Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์10 สิงหาคม 2553
'แอปเปิล' สุดยอดแบรนด์โลก ฐานรากดีล้มกี่ครั้งตั้งตัวใหม่ได้             
 


   
search resources

APPLE
Computer




ปัญหาคงต้องมากกว่าเสารับสัญญาณไอโฟน 4 ขัดข้อง จึงจะทำให้แบรนด์แอปเปิลสะเทือนได้ เพราะแม้ล้มมากี่ครั้ง แอปเปิล คอมพิวเตอร์ก็ยังลุกขึ้นมาใหม่ได้ทุกครั้ง แถมกลายเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกด้วยตัวเลข 57,400 ล้านดอลลาร์ จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์

ในตารางที่ยึดครองโดยแบรนด์เทคโนโลยี (30% ของ 50 สุดยอดแบรนด์) แอปเปิลรอดพ้นการรุกไล่จากคู่แข่งตลอดกาลอย่างไมโครซอฟท์มาได้หวุดหวิด โดยแบรนด์ของยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์มีมูลค่า 56,600 ล้านดอลลาร์ รวมถึงกูเกิล ผู้เข้ามาในอันดับ 5 ด้วยแบรนด์มูลค่า 39,700 ล้านดอลลาร์

ผลงานการสร้างสรรค์ของสตีฟ จ็อบส์ เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แกร่งที่สุดที่สามารถรอดพ้นปัญหาหรือความพ่ายแพ้ในธุรกิจมาได้

แบรนด์แอปเปิลสามารถอยู่รอดแถมเจริญรุ่งเรืองแม้เมื่อบริษัทแม่ล้มลุกคลุกคลาน ปลายทศวรรษ 1990 หุ้นแอปเปิลร่วง 46% ตลอด 4 ปี ขณะที่บริษัทขาดทุน 7 ใน 8 ไตรมาส ปี 1997 ราคาหุ้นเทรดกันไม่ถึง 4 ดอลลาร์ ก่อนที่จ็อบส์ ผู้ก่อตั้ง กลับมาอีกครั้งหลังถูกบีบให้ออกไปก่อนหน้านั้น

ปีต่อมา แอปเปิลเปิดตัวไอแม็ก นวัตกรรมรุ่นแรกที่ฮิตถล่มถลายต่อเนื่องยาวนานหลายปี ยอดขายของบริษัทตลอด 12 เดือนนับจากนั้นอยู่ที่ 57,000 ล้านดอลลาร์ และรายได้สุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์ ราคาหุ้นดีดขึ้น 60 เท่านับจากปี 1997

ทั้งนี้ ฟอร์บส์ร่วมกับเจฟฟรีย์ พาร์กเฮิร์สต์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจของไมนด์แชร์ ในเครือดับเบิลยูพีพี เอเจนซีระดับโลก คัดเลือกแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกโดยดูจากบริษัทกว่า 100 แห่งที่เป็นผู้นำในแต่ละวงการ เกณฑ์สำคัญข้อหนึ่งคือ แบรนด์นั้นๆ ต้องมีรกรากอยู่ในสหรัฐฯ ในระดับหนึ่ง เนื่องจากการเป็นแบรนด์ระดับโลกหมายถึงการเป็นผู้เล่นในอเมริกา

ผลปรากฏว่าแบรนด์เทคโนโลยีครอบครองพื้นที่ในตารางถึง 30% รวมถึง 5 อันดับแรก ขณะที่แบรนด์บริการการเงิน และอาหาร-เครื่องดื่มได้ไปอย่างละ 6 อันดับ และแบรนด์สัญชาติอเมริกันติดโผมากที่สุด

ปีที่ผ่านมา ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ส่วนมากเติบโตลดลง โดยอัตราขยายตัวของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรลดลงอย่างน้อย 4% ขณะที่สหรัฐฯ ติดลบ 2.4% แบรนด์ในตารางฟอร์บส์มีชะตากรรมดีกว่าเล็กน้อย เฉลี่ยแล้วยอดขายนิ่ง แต่บางแบรนด์ก็ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานผสมโรงกับความผิดพลาดของตัวเอง

ตัวอย่างเช่นอันดับที่ 11 โตโยต้า มอเตอร์ เจ้าของแบรนด์มูลค่า 24,100 ล้านดอลลาร์ ที่ปีที่แล้ววุ่นวายกับการเรียกคืนรถครั้งมโหฬารรวม 10 ล้านคัน คะแนนคุณภาพในการสำรวจของเอแอลจีในแคลิฟอร์เนียในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ตกฮวบ 20%

ปาร์กเฮิร์สต์ชี้ว่า การที่โตโยต้าโปรโมทคุณภาพมาตลอด ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาการเรียกคืนรถ ความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อบริษัทจึงติดลบ เขายังบอกว่าปัญหานี้คงไม่รุนแรงอย่างที่เป็นอยู่ ถ้าเพียงแต่ช่วงหลายปีมานี้โตโยต้าจะโหมโฆษณาเรื่องแรงม้าแทน

อย่างไรก็ดี เขาเชื่อว่าโตโยต้าจะกลับมาได้ในอีก 2 ปี เมื่อปัญหาที่ส่งผลต่อแบรนด์ซาลง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย แต่ยอดขายของค่ายรถเบอร์ 1 จากแดนปลาดิบในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ยังเพิ่มขึ้นถึง 17%

ปัญหาของบริษัทไม่ได้ทำให้แบรนด์อับจนหม่นหมองลงด้วยเสมอไป ตัวอย่างเช่นมาร์โบโร

แบรนด์บุหรี่แขวนอนาคตบนเส้นด้ายมาตลอดหลายปีหลังจากที่ภาครัฐตั้งกฎเข้มขวดขึ้น ทำให้บริษัทบุหรี่ทำตลาดได้ยากขึ้น ข้อตกลงยอมความเมื่อปี 1998 ระหว่าง 4 บริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่กับอัยการรัฐ 46 รัฐในสหรัฐฯ จำกัดการทำตลาดบุหรี่ และเรียกร้องให้บริษัทเหล่านั้นจ่ายเงิน 206,000 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 25 ปีเป็นค่ารักษาพยาบาลประชาชน

หลังข้อตกลงดังกล่าว ไม่มีแบรนด์ไหนอึดเท่ามาร์โบโรของอัลเทรีย และฟิลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์ลโบโรครองอันดับ 8 ในตารางฟอร์บส์ ด้วยมูลค่า 29,100 ล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ 33.8% ตอนที่ยอมความ วันนี้เพิ่มเป็น 42.8% มากกว่าแบรนด์บุหรี่ที่ได้อันดับรองลงไป 12 แบรนด์รวมกัน

ขณะเดียวกัน แม้ถูกเรียกว่าปีศาจหรือกระทั่งปลาหมึกนรก ทว่า ในแวดวงวาณิชธนกิจแล้ว โกลด์แมน แซคส์คือแบรนด์ที่ครองความเป็นสุดยอดมาตลอดเหมือนที่ผ่านมา

โกลด์แมน แซคส์เป็นธนาคารชั้นนำในด้านการซื้อขายและผนวกกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ทั่วโลกมาตลอด 8 ใน 10 ปี แม้ถูกคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (เอสอีซี) เล่นงาน (สุดท้ายโกลด์แมน แซคส์ยอมความโดยจ่ายไป 550 ล้านดอลลาร์) แต่บริษัทแห่งนี้ยังสามารถกลับมาเป็นแบงก์อันดับ 1 ด้านเอ็มแอนด์เอในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับดีลรวมมูลค่า 224,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 20% ของกิจกรรมเอ็มแอนด์เอทั่วโลก (ข้อมูลจากดีลโลจิก)

ทั้งนี้ แบรนด์โกลด์แมน แซคส์มีมูลค่า 9,400 ล้านดอลลาร์ และอยู่ในอันดับที่ 45   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย