Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2529
ก้าวใหม่ของอินโนเวชั่น ปฏิบัติการล้างอายของอีสต์เอเชียติ๊ก             
 


   
search resources

อี๊สต์เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย), บมจ.
Computer
ปรีชา เงาเจริญจิตต์
วินัย วารัญญานนท์




หลังจากที่อีสต์เอเชียติ๊กต้องอกหัก เพราะนโยบายด้านธุรกิจไม่ตรงกันกับบริษัทแม่ของฮิตาชิที่ญี่ปุ่นแล้ว อีสต์เอเชียติ๊กก็ไม่ได้เป็นตัวแทนขายฮิตาชิอีกต่อไป ทั้งภายในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์มาตั้งแต่ปี 2527 ทิ้งช่วงห่างไม่ถึงปีกว่าคู่รักใหม่ของอีสต์เอเชียติ๊กก็ปรากฏเป็นข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า มีการ่วมลงทุนระหว่างบริษัทอีสต์เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย) กับบริษัทอินโนเวชั่น ซึ่งเป็นตัวแทนขายมินิคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ "แวง"

เบื้องหลังของการร่วมหอลงโรงของทั้งสองฝ่ายนี้กล่าวกันว่าเป็นเพราะ "บุพเพสันนิวาส" ที่ประจวบเหมาะกันพอดี โดยอาศัยความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างศิษย์เก่าอัสสัมชัญด้วยกันเป็นสะพาน

วินัย วารัญญานนท์ ที่เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของอินโนเวชั่นเป็นเพื่อนกับนพดล ยิ่งชัชวาลย์ ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มธุรกิจอินฟอร์แมติคส์ เคยเรียนอัสสัมชัญจบ ม.8 รุ่น 2504 มาด้วยกันแต่มีบุคคลที่สำคัญยิ่งกว่าวินัยอีกคนหนึ่งที่นพดลติดต่อเจรจาเรื่องการร่วมธุรกิจกัน เขาคนนั้นคือ ปรีชา เงาเจริญจิตต์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอินโนเวชั่นและคุมการบริหารงานด้านบัญชีและการเงินของอินโนเวชั่น

ปรีชารู้ดีว่าบริษัทอินโนเวชั่นประสบการขาดทุนมาตลาดแม้ว่าจะมียอดขาย 60-80 ล้านบาทต่อปี แต่ธุรกิจขายคอมพิวเตอร์ เป็นการลงทุนซื้อเครื่องเข้ามาและรอเก็บเงินจากลูกค้า ทำให้จำเป็นต้องมีเงินสดสำรองหมุนเวียนได้พอสมควร

บริษัทอินโนเวชั่นก่อตั้งเมื่อปี 2522 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5 แสนบาท โดยการร่วมหุ้นของกลุ่มศิษย์เก่าอัสสัมชัญด้วยกันคือวินัย วารัญญานนท์ กับปรีชา เงาเจริญจิตต์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และอื่นๆ อีก 7 คนถือคนละหนึ่งหุ้น อินโนเวชั่นเพิ่มทุนเพื่อแก้ไขปัญหาการเงินมาแล้ว 3 ครั้งนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2525 เพิ่มทุนเป็น 3 ล้านบาท ถัดมาอีกปีก็ต้องเพิ่มทุนอีกเป็น 6 ล้านบาท และล่าสุดในปี 2529 เดือนมกราคมที่ผ่านมาก็เพิ่มทุนเป็นสองเท่าคือ 18 ล้านบาท

เมื่อปรีชาและวินัยพูดถึงความต้องการที่จะได้ผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งเข้ามาร่วมด้วย นพดลจึงสนใจมาก เพราะอีสต์เอเชียติ๊กก็อยากจะได้บริษัทคอมพิวเตอร์ดีๆ สักยี่ห้อหนึ่งมาเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มธุรกิจอินฟอร์แมติคส์ ดังนั้นนพดลจึงไปหารือกับผู้บริหารระดับสูงของอีสต์เอเชียติ๊ก ซึ่งผู้ใหญ่ก็สนใจมากเพราะ "แวง" เป็นคอมพิวเตอร์ระดับเยี่ยมยอดยี่ห้อหนึ่งที่นิยมใช้กันทั่วโลก มี Base ลูกค้ารายใหญ่อยู่มาก เช่นเอสโซ่ คาลเท็กซ์ ยูเนียนออยล์ เชสแมน ฮัตตัน เอสแคป ยูโนแคลไทยแลนด์ แบงก์ออฟอเมริกา และสถานทูตอเมริกัน ฯลฯ

ดังนั้นเมื่อความต้องการเกิดตรงกัน ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่อีสต์เอเชียติ๊กจะมาเข้าร่วมทุนด้วยจึงมีข้อตกลงที่มีเงื่อนไขอีสต์เอเชียติ๊กซื้อหุ้นไป 50% จากทุนจดทะเบียน 18 ล้านบาท และทั้งสองฝ่ายจะจัดหาเงินกู้ยืมชนิดพิเศษเข้ามาเป็นทุนหมุนเวียนอีกฝ่ายละ 20 ล้าน รวมเป็นเงินที่อัดฉีดใหม่ 40 ล้านบาท BOARD OF DIRECTOR มีกรรมการฝ่ายละ 3 คนเท่ากันมีประธานบอร์ดปีแรกมาจากอีสต์เอเชียติ๊ก

พอเจรจากันลงตัว ก็จัดการเรื่องทีมบริหารใหม่ของอินโนเวั่น มี MR.BENT BOSLING ฝรั่งชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟท์แวร์ของอีสต์เอเชียติ๊กที่สิงคโปร์มาก่อน เป็นผู้จัดการใหญ่ ส่วนวินัย วารัญญานนท์เป็นรองผู้จัดการใหญ่คุมด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์และณรงค์ศึก ไศละสูตเป็นรองผู้จัดการใหญ่คุมด้านการขายและการตลาด ตลอดจนการซ่อมบำรุงบริการลูกค้า

พูดถึงณรงค์ศึกคนนี้เคยเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด รับผิดชอลผลิตภัณฑ์ฮิตาชิสมัยทำงานอยู่ที่อีสต์เอเชียติ๊ก มีผลงานการขายที่น่าพอใจฝากไว้ให้ประจักษ์ฝีมือคือ ขายฮิตาชิได้ 8 ยูนิตมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาทในปีเดียวก่อนจะอำลามาตั้งบริษัทเอ็นเอสซิสเต็มส์ และได้รับการทาบทามจากนพดลกลับเข้ามารับตำแหน่งของอินโนเวชั่นข้างต้น

กล่าวกันว่า ในอดีตการที่อีสต์เอเชียติ๊กประสบการขาดทุนถึงแม้จะขายเครื่องฮิตาชิได้ เป็นเพราะ Overhead ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ของอีสต์เอเชียติ๊กโคเปนเฮเก็นซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นซอฟท์แวร์ที่ดีมาก แต่ก็สิ้นเปลืองเงินมากเหมือนกันเพราะทีมงานฝรั่งที่ทำงานมาจากสิงคโปร์ต้องจ้างมาแพง และการของเครื่องฮิตาชิต้องขายควบคู่กับซอฟท์แวร์แพคเกจด้วย

เมื่อทบทวนอดีตที่ผ่านมาของทั้งสองฝ่ายถึงตอนนี้ก็ต้องจับตาดูก้าวใหม่ของอินโนเวชั่นต่อไปว่า บทเรียนที่ผ่านมาคงจะทำให้การดำเนินธุรกิจคอมพิวเตอร์ "แวง" ซึ่งมีฐานธุรกิจรองรับหนาแน่นทั้งด้านชื่อเสียงของประสิทธิภาพของเครื่อง และฐานะการเงินที่แน่นปั๋งของยักษ์ใหญ่อีสต์เอเชียติ๊กคงจะก้าวไม่พลาด ถ้าพลาดครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าอีสต์เอเชียติ๊กจะปฏิบัติการล้างอายในครั้งนี้ต่อไปอีกอย่างไร

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย