Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน23 กุมภาพันธ์ 543
ไทยเบฟทุ่ม500ล.ปลุกชีพ“แรงเยอร์” เป้า3ปีโค่นบาวแดง จ่อทิ้งกาแฟแบล็คอัพ             
 


   
www resources

โฮมเพจ ไทยเบฟเวอร์เรจส์ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ไทยเบฟเวอเรจ, บมจ.
Sport and Energy drink




ไทยเบฟฯ อัดฉีดงบ 500 ล้านบาท ลุยตลาดชูกำลังครั้งแรกรอบ 2 ปีหลังซื้อกิจการ ปั้นแรงเยอร์โค่นบัลลังก์คาราบาวแดง 3 ปี กวาดแชร์มากกว่า 10% ชูศักยภาพการกระจายสินค้าร้านค้าปลีก 2.8 แสนแห่ง เอเยนต์ 800 แห่ง ยกเครื่องครั้งใหญ่รอบกว่า 10 ปี ปรับรสชาติ แพกเกจ มัดใจผู้ใช้แรงงานรุ่นใหม่ ควงโปรโมชันรับสมรภูมิรบชิงโชคเดือด สิ้นปีนี้แชร์เพิ่มจาก 3% เป็น 5%

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนดำเนินการตลาดเชิงรุกเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ในระยะยาว 3-5 ปี ด้วยการทุ่มงบเกือบ 500 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทปรับโฉมเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ใหม่ ทั้งรสชาติ บรรจุภัณฑ์ฉลาก ภายใต้คอนเซปต์เดิม “แรงใจไม่มีวันหมด” เพื่อให้มีความทันสมัยและสอดรับกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้แรงงานอายุ 25-54 ปี จากเดิมฐานลูกค้ามีอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งนับว่าเป็นการดำเนินการตลาดครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังจากที่บริษัทได้เข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนมีนาคม 2551

ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ไทยเบฟฯ ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มแบล็คอัพ เพื่อต้องการขยายธุรกิจจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาสู่เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น หรือกลายเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มอย่างครบวงจร

อย่างไรก็ตามใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ บริษัทจะพิจารณาเลิกทำตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มแบล็คอัพ เนื่องจากตลาดแข่งขันรุนแรง และปีนี้วางแผนเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่ 4-5 รายการ โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้กลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์สิ้นปีนี้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท จากเมื่อปีที่ผ่านมา 1,400 ล้านบาท ขณะที่รายได้โดยรวมกว่าแสนล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ ในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมเป็นหลัก จากปัจจุบันเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่ายเพียง 60% โดยอาศัยการกระจายสินค้าของไทยเบฟฯ ที่มีศักยภาพและแข็งแกร่ง จากการมีเอเยนต์รวม 700-800 ราย และแอคทีฟถึง 500 ราย สามารถเข้าถึงร้านค้าปลีกร่วม 2.8 แสนแห่ง จากทั้งหมด 4 แสนแห่ง โดยบริษัทมุ่งเจาะช่องทางร้านค้าปลีกรายย่อย 90% ที่เหลือ 10% เป็นโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ สอดคล้องกับช่องทางจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังในตลาด แบ่งเป็น ร้านค้าปลีกรายย่อย 80% ส่วนอีก 10% ร้านค้าสะดวกซื้อ และอีก 10% เป็นโมเดิร์นเทรด

ทั้งนี้บริษัทเจาะตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก เพราะเป็นตลาดใหญ่สัดส่วน 50% ที่เหลือ 50% เป็นภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ตามลำดับ ซึ่งปีนี้บริษัทได้เตรียมทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ภายใต้การทำอะโบฟเดอะไลน์ โดยโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่แนวคิดแรงใจจากครอบครัวคือพลังที่ยิ่งใหญ่ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และการทำบีโลว์เดอะไลน์ หรือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ลด แลก แจก แถม อาทิ การทำโปรโมชันชิงโชค สอดรับกับการแข่งขันในตลาดที่ผู้ประกอบการเครื่องดื่มชูกำลังแต่ละค่ายงัดการทำแคมเปญชิงโชคกระตุ้นการดื่ม ซึ่งโดยเฉลี่ยเครื่องดื่มชูกำลัง 3 ค่าย คือ M-150, กระทิงแดง และคาราบาวแดง ใช้งบการตลาดแต่ละปี 400-500 ล้านบาท

“แรงเยอร์ทำตลาดมานานร่วม 10 กว่าปี เคยมีส่วนแบ่งสูงถึง 10-15% แต่หลังจากมีการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลัง โดยให้โฆษณาในลักษณะส่งเสริมสังคม ทำให้ส่วนแบ่งลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือเป็น 2% จากการที่ไม่ได้มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง” นายมารุตกล่าว

สำหรับสภาพตลาดเครื่องดื่มชูกำลังนั้นมีมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท มีการเติบโต 1-2% ซึ่งตลาดค่อนข้างจะอิ่มตัว หรือโดยเฉลี่ยตลาดมีมูลค่าราว 1.4-1.6 หมื่นล้านบาท ทำให้การเติบโตของแรงเยอร์ต้องมาจากการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเป็นหลัก ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้ลูกค้าหันมาดื่มแรงเยอร์ คือ ด้านรสชาติและราคาที่ถูก โดยเป้าหมายภายใน 3 ปี ต้องการให้แรงเยอร์ขึ้นเป็นอันดับ 3 ด้วยการครองส่วนแบ่งจาก 3% เพิ่มเป็นมากกว่า 10% แทนที่คาราบาวแดง ซึ่งมีส่วนแบ่ง 10% ส่วนกระทิงแดง 20% และผู้นำตลาด M-150 ราว 55%

จากการดำเนินการตลาดเชิงรุกปีแรกตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 5% หรือมีรายได้เพิ่มจาก 480 ล้านบาท เป็น 750 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย