงผ่านแผ่นไปยังดิจิตอล

ล่าสุดปรากฏว่าบริษัทประสบความสำเร็จอย่างสูง จำนวนสมาชิกดาวน์โหลดเพลงแบบเหมาจ่ายของบริษัททะลุ 1 ล้านรายใน 2 เดือนและคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 2 ล้านรายและทะลุ 5 ล้านรายได้ในปีหน้า

ขณะที่ธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010 ที่จะมีการแข่งขันในเดือนมิ.ย.-ก.ค.2553 จะมีกำไร แตกต่างจากการบริหารลิขสิทธิ์รายการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2008 ในปี 2551 ที่ขาดทุน เพราะปัจจุบันบริษัทมีประสบการณ์และความชำนาญมากขึ้น ที่จะทำให้กำไรบริษัทดีขึ้นต่อเนื่องไปถึงปี 2553

ปัจจุบันบริษัทหาสปอนเซอร์ได้แล้วกว่า 300 ล้านบาทเกินจุดคุ้มทุนค่าลิขสิทธิ์ ประกอบด้วย สปอนเซอร์รายใหญ่ 3 ราย หรือ 50 ล้านบาทต่อราย คือ ไทยเบฟเวอเรจ ยามาฮ่าและแชมพูเคลียร์ รายกลาง 6 รายรายละ 30 ล้านบาท คือ โค้ก โซนี่เรดบูล สีเบเยอร์ ไวตามิ้ลค์ และนีเวีย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่พอจะขายสปอนเซอร์ได้อีกไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ทำให้เชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมายรายได้จากลิขสิทธิ์ได้ไม่ยาก

ไม่เพียงแต่สามารถ ทำให้กลุ่มธุรกิจเพลงและกีฬา สร้างรายได้จากธุรกิจดิจิตอลและลิขสิทธิ์ซีเกมส์ เฮียฮ้อ ยังแก้ไขปัญหาสต็อกคงค้างและการตัดสินค้าล้าสมัยจำนวนมากที่เกิดขึ้นในอดีต และหันมาเน้นออกเพลงเพื่อการดาวน์โหลดผ่านสื่อดิจิตอลแทน รวมทั้งมีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายในดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแม้จะไม่มีแผนนำภาพยนตร์เข้าฉายเหมือนงวดไตรมาส 3 แต่ธุรกิจเพลงดิจิตอลจะยังเติบโตต่อเนื่อง จากรายได้ค่าสมาชิกรายเดือน โปรเจ็ค ซุปเปอร์เหมา ดาวน์โหลดเพลง เสียงเพลงรอสาย และเสียงเพลงเรียกเข้า

สำหรับลูกค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ บอสใหญ่อาร์เอสยังได้กำหนดกลยุทธ์อย่างรัดกุมและโฟกัสชัดเจน มีทิศทางมากขึ้น โดยหันมาเน้นตอบโจทย์แบบ Customization มีการดูแลรักษาลูกค้าเดิม โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว รวมทั้ง การแบ่งปันข้อมูลอย่างใกล้ชิดระหว่างธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม แนวทาง สำหรับการวางแผนรับมืออย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ บอสใหญ่จากค่ายเพลงยักษ์อาร์เอส ยังมองว่า สื่อใหม่ๆอย่าง สื่อดิจิตอล ที่น่าสนใจ อาทิ www.Zheza.com, www.Pleng.com มีโอกาสเติบโต ท่ามกลางวิกฤต เพราะมีการตัดงบโฆษณาบนสื่อหลักเป็นจำนวนมาก โดยทั้งสองเว็บไซต์นี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก โดยถือเป็นทางเลือกใหม่ของกลุ่มผู้มาใช้ ทั้งยังมีการนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆเพราะมีราคาที่ไม่สูงและตรงกลุ่มเป้าหมาย กับลูกค้าผ่านสื่อเหล่านี้ จึงทำให้สุรชัย กลายเป็นนักกลยุทธ์ที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างสวยงาม

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การเดินหน้าธุรกิจด้วยกลยุทธ์"Win Win Solution" เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการตลาดให้กับบริษัทเป็นอย่างดี และตอกย้ำกระแสความนิยมในต่างประเทศทาง อาร์เอส และคิงส์ เรคคอร์ด ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นที่มีความแข็งแกร่งทางด้านธุรกิจการ์ตูนและเพลง ได้วางแผนร่วมทำโปรเจ็กต์พิเศษร่วมกัน ด้วยการออกCD album เพลงของ เนโกะ จั๊มพ์ในภาคภาษาญี่ปุ่น ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเร็วๆ นี้ และมีโปรเจ็กต์ที่จะมีร่วมกันในอนาคต

นับเป็นปรากฎการณ์นำร่องขยายธุรกิจในต่างประเทศ เป็นการสร้างแบรนด์ และต่อยอดศิลปินในเครือให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และธุรกิจดิจิตอล โชว์บิช ที่มักเติบโตควบคู่กับธุรกิจเพลง หลังเดินหน้ารุกธุรกิจเพลงภายในประเทศจนเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนมีกลุ่มผู้ฟังวัยรุ่น เป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัทและครองแชมป์ในเซ็กเม้นต์นี้มาอย่างยาวนานอีกด้วย

เพราะการเข้าไปรุกตลาดต่างประเทศเพียงลำพังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การผนึกกำลังกับพันธมิตรในแต่ละประเทศที่มีความแข็งแกร่งเฉพาะด้านอยู่แล้ว จะเป็นทางลัดที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในการเดินหน้าธุรกิจได้เร็วยิ่งขึ้น และเป็นกุญแจไขสู่ความสำเร็จในที่สุด

'คอนเนคชั่นดันธุรกิจ '
วินิจ เลิศรัตนชัย เฟรสแอร์


แม้จะค่อนข้างซบเซา เพราะเจอวิกฤตเศรษฐกิจ การเมืองพ่นพิษตั้งแต่ต้นปี ทำให้ไม่ค่อยมีบิ๊กอีเว้นต์ใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่สำหรับเขาคนนี้ "วินิจ เลิศรัตนชัย" มือดีของวงการบันเทิง-กีฬา อดีตดีเจดังรุ่นเก๋า โชกโชนอยู่ในวงการสื่อวิทยุมานานนับสิบปี ถือว่า เป็นปีทองเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่เขาพาบริษัท เฟรส แอร์ มาเป็นบริษัทน้องใหม่ในเครืออาร์เอสฯเป็นที่เรียบร้อย เมื่อ 2 ปีก่อนหน้ายังไม่ปรากฎว่า งานเข้ามากเหมือนกับปีนี้เลย ที่สำคัญได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะงานการแสดง 4DLight&Sound ณ ลานพระราชวังดุสิต เนื่องในโอกาสวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีคนไทยชื่นชมกันทั้งประเทศ ทั้งๆที่มีคู่แข่งระดับบื๊กต่างรอเสียบประมูลงานนี้กันเพียบ

จุดเด่นของวินิจที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี คือ การมีทักษะสื่อสารแบบมืออาชีพ โดยเฉพาะการพูด ที่สามารถโน้มน้าวใจคนฟังได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง การมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ อันเป็นคุณสมบัติหลักของนักกลยุทธ์การตลาดสมัยนี้ที่ประสบความสำเร็จ วินิจสามารถแสดงออกมาให้เห็นจนเป็นที่ยอมรับในแวดวงบันเทิงและการเมือง

ประกอบกับ คอนเนคชั่นในวงการสื่อนานนับสิบปี จึงไม่แปลกที่ผลงานของวินิจไปเข้าตา บิ๊กนักการเมืองอย่าง "เนวิน ชิดชอบ"จนได้รับความไว้วางใจให้จัดงานเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย โฆษณาของพรรค ตามด้วยงาน อีเวนท์ใหญ่ๆเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม ที่สำคัญยังได้รับมอบหมายให้ เป็นหัวเรือใหญ่ ในภารกิจเปิดสงครามสื่อวิทยุและทีวีทั้งทางตรงและทางอ้อม ล้วนเกิดจากฝีมือและ วินิจคอนเนคชั่น ที่ช่วยให้ พรรคหมอผี มีสีสันและมีราคาในสายตาคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทันที

วินิจ ในฐานะหัวเรือใหญ่ของอาร์เอส เฟรชแอร์ ฯ นอกจากภารกิจที่ต้องคิด และผลิตกิจกรรมต่างๆ ทั้งในด้านความบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนเสิร์ตรูปแบบใหม่ๆ ตลอดจนงานอีเว้นต์ต่างๆ อาทิ เพื่อกิจกรรมที่ส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้า ตลอดจนการสร้างงานเพื่อการกีฬา ในรูปแบบที่หลากหลาย ครบรสมากยิ่งขึ้น เขายังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 26 % โดยอาร์เอสได้ถือหุ้นใหญ่ของทางบริษัทฯ 74 % โดย หลังจากที่ปรับกลยุทธ์บริษัทใหม่มุ่งมั่นเดินหน้าแสดงศักยภาพต่อสำหรับการเป็นเครือข่ายความบันเทิง (The Entertainment Network) ที่มีพลังแบบครบวงจร ตลอดจนเพื่อเป็นการขยายธุรกิจด้านการจัดคอนเสิร์ตและอีเว้นต์ที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

โชว์กลยุทธ์สิงห์ทวงบัลลังก์คืนจากเบียร์ช้าง
ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์


สมรภูมิการต่อสู้กันของตลาดฟองเบียร์ในช่วง 1 ทศวรรษ ที่ค่ายเบียร์สิงห์ซึ่งมีอายุแบรนด์มานานกว่า 80 ปี เพลี่ยงพล้ำโดนเบียร์ช้างโค่นลงจากบัลลังก์ตำแหน่งผู้นำ จนปัจจุบันสามารถแก้เกมช่วงชิงส่วนแบ่งคืนมาได้ โดยปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดรวมของค่ายสิงห์ล่าสุดเดือนมกราคม - ตุลาคม 2552 รวม 4 แบรนด์คือ สิงห์ ลีโอ ไทเบียร์ อีสานเบียร์ มีส่วนแบ่งตลาด 63% ช้าง 32% ไทยเอเชียแปซิฟิค 4% อื่นๆ 1%

ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การแก้เกมทวงแชมป์ให้สิงห์กลับมาเป็นเบอร์หนึ่ง ไม่ใช่เครื่องมือการตลาด โฆษณา CSR กลยุทธ์ไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งทุกๆค่ายมีไม่แตกต่างกันอยู่ที่การนำมาใช้ ทว่ามี 2 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบียร์สิงห์กลับมายืนในตำแหน่งผู้นำอีกครั้ง

ประการแรกคือ1. วัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นการบริหารงานรูปแบบแฟมิลี่บิสิเนสที่เข้าใจกันในองค์กรว่า "สันติวิถี" หรือวิธีการทำงานของ "ซีอีโอเบียร์สิงห์" สันติ ภิรมย์ภักดี ที่มีความเป็นผู้นำ นำทัพกลับมาได้อีกครั้งได้ โดยในวัฒนธรรมนี้พนักงานทุกคนมีดีเอ็นเอหัวใจสิงห์ ทำงานภายใต้ภาวะกดดันเก่ง ยิ่งแรงเท่าไหร่ ยิ่งฮึด ความเป็นแฟมิลี่บิสิเนส เมื่อเทียบกับบริษัทข้ามชาติที่เป็นโปรเฟสชันนัล มองกันว่าเป็นจุดอ่อนและจุดพลาด แต่สิงห์กลับมาได้เพราะเป็น แฟมิลี่บิสิเนส แบบ Professionalที่ลดขั้นตอนการทำงานไม่สลับซับซ้อนตัดสินใจได้รวดเร็วทุกคนสามารถเดินเข้าไปเคาะห้องซีอีโอได้ถ้ามีเรื่องเร่งด่วน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเรื่องของการข้ามหัวกัน

ส่วนความหมายของแฟมิลี่บิสิเนสอย่าง"สันติวิถี" นั้น" ซีอีโอพูดเสมอว่าแฟมิลี่บิสิเนสในบุญรอดไม่ได้แปลว่า เอาคนนามสกุลภิรมย์ภักดีขึ้นมาบริหาร แต่จะขึ้นมาได้ต้องพิสูจน์แล้วว่ามีความสามารถ โดยเฉพาะเจเนอเรชั่นที่ 4 สันต์ และปิติ ที่กำลังขึ้นมาบริหารต้องพิสูจน์ฝีมือ รวมถึงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งมีทั้ง ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายโรงงานที่ได้รับโอกาสในการทำงานอย่างเต็มที่

ประการต่อมา การตัดสินใจออกเบียร์แบรนด์ใหม่ ลีโอ ไทเบียร์ อีสานเบียร์ ซึ่งเป็นการตลาดในแง่ของแทคติเคิลที่ส่งผลถึงวันนี้ทำให้ให้สิงห์กลับมา โดยทุกแบรนด์มีการวางโพซิชันนิ่งอย่างชัดเจน ต่างหน้าที่ไม่กินตลาดกัน มีหัวขบวนสิงห์เป็นแบรนด์ใหญ่ อัมเบลล่าแบรนด์ที่บ่งบอกถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือ สร้างกำไรให้กับบริษัทสูง ขณะที่ ลีโอหลังวางตลาดจนวันนี้ถือเป็นตัวทำรายได้หมุนเงินให้กับบริษัท ส่วนไทเบียร์ และอีสานเบียร์ เป็นแทคติคัล เรื่องของกลยุทธ์ราคาที่ต้องไปยันกับคู่แข่งไว้

'การตลาดสร้างแบรนด์ม.รังสิต'
ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์


ในฐานะหัวเรือใหญ่ของสถาบันการศึกษาเอกชนชื่อดังย่านรังสิต "ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์" นับเป็นนักบริหารการศึกษายุคใหม่ที่เข้าใจและเห็นความสำคัญของแนวคิดการตลาดยุคใหม่ จนนำมาประยุกต์ใช้กับมหาวิทยาลัย ซึ่งเปรียบเสมือนองค์กรแห่งหนึ่ง กระทั่งแบรนด์ "มหาวิทยาลัยรังสิต" เป็นที่รู้จักกันในแวดวงนักศึกษาและสังคมทั่วไป และติดอันดับต้นๆของกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีนักศึกษาตบเท้าเข้าไปเรียนรู้ในสถาบันการศึกษาแห่งนี้อย่างเนืองแน่นทุกปี

การตลาดยุคใหม่ จึงถือว่า เป็นเครื่องมือสำคัญตัวหนึ่ง ที่ม.รังสิตนำมาใช้สร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์และดึงดูดนักศึกษาใหม่ให้เข้ามาเรียน นับตั้งแต่ปีแรกๆที่เปิดดำเนินการกระทั่งปัจจุบัน สำหรับในปีนี้ นับเป็นอีกปีหนึ่ง ที่ม.รังสิตได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับตลาดสถาบันการศึกษาเอกชนได้อย่างโดดเด่น

โดยเฉพาะโครงการสื่อสารแบรนด์ผ่านรูปแบบภาพยนตร์โฆษณาและการทุ่มงบโฆษณากันอย่างเข้มข้นจนกลายเป็นประวัติการณ์ของหนังโฆษณาสถาบันการศึกษา เพราะเป็นการโปรโมทคณะของมหาวิทยาลัยมากที่สุดถึง 27 เรื่อง ด้วยฝีมือนักศึกษา และศิษย์เก่าสาขาการภาพยนตร์และวิดีทัศน์ โดยมีคณะนิเทศศาสตร์เป็นแม่งานหลัก พร้อมทั้งตอกย้ำแบรนด์ม.รังสิตว่า เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความหลากหลายทางวิชาการมากที่สุด ท่ามกลางวิกฤต การเมืองที่ยังร้อนระอุและความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ยังครุกรุ่นอยู่

นอกจากนี้ ยังโหนกระแสซีเอสอาร์หรือความรับผิดชอบต่อสังคมเดินหน้าแนวคิด CSR อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สนองนโยบาย "สร้างสรรค์สังคมธรรมาธิปไตย" พร้อมทั้งยกเอา 4 โครงการจิตอาสา เพื่อเป็นที่พึ่งให้แก่สังคม

ส้วนเหตุผลที่ประกาศแนวทาง "สร้างสรรค์สังคมธรรมาธิปไตย" ให้มหาวิทยาลัยรังสิตไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม เพราะว่ามหาวิทยาลัย คือ ขุมพลังแห่งปัญญาของชาติ มหาวิทยาลัยรังสิตจะไม่ตั้งอยู่บนหอคอยงาช้าง จึงต้องให้อะไรแก่สังคม เพราะเราเองก็เป็นสมาชิกของสังคมด้วย จึงไม่ต้องการสร้างบัณฑิตที่เป็นคนเก่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นบัณฑิตที่มีสำนึกต่อสังคม

การผลิตภาพยนตร์โฆษณาในครั้งนี้ นำเอากรณีศึกษา CSR ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่เป็นที่พึ่งให้แก่สังคม โดยอาศัยวิชาการ องค์ความรู้หรือภูมิปัญญาจากคณะวิชาต่างๆ อันสอดคล้องกับแนวทางหลักของมหาวิทยาลัย ภายใต้สโลแกน "สร้างบัณฑิตรู้ลึก สร้างสำนึกเพื่อสังคม" ทำให้ปีนี้ ม.รังสิต เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด ในฐานะสถาบันการศึกษาที่แสดงออกจุดยืนที่เลือกข้างแนวทางธรรมาธิปไตยอย่างชัดเจน ท่ามกลางกระแสขอเลือกข้าง "ตรงกลาง"ของสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ยังขาดสำนึกในวิกฤตบ้านเมืองและสังคมอย่างน่าเสียดาย

'ปลุก Blackberry Fever'
Gregory Wade

การแข่งขันของสมาร์ทโฟนที่บรรดาแบรนด์ดังต่างๆเข้ามารุมแบ่งเค้กกันอย่างดุเดือดนั้น นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ตลาดไทยเป็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด และอยู่ในสถานะที่ต้องให้ความสำคัญระดับสูงในสายตาของ RIM (Research In Motion) ผู้ผลิตแบล็คเบอร์รี่สมาร์ทโฟน อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BB ประสบความสำเร็จในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสที่มาแรงจนฉุดไม่อยู่ในไทยปี '52 BB สามารถไต่อันดับมาสู่ความนิยมได้อย่างไรหลังจากเข้ามาวางตลาดไทยก่อนหน้านี้นานแล้ว

ว่ากันว่าการตลาดสร้าง Brand Awareness. ให้กับ BBโดยใช้กลยุทธ์เซเลบริตี้ ของ AIS ที่มี สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS ซึ่งเป็นผู้ปลุกกระแสให้ BB ได้รับความนิยมกลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีใช้เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ ทว่าจากการให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพใหญ่ BB ที่บินมาให้สัมภาษณ์ในเมืองไทยได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยหลายด้านที่มาขับเคลื่อนให้ BB ได้รับความสำเร็จ

เกรกอรี่ เวดด์ (Mr. Gregory Wade) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น (RIM) กล่าวว่า กระแสการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทย ส่วนหนึ่งเป็นความนิยมที่ได้มาจากการสร้างเครือข่ายหรือที่เรียกว่า Social Networking การใช้ Application ต่างๆที่เน้นการใช้งานการรับส่งอีเมล์ การใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะ และที่โดดเด่นคือกระแสสังคมออนไลน์ การสร้างแบล็คเบอร์รี่ เฟซบุ๊ค แฟนเพจ ของ AIS ซึ่งเป็นสิ่งชี้ชัดถึงความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าและในแง่ของผู้ให้บริการคือ AIS เองที่สนับสนุนการสร้างประสบการณ์ความสนุกสนานและประโยชน์ที่จะได้รับจากเครื่องแบล็คเบอร์รี่

กลยุทธ์ทางการตลาดที่แจ้งเกิด BB ให้ประสบความสำเร็จมาในหลายๆประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Brand Ambassador เนื่องจากลูกค้าทุกคนสามารถเป็น Brand Ambassador ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ได้โดยกลยุทธ์การบอกต่อ (Word of Mouth) อย่างไรก็ตามมีโมเดลชัดเจนคือ Golden Standard Messaging ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สร้างความพึงพอใจกับลูกค้า และสร้างกระแสการบอกต่อให้กับ BB เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่รู้จักกันทั่วโลก

เช่นเดียวกันการทำตลาดในไทย RIM จับตามองตลาดผ่านผู้บริโภคและนักธุรกิจ ซึ่งมีความต้องการมีประสบการณ์และประโยชน์ที่มากขึ้นสำหรับการใช้งานเครื่องมือถือ ผู้บริโภคไทยมีลักษณะที่ทันต่อเหตุการณ์ ความเคลื่อนไหวในทางเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของสิ่งที่ตนจะได้รับจากในชีวิตส่วนตัวและในการทำงาน นั่นเพราะการใช้งานสมาร์ทโฟนจะทำให้ผู้บริโภคสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้

'คอนเน็กชั่นแน่นดึงนักท่องเที่ยว'
พรศิริ มโนหาญ พาต้าหญิงคนแรก


คงปฎิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 2-3 ปีก่อน ประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนัก อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงถูกรัฐบาลวางให้เป็นอุตสหากรรมที่นำเงินเข้าประเทศ เพื่อฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจ แต่ด้วยความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้การฟื้นฟูธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่พรศิริ มโนหาญ ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(พาต้า) ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ขณะนั้น จึงต้องพลิกทุกกลยุทธ์ ทำทุกวิธีทางที่จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในไทยให้มากที่สุด

กลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้มีความโดดเด่นตรงที่เป็นนักประสานสิบทิศ โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับบริษัททัวร์ และนักท่องเที่ยว เพราะเคยทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานต่างประเทศในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลียที่ทำให้ชาวออสเตรเลียมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อว่า ในภาวะเช่นนี้จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเข้ามาในประเทศไทยได้มากขนาดนั้น

นอกจากนี้ ด้วยความชำนาญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และคลุกคลีในอุตสาหกรรมนี้มานานกว่า 40 ปี ทำให้ เข้าใจถึงธรรมชาติของอุตสาหกรรมอย่างท่องแท้ ประกอบกับ เป็นคนที่มีบุคคลิกท่าทางอ่อนน้อม เป็นคนกล้าตัดสินใจทำให้สามารถมัดใจนักท่องเที่ยวได้ทุกครั้ง

ความโดดเด่นของเธอ อยู่ที่การจัดทริปนำผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวด้วยตัวเอง(แฟมทริป) เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นได้มาสัมผัสประสบการณ์จริง ก่อนจะนำไปจัดเป็นแพกเกจทัวร์นำเสนอแก่นักท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่า การที่ให้นักท่องเที่ยวพูดให้คนในประเทศเขาฟังจะน่าเชื่อถือมากกว่าที่เราพูดเอง เห็นได้จากเมื่อครั้งภาคใต้ของไทยเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็จัดแฟมทริป นำสื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศมาลงพื้นที่ เพื่อดูความสวยงามของทะเลอันดามันหลังผ่านมหันตภัยสึนามิ เพื่อจะบอกให้ชาวโลกรู้ว่า เราเคลียร์พื้นที่ได้หมดและพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว และในที่สุดนักท่องเที่ยวข้ามชาติก็กลับมาท่องเที่ยวในไทย


***************

Product of the year 2009


สุดยอดแบรนด์สินค้า ที่ถูกกล่าวขานในระดับ Talk of The Town แจ้งเกิดได้อย่างน่าตะลึง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ -การเมืองที่เต็มไปด้วยความอึมครึม โดยแวดวงสินค้า บริการเหล่านี้สามารถดึงกลุ่มคนทุกระดับชั้นเข้ามาร่วมวงและต้องการเป็นเจ้าของ ' MAZDA 2' แรงสุด ๆ ปรากฏการณ์ 'BB Fever' พลิกจากค่ายโนเกียโดนซัมซุงไล่บี้อย่างหนัก ส่วนห้องชุด 26 ตรม.คนแห่ซื้อเล่นเอาเจ้าของกิจการเป็นงง!

MAZDA 2 แรง ตั้งแต่ยังไม่เผยโฉม

สำหรับรถยนต์ โปรดักส์ที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดแห่งปี คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความแรงของ MAZDA 2 แรงเกินความคาดหมาย ความแรงของ MAZDA 2 ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก MAZDA 3 ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ราว 2 ปี ประกอบกับในช่วง 1-2 ปีนี้ ราคาน้ำมันผันผวนในระดับสูง ทำให้ตลาดรถซิตี้คาร์ ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มชนชั้นกลางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

ดังนั้น บริษัท มาสด้า เซลล์(ประเทศไทย) จำกัด จึงฉวยจังหวะนี้สร้างกระแสให้ MAZDA 2 ซึ่งเป็นรถซิตี้คาร์ให้โด่งดัง จนทำให้มียอดจองจำนวนมากถึง 200 คัน ทั้งที่ลูกค้ายังไม่เห็นโฉมรถ ยอดจองที่มีจำนวนมากนั้นเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายของ MAZDA 2 มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ MAZDA ว่าจะต้องเป็นรถที่แตกต่างจากคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น Yaris จาก Toyota หรือ Jazz จาก Honda ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 และ 2

ที่สำคัญรูปลักษณ์ของ MAZDA 2 ยังโดดเด่นมีดีไซน์สุดสปอร์ต ที่ได้รับการถ่ายทอดความสปอร์ตรุ่นใหญ่อย่าง MAZDA RX-8, MAZDA MX 5 และทั้ง MAZDA 3 และ MAZDA 2 ใหม่ถูกออกแบบให้เป็นรถสปอร์ตน้องใหม่สายพันธ์ MAZDA ที่สะท้อนอารมณ์สปอร์ตตั้งหน้าจรดท้าย ผ่านเส้นสายสวยงามภายนอกที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว และการเคลื่อนไหวแม้ขณะที่รถหยุดนิ่งภายใต้ "ความโดดเด่นและพลังแห่งการเคลื่อนไหว"

ความโดดเด่น แข็งแกร่งของ MAZDA 2 การันตีได้จากรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก ประจำปี 2008 (2008 World Car Of The Year) นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 รวมถึงคว้ารางวัลมาแล้วกว่า 51 รางวัลทั่วโลก นอกจากนี้ยังผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิถึง 47 คน จากนิตยสารชั้นนำทั่วโลกจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ที่สำคัญยังได้รับคะแนนสูงสุด ในด้านความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value For Money) และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ห้องชุด 26 ตรม.มาแรง
ชิงลูกค้าห้องเช่า


ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ในปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา แต่สำหรับคอนโดมีเนียม ถือว่า เป็นช่วงขาขึ้นเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมิ่อปัจจัยสำคัญ คือ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่เปลี่ยนไป เริ่มยอมรับการพักอาศัยในห้องเล็กๆในรูปแบบคอนโดมิเนียมมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้จะต้องพักอาศัยในที่อยู่อาศัยแนวราบประเภทบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์เท่านั้น แต่ด้วยราคาที่ดินที่แพงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทำเลกลางเมือง ทำเลเกาะแนวระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ประกอบกับเกิดภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ต้องลดขนาดคอนโดมิเนียมลง เพื่อคุมราคาไม่ให้สูงขึ้นและผู้บริโภคสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

บริษัท แอล.พี. เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เจ้าพ่อตลาดคอนโดมิเนียม จึงปฏิวัติวงการคอนโดมิเนียมด้วยการพัฒนาคอนโดมิเนียมขนาดเล็กเพียง 26 ตารางเมตร ขึ้นเป็นรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมราคาไม่แพง สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายในระดับราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท

ทดลองโครงการนำร่องที่โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ รามอินทรา - นวมินทร์ ซึ่งสร้างความฮือฮาในวงการอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะก่อนเปิดให้จองอย่างเป็นทางการราว 2 สัปดาห์ มียอดลงทะเบียนรอจอง( Waiting List) กว่า 5,000 ราย และเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ราย เมื่อถึงวันที่เปิดให้จองอย่างเป็นทางการ ขณะที่มีคอนโดมิเนียมที่เปิดให้จองเพียง 1,088 ยูนิตเท่านั้น ทำให้มีผู้ผิดหวังเกือบ 5,000 ราย

ความต้องการที่หลั่งไหลมา ไม่ใช่แค่ราคาที่เปิดขายที่ตั้งไว้ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และทำเลที่ตั้งอยู่ในแนวรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่การออกแบบห้องและการตกแต่ง รวมทั้งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องได้อย่างลงตัว ทำให้คอนโดมิเนียม ขนาด 26 ตารางเมตร ได้รับความนิยมอย่างสูงจนเจ้าของโครงการเองก็นึกไม่ถึงว่าจะมีผู้สนใจอย่างถล่มถลาย

ทีวีดาวเทียม
สื่อร้อนการเมือง


สำหรับกลุ่มสื่อ ที่จัดว่าสร้างกระแสร้อนแรงและทรงอิทธิพลสุดๆในปีนี้ ต้องยกให้ "ทีวีดาวเทียม"เพราะไม่เพียงแต่กลายเป็นสื่อที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในด้านธุรกิจ จนมีผู้ประกอบการรายใหม่ทยอยเปิดตัวกันอย่างคึกคัก แต่ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารของกลุ่มการเมืองอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก กลุ่มทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มเนวิน และยังเป็นสมรภูมิต่อสู้ เพื่อล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างชัดเจน

เห็นได้ชัดจาก กรณีดี-สเตชั่น (D-STATION ) ที่กลุ่มทักษิณและคนเสื้อแดงใช้ปลุกระดมมวลชน ทั้งเพื่อล้มการประชุมผู้นำอาเซียน และประเทศคู่เจรจา 3 และ 6 ประเทศ จนต้องเลื่อนออกไป รวมถึงปฎิบัติการป่วนกรุงเทพฯจนตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แต่ภายหลังได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดไปอย่างกระทันหัน

ต่อมากลุ่มทักษิณได้ปลุกปั้นแบรนด์สถานีดังกล่าวขึ้นมาใหม่ ด้วยพลิกโฉมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น DTV พร้อมท้าชนกับสื่อทีวีดาวเทียมของพันธมิตรเสื้อเหลืองอย่างASTV อย่างจริงจัง ทั้งรูปแบบรายการ เนื้อหา และเทคโนโลยี่ล้วนเดินตามรอยASTVอย่างตั้งใจ จนปัจจุบัน DTVได้กลายเป็นสื่อหลักที่กลุ่มคนเสื้อแดงของทักษิณใช้เป็นช่องทางล้มรัฐบาลและสถาบัน จนรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการสั่งปิด เพราะการใช้เทคโนโยลี่ดาวเทียมทั้งการยิงและรับสัญญาณเกิดขึ้นในต่างประเทศ ทำให้ยากปิดกั้นสัญญาณ ทำให้ทุกวันนี้ DTV กลายเป็นสื่อสารที่ทักษิณใช้ล้างสมองคนรากหญ้า กระตุ้นให้คนเข้ามาร่วมชุมชนขับไล่รัฐบาลและอำมาตย์อย่างไม่เกรงกลัว

ขณะที่กลุ่มเนวินเอง ก็ได้ประกาศรุกเข้าสู่สมรภูมิสื่อครั้งใหม่นี้ทั้งวิทยุและทีวี โดยเฉพาะทีวีดาวเทียม ก็ถูกวางให้เป็นช่องทางในการหาเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทย ทุนการเมืองเข้ามาผลิตรายการโทรทัศน์ในรูปแบบสถานีข่าว ที่เนื้อหาเน้นการตอบโต้การนำเสนอข่าวสารของฝ่ายที่ไม่พึงพอใจอดีตนายกทักษิณ มีการออกอากาศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นฐานเสียง โดยรายการนี้จะแทรกเข้าไปในช่องสัญญาณของผู้ให้บริการเคเบิ้ลในพื้นที่ภาคอิสานเป็นหลัก และมีความพยายามที่จะขยายพื้นที่ออกอากาศไปยังภูมิภาคอื่นๆโดยกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินของเนวิน เล็งเห็นเทรนด์การเติบโตของจานดาวเทียมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และความสำเร็จของเอเอสทีวี จึงโดดลงมา

อย่างไรก็ตาม สนามสื่อทีวีดาวเทียมแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะมีผู้เล่นที่มีอยู่ทั้งหมดในธุรกิจจากจำนวน 50 ช่อง โดยที่มีอยู่ กว่า 30 ช่องเป็นรายการบันเทิง เพลง ละคร การ์ตูน ที่ครองความนิยมมีผู้ชมสูงสุด อีกราว 10 ช่องเป็นรายการสารคดี ความรู้ เหลืออีก 5-6 ช่อง เป็นช่องข่าว ทอล์ก อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลิมว่า คนส่วนใหญ่ดูทีวีเพื่อความบันเทิง ไม่ต้องการรับความเครียดเพิ่มขึ้น ช่องรายการที่ให้ความบันเทิงจึงอยู่ได้

ทวิตเตอร์ นกสื่อออนไลน์
ทรงพลังโลกไซเบอร์


ในประเทศไทย แม้ทวิตเตอร์จะไม่แพร่หลายเท่า Facebook แต่ก็เป็นสื่อที่สร้างปรากฎการณ์ Talk of The Town ได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากถูกจุดประกายเปิดประเด็นร้อนครั้งแรก ด้วยฝีมือของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ส่งข้อความมาอวยพวยนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนสื่อมวลชนไทยแทบทุกแขนงหยิบเอาไปเป็นประเด็นประโคมข่าวไปทั่ว ทำให้เว็บไซต์เฉพาะน้องใหม่นี้ เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในช่วงปีนี้ที่อุณหภูมิการเมืองและเศรษฐกิจร้อนระอุ ทวิตเตอร์ยังเป็นหนึ่งในหลายช่องทางที่ ทักษิณ เลือกใช้ในการสื่อสารกับมวลชนเสื้อแดงในการทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งใช้โพสต์ตอบโต้กลุ่มอื่น

ขณะเดียวกัน ก็ยังใช้ทวิตเตอร์โพสต์ตอบโต้ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย อย่างเผ็ดร้อน กรณีถูกพาดพิงว่าเป็น คอมมิวนิสต์คืนชีพจะมาล้มราชบัลลังก์ ขณะเดียวกันในฐานะของพ่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพลต์ให้กำลังใจลูกสาว เอม พินทองทาอวยพรขอให้สอบผ่าน และยังใช้เป็นสื่ออวดเพชร หลังจากบินไปและพบผู้นำแอฟริกาอีก 2 - 3 ประเทศ เพื่อแนะนำเรื่องแก้ไขความยากจน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่และให้ความหวังคนไทยที่ยังรักและโหยหาทักษิณอยู่

ล่าสุด ทักษิณพยายามช่วงชิงความเป็นผู้นำในการติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตด้วยการชนะโหวตเป็นอันดับ 1 ทั้งๆที่เพิ่งเปิดตัวเป็นสมาชิกใช้ชื่อว่า "Thaksinlive" ในวันเกิดครบ 60 ปี วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมาและมีการส่งข้อความไม่กี่ครั้งประมาณ 24 ครั้ง แต่กลับได้รับการโหวตให้มีคะแนนสูงสุด จึงถูกตั้งคำถามถึงความผิดปกติของผลโหวต และความพยามปั่นคะแนน เพื่อมีชัยชนะเหนือนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ซึ่งก็เป็นสมาชิกเว็บนี้เช่นกัน โดยมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่าอาจจะมีการระดมคนมาช่วยโหวตทั้งที่การโหวตมิสเตอร์ทวิตเตอร์ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเม็ดเงินหรือรางวัลเพียงแต่จะมีการจารึกชื่อไว้ว่าเป็นผู้ได้รับความนิยมสูงสุดในทวิตเตอร์เท่านั้น

ปัจจุบัน ทวิตเตอร์ จัดเป็น 1 ใน social network ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกต้องยกให้ " ทวิตเตอร์"ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 250 ล้านคน ทั้งๆที่เพิ่งเกิดมาไม่นาน แต่กลับมีคนใช้ทั่วโลกมากกว่า 20 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นเว็บที่มีคนเข้าไปมากกว่าเว็บไซต์ระดับโลกอย่างนิวยอร์คไทม์ และวอลล์สตรีท เจอร์นัล และด้วยความร้อนแรงของเครือข่ายออนไลน์ดาวรุ่งที่กำลังจะแซงรุ่นพี่ ทำให้ facebook ถึงกับอดรนทนไม่ไหวขอซื้อทวิตเตอร์ในราคาเกือบ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่กลับได้รับการปฏิเสธ

ทวิตเตอร์ก่อตั้งโดยคนหนุ่มวัย 30 ต้นๆ คือ แจ๊ค ดอร์ซีย์ อีแวน วิลเลียมส์ และบิซ สโตน โดยสโตนเล่าว่า พวกเขาได้ความคิดอันบรรเจิดนี้มาจากบรรดาแฟนเพลงที่ไปร่วมงานเทศกาลดนตรีเซาท์เวสต์ที่ใช้รูปแบบนี้ในการพูดคุยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแสดงและนัดหมายกันระหว่างแฟนเพลงคอเดียวกัน

แบล็คเบอรี่จุดประกาย
สร้างกระแส Social Marketing


แบล็คเบอรี่ เป็นโทรศัพท์มือถือที่มียอดขายและภาพลักษณ์แบรนด์ดี ในอันดับต้นๆของยุคโทรศัพท์มือถือที่กำลังก้าวกระโดดไปสู่ยุคสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ RIM ได้ประกาศยอดขายในไตรมาสนี้สูงถึง 10.1 ล้านเครื่องทั่วโลก นับถึงปัจจุบันได้จำหน่ายไปแล้วจำนวนถึง 75 ล้านเครื่อง

เช่นเดียวกัน ในตลาดเมืองไทยมีผู้เล่นสมาร์โฟนหลายๆแบรนด์ส่งสินค้าเข้ามาช่วงชิงตลาด และแม้ว่าก่อนหน้านี้ โอเปเรเตอร์อย่าง ทรู จะพยายามปั้น ไอโฟน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีจุดเด่นทางด้านภาพลักษณ์ไอพอดของค่ายแมคอินทอชมาช่วยสนับสนุนให้อยู่ในกระแสความนิยก็ตาม แต่ยังไม่สามารถจุดกระแสความนิยมได้เท่านี้

สิ่งที่แตกต่างเป็นจุดเด่นของ แบล็คเบอรี่ ให้แจ้งเกิดมาอยู่ในกระแสนั้นคือ โลกสังคมออนไลน์ Social Marketing ใช้อินเตอร์เนตบนมือถือเข้าเว็บ เช็คอีเมล ผสานกับศักยภาพของตัวสินค้า และการออกแบบ Application ที่โดดเด่นคือการสร้าง แบล็คเบอร์รี่ เฟซบุ๊ค แฟนเพจ ซี่งเป็นการเปิดรับและปรับตัวให้ตรงตามความต้องการ ไลฟ์สไตล์ ความสนใจทางเทคโนโลยีของผู้บริโภค เหล่าสาวก และผู้ใช้สมาร์ทโฟนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งชี้ชัดถึงความเป็นที่นิยมของสินค้าที่สร้างประสบการณ์ความสนุกสนานและประโยชน์ที่จะได้รับจากเครื่องแบล็คเบอร์รี่

นับว่าปรากฏการณ์ BB Fever ช่วยพลิกสถานการณ์ให้ค่ายมือถือแบรนด์ยุโรปตีตื้นขึ้นมา จากสมรภูมิการแข่งขันของ 2 ขั้ว จากค่ายมือถือแบรนด์ยุโรป อเมริกา และ แบรนด์เอเซีย ที่โนเกียโดนซัมซุงไล่บี้อย่างหนัก โดยประกาศในปี 2553 ตั้งเป้าขยับขึ้นสู่เบอร์หนึ่งของตลาดมือถือในประเทศไทย ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดมือถือโลกขยับเข้ามาใกล้ผู้นำอยู่ที่ 20.7% และโนเกีย มีส่วนแบ่งตลาด 37.3%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย