Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน5 กุมภาพันธ์ 2553
“เอ็กโก”ทุ่มหมื่นล.ซื้อโรงไฟฟ้าตปท.             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ผลิตไฟฟ้า, บมจ.
Electricity




เอ็กโกเบนเข็มบุกต่างประเทศ ตั้งงบลงทุน 1.4 หมื่นล้านบาทซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ คาดได้ข้อสรุปเม.ย.นี้ ยอมรับปีนี้ผลประกอบการวูบ 10% เหตุโรงไฟฟ้าระยองและขนอมใกล้สิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟ

นายวินิจ แตงน้อย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (เอ็กโก) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯวางงบลงทุนไว้ 14,000 ล้านบาท เพื่อร่วมทุนโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาร่วมทุนในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติขนาดกำลังการผลิต 500-1,000 เมกะวัตต์ที่อินโดนีเซีย 1 แห่งและฟิลิปปินส์ อีก 2แห่ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งเอ็กโกจะเข้าไปถือหุ้นในโครงการประมาณ25-30%

ส่วนในประเทศจะลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม ขนาด 50 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ขนาด 50 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในจ.ลพบุรี

สำหรับแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 7,000 ล้านบาท และที่เหลือจากการสินเชื่อสถาบันการเงิน

" บริษัทฯจะเน้นขยายการลงทุนในต่างประเทศ หลังจากที่ในประเทศไม่มีการขยายโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่บริษัทฯยังเน้นขยายพลังงานทดแทนตามแผนของกระทรวงพลังงงาน"นายวินิจ กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานในปีนี้ทั้งรายได้และกำไรสุทธิจะปรับลดลงจากปีก่อนประมาณ 10% เนื่องจากรายได้จากการขายไฟฟ้าแทบทุกโครงการลดลงเพราะใกล้หมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทั้งโรงไฟฟ้าขนอมและโรงไฟฟ้าระยอง แม้ว่าจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-น้ำเทิน 2 ที่จะเข้ามาในไตรมาสแรกปีนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งรายได้หลักมาจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี โรงไฟฟ้าแก่งคอย2 และโรงไฟฟ้าเควซอน

ทั้งนี้ บริษัทฯจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ในปีนี้ประมาณ300-400 ล้านบาท และปีถัดไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านบาทตามสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการที่ 25% ซึ่งโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ได้เลื่อนแผนการผลิตเชิงพาณิชย์จากธ.ค. 52 มาเป็นเดือนมี.ค. 53 แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาสแรกปีนี้มากนัก เนื่องจากบริษัทได้รับค่าปรับจากผู้รับเหมาเข้ามาชดเชย

สำหรับผลประกอบการปี 2552 บริษัทฯมีกำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่เคยประมาณการไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถลดต้นทุนการบริหารและค่าใช้จ่ายได้มากกว่าแผน แต่เนื่องจากการรับรู้รายได้ของบริษัทฯจะทยอยลดลง ทำให้ช่วง 5ปีนี้ บริษัทฯมีกำไรสุทธิประมาณ 5,000 ล้านบาท

น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ได้วางยุทธศาสตร์พลังงานทดแทน 15 ปี(2551-2565) ซึ่งในแผนดังกล่าวได้กำหนดการพัฒนาไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กและขนาดเล็กมากทั้งในระดับหมู่บ้านและชุมชนจำนวน 324 เมกะวัตต์ภายในปี 2556 โดยพพ.ได้ร่วมมือกับเอ็กโก กรุ๊ป พัฒนาโครงการ”หนึ่งป่าต้นน้ำ หนึ่งต้นกำเนิดพลังงาน” ด้วยการร่วมกันพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กมากระดับชุมชนจำนวน 6 แห่งระยะเวลา 3 ปีนับตั้งแต่ก.พ.53-ม.ค.56   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย