Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2530








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2530
หนึ่งทศวรรษอีเลคโทรลักซ์ ปฏิบัติการ " ล่า " อย่างนุ่มลึกของนักขายตรงคนไทย             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย (จำกัด)
โฮมเพจ อีเลคโทรลักซ์ electrolux

   
search resources

อีเลคโทรลักซ์
อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย, บจก.
Electric




ความเป็นสังคมนิยมอ่อน ๆ ของเอบี อีเลคโทรลักซ์ แห่ง สวีเดนหาได้ตีตรวนความสำเร็จไปได้ไม่ ปัจจุบันบริษัทกลายเป็นพี่เบิ้มของโลก อุตสหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเสียแล้ว พร้อมกับบัญชาบริหารงานแบบถึงไหนถึงกันด้วยยอดขายมากกว่า 300 ล้าน ของสาขาเมืองไทย ทำให้เอบี ต้องยอมรับความเป็นดาว จรัสแสงโดยดุษฎี และด้วยศักยภาพในตัวตัดสินกับทีมงานที่เป็นเลิส ต้นตำรับงานขายตรงรายนี้คงไม่มีทีเด็ดมาให้ยลในอนาคตอันใกล้นี้!!!!???

เกริกศักด์ รัตนสิมานนท์ กับรางวัล "แมน ออฟ เดอะ เยียร์ " ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สของอีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ย่อมเป็นความภาคภูมิใจที่เด็กหนุ่มเมืองตรังคนนี้จักต้องจดจำ เพื่อขวนขวายหาความสำเร็จสูงค่ายิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีก

และกับเพื่อนพนักขายทั่วงานว่ากับคนทั้งประเทศ พวกเขาย่อมถือสิทธิโดยชอบธรรมที่จีะปินติดีใจไปกับรางวัลเหลียญรองแซมป์โลกอันดับ 2 จากการประกวด " ELECTROLUX DIRECT SELLNG WORLD CHAMPIONSHIP 1986 "

เพราะว่าเหรียญตราแห่งชัยชนะที่ได้รับ หากใช่เกิดจากโชคหรือเกื้อหนุนช่วย แต่เป็นผลจากความมานะพยายามที่จะเอาชนะนความยากลำปากนานับประการในงานขายตรงของพวกเขาต่างหาก ทั้งนี้ผสมผสานกับความเชื่อมั่นในศักยภาพของสินค้า และการบริการที่เป็นหนึ่งมาเสมอ

แน่นอนว่าความใฝ่ฝันสูงสุดคือตำแหน่งแซมป์โลก แต่เมื่อดูถึงอายุก่อตั้งที่ยังไม่ครบ สิบปีเทียบกับอีก 40 ปี กว่าสาขาทั่วโลกที่อีเลคโทรลักซ์ เวิร์ลไวด์ ได้เข้าไปแตกหน่อผลิตใบเป็นเวลามากกว่าทตศวรรษความสำเร็จของอีโทรลักซ์ (ประเทศไทย ) ที่เกิดขึ้นก็เพียงพอที่จะประทับใจได้ระดับหนึ่ง

พวกเขาอาจอิ่มเอิมใจเป็นทบเท่า ถ้าจะได้รู้ว่ากว่าจะถึงวันนั้น สิบปีกับความกล้าหาญที่นำเอาระบบขายตรงเข้ามาแพร่ในเมืองไทยของอีโทรลักซ์ ต้องเผชิญอุปสรรค์ขวากหนามบนเส้นทางก้าวย่างซึ่งมิใบใช่โรยด้วยดอกกุหลาบงานในแต่ละช่วงเวลาอย่างเหลือคณานับ

ความเป็นปรึกแผ่นที่คนหนุ่มสาวรับมาสานต่อในปัจจุบัน ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนจะมีใครรู้ไหมว่า พนรักงานของบริษัทยุคแรก ๆ ต้องถูกปรามาสเยาะเย้อถากถาง ด้วยสายตาที่ดูมิ่นดูแคลน และฝังด้วยท่าทีคลางแคลง ของผู้คนรอบข้างอย่างมากมาย!!!

"สมัยนั้นคนไทยยังไมส่ชินกับระบบขายตรง พอไปกรดกริ่งเสนอขายสินค้าสายตาที่จับจ้องก็มองว่า พวกเราเป็นหัวขโมยโจรห้าร้อยหรือป่าว เอาของมาเร่ขายไม่น่าเชื่อถือ มิหน่ำซ้ำกสารไปกดกริ่วตอนกลางคืนยิ่งเพิ่มความน่ากลัวเข้าไปอีกทำงัยได้ตอนนั้นขายของได้ก็เพราะตอนกลางคืน

"คราวหนึ่งผมเข้าไปขายเครื่องดูดฝุ่นในบ้านบ้านนายทหารผู้หนึ่ง รีะหว่างสาธิตวิธีการใช้เครื่องเจ้าของบ้านถึงขนาดกุมปืนกระบอกชับมั่นในมือ ถ้าเราแสดงพิรุธหรือตื่นตระหนกอะไรออกมา ง่ายครับโป้งเดียว ไม่ต้องสั่งเสียอะไรกันเลย " พนักขายรุ่นบุกเบิกคุยให้ "ผู้จัดการ" ฟังด้วยความระทึกเหมือนกับเหตุการณ์นั้นผ่านไปหมาด ๆ

นักล่ามือทอง ในระบบขายตรงหลายคนพูดถึงอีเลคโทรลักซ์ พร้อมทั้งข้อสังเกตไปในตัว "ผู้จัดการ" ว่า " ถ้าว่ากันในระบบ DOOR - TO - DOOR อย่างแท้ ๆ ต้องยอมรับว่ายอดขาย 300 ล้านบาทในแต่ละปีของบริษัทนี้ (เฉพาะเมืองไทย) ถือเป็นรายได้ขั้นสูงที่ทำได้ไม่ง่ายนัก และอาจกว่าทุกบริษัท ก็น่าคิดไม่น้อยว่าต้นกำเนิดของอีเลคโทรลักซ์ มาจากประเทศสังคมนิยมอย่างสวีเดน และหลักการและกลยุทธ์การขายของเขาทำเอาบริษัทของปรีะเทศทุนนิยมต้องอายม้วนเลยทีเดียว กรณีของอีเลคโทรลักซ์น่าศึกษาไม่น้อย "

เมื่อเดือนกันยายน 2520 เอบี อีเลคโทรลักซ์ ลงประกาศข้อความโฆษณาสั้น ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์บางกอกโฟสต์ บ่งถึงเจตจำนงแน่วแน่ที่จะขยายฐานธุรกิจเข้าประเทศไทยเต็มตัว หลังจากพบช่องทางสดใสบ้างแล้วกับการขายสินค้า ผ่านตัวแทนจำหน่าย (กลุ่มอิตาเลเซีย)

กลุ่มอิตาเลเซีย - เป็นตัวแทนจำหน่าย เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือนชื่อดังโดยรับเป็นตัวแทนให้กับบริษัทยุโรปที่ยังจด ๆ จ้อง ๆ ไม่กล้าเข้ามาลงทุนจริงจัง กลุ่มนี้เป็นการรวมตังกันของตระกูลขุนน้ำขุนนางเก่าระหว่างสาย "โทณะวณิก" กับสาย " ณ นคร " มี มร.อดอฟโฟ เบนเนเนทมทิ ลูกครึ่งไทย - อิตาลี ของคุณหญิงจาด โทณะวณิก กับเภาลีนา ณ นคร เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง !!!!

เดือนตุลาคมปีเดียวกันจึงมาการจดทะเบียน ร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ระหว่างเอบี อีเลคโทรลักซ์ ของสวีเดนกับอิตาเลย์เซียด้วยทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท แบ่งการถือหุ้นของอิตาเลยเซีย/เอบี ฯ เป็น 51/49

ระหว่างที่เอบี ฯ สอดส่ายรอจังหวะโถมตัวเขั้ามานั้นได้มาตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายราย ซึ่งบางรายก็มาอธิพลทางการตลาดสูงกว่าอิตาเลเซียหลายเท่าตัวแสดงความประสงค์จะเข้าร่วมหุ้น แต่ เอบีฯ คงยืนกรานเคารพใน "เกียติ" กับอิตาเลเซีบเป็นอันดับแรก

ข้อต่อของการตัดสินใจนี้แหล่งข่าวกล่าวว่า " น่านับถือสวีเดนมา ระยะนั้นถ้าเขาเลือกร่วมกับกลุ่มอื่นตลาดอาจจะโครมครามมากว่านี้ เพราะชาวงนั้นสินค้าที่ขายอิตาเลเซีย ใฝชข่ว่าจะตื่นตูมมากนักมีไม่น้อยวางโซว์ไว้ในสยามสแควร์จนฝุ่นจับเขรอะไปหมด แต่เดี่ยวนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงการเติมโตที่ค่อนข้างจะหนักแน่นมั่นคงและอุดรั่วของปัญหาที่จะทำลายโอกาสทองลดโดยสั้นเชิง"

อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) ยุตก่อตั้งเริ่มต้นโดยพนักงาน 4 คนเท่านั้น มร.โรเบิร์ต คิลเบิร์ก เป็นผู้จัดการทั่วไป ร่วมด้วยทีมงานตลาดคนไทยอีก 3 คน พุฒ เบญจมงคลวารี วีระพงษ์ สังขะปรีชา และสุรพล สามคนนี้ถูกส่งไปอบรมงานที่สิงคโปร์และมาเลเซีย 1 เดือน ก่อนมาประจำที่ออฟฟิศซึ่งตั้งอยู่ในซอยเจริญมิตร เอกมัย

พุฒ เบญจมงคลวารี - เมื่อพบโฆษณาสมัครงานในระบบขายตรงของอีเลคโทรลักซ์ก็ทำให้นักการตลบาดหนุ่มผู้นี้ที่เคยผ่านงานกับบบริษัทดัง ๆ มาแล้วหลายแห่งเช่น ดีทแฮล์ม เชลล์ไทยอินเตอร์ เดนซ่า ยอมเบนเข็มชีวิตมุ่งหน้าสู่การท้าทายในรูปแบบใหม่ทันที พุฒอยู่ที่อีเลคโทรลักซ์นานถึง 6 ปี นับเป็นบริษัทที่เขาอยู่นานที่สุดตำแหน่งสุดท้ายเขาก้าวขึ้นผู้บริหารอันดับ 2 เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด

วีระพงษ์ สังขะปรีชา คนหนุ่มไฟแรงที่ผ่านสมรภูมิการขายมาอย่างโชกโชนเช่นกัน เขาก้าวเข้ามาอยู่อิเลคโทรลักซ์ด้สนเหตุผลที่ไม่ต่างจากพุฒมากนัก ระยะเวลา 2 ปี เศษที่อยู่กับอีเลคโทรลักซ์ วีระพงษ์นับเป็นเงื่อนไขสำคัญดอกหนึ่งที่ไขความสำเร็จมาสู่ปัจจุบัน ปัจจุบันวีระพงษ์เป็นผู้จัดการของ เคนตั๊กกี้ ไฟด์ ชิ้กเก้น

"ตอนไปอบรมพวกเราตื่นเต้นกันมาก ได้เห็นคนงานที่เป็นคนหนุ่มไม่เกิน 40 ปี ร่วมแรงแข่งขันกันอย่างใจจดใจจ่อจนปลุกจิตใจพวกเราให้กระหายที่จะได้เห็นความคึกคักของงานขายตรงในรูปแบบ DOOR - TO DOOR ขึ้นในบ้านเราบ้าง " พุฒลำลึกอดีตแห่งหนหลังให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

ปลายเดือนตุลาคมปี 2520 สินค้าล็อตแรกก็แย้มตัวลองของตลาดด้วยเทคนิคขายตรงอย่างจริงจัง โดยนำร่องด้วยเครื่องดูดฝุ่น P- LINE สินค้าตัวแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับอีเลคโทรลักซ์มาแล้วทั่งโลก อาจเป็นจังหวะดีด้วยว่าขณะนั้นการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ขยายตัวอย่างคึกคักมีแนวโน้วดึงดูความสนใจให้คนใช้เครื่องดูดฝุ่นกันมาก

แต่กรรมไหมล่ะ พอเห็นราคาขายเท่านั้นหลายคนถึงกับบร้อง "ยี่" ออกมาดัง ๆ หลายรายเบือนหน้าหนีโดยไม่ใยดี เพราะว่าเครื่องอะไรกันราคาสูงถึง 3,000 - 4,000 บาท แพงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่วางขายตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ร่วม 200 %

ประกอบกับยุคนั้นสินค้าญี่ปุ่นกำลังโด่งดังคังตลาดหันไปทางไหนก็เห็นแต่ เมดอิน เจแปน ดังนั้นถึงแม้ว่าระบบขายตรง ณ ที่ขายจะไร้คู้แข่งก็ตามที ทว่าโอกาสจะเบียดแทรกแย่งยื้อความนิยมจากผู้ใช้ก็ยากเย็นเต็มกลืนไม่น้อย กว่าจะขายได้ใน 30 เครื่องต่อเดือน

ทีมงานขายยุคนั้นก็ต้องสรุปและแก้ไขข้อผิดพลาดจนดึกจนดื่นเกือบทุกวัน!!

มิหนำซ้ำปัญหาซับซ้อนที่เกินขึ้นในเวลาเดียวกันก็คือ ไม่สามารถขยายทีมงานขายให้ฟู่ฟ่าอย่างที่หวังเอาไว้นัก เนื่องจากอาชีพขายตรงถูกมองว่าเป็นเกรดต่ำ ไม่มาระดับชั้นในสังคม และยังมีความสับสนในเรื่องรายได้กับการงานที่ไม่แน่นนอน ทำให้คนหนุ่มสาวละความสนใจไปเสียหมด

ถึงกระนั้นเมื่อครบปีในเดือน ตุลาคม 2521ยอดขายเครื่องดูดฝุ่นที่ออกมาก็ไม่เลวนัก สามารถขายได้ถึง 5,000 เครื่อง มันเป็นเลขที่ทีมขายยุคนั้นบันทึกไว้ในความทรงจำไม่เชี่ยมคลาย เพราะกว่าจะได้มาเท่านี้เลือดตาของแต่ละคนแทบกระเด็น!!

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอีเลคโทรลักซ์ กับงานสร้างภาพพจน์การขายตรงให้คนสนใจมากขึ้น ทั้งเพื่อมุ่งขยายฐานสิ้นค้าให้กระจายตัวกว้างขวาง ได้แก่การนำเอาระบบประกันรายได้มาใช้กับพนักงานขายในปี 2522 นับเป็นยบริษัทแรกที่ปฏิบัติเช่นนี้

การประกันรายได้ให้กับพนักงานอยู่ภายใต้เงือนไขที่ว่า ไม่ว่าพนักงานเก่าหรือใหม่จะขายสินค้าได้หรือไม่ได้อย่างไรนั้นบริษัทต้องรับวาระจ่ายตอบแทนการทำงานประจำเดือนคนละ 2,000 บาท เป็นอย่างต่ำ ส่วนจะมากำหนดระยะเวลาเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา

ระบบประกันรายได้ดังกล่าวยื้อยุดความสนใจให้กับหนุ่มสสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูวิทยาลัย- มหาวิทยาลัยหลั่งไหลสนใจกันมากขึ้น ทำให้บริษัทเริ่มสร้างทีมขายกว้างดุจใยแมงมุมได้ง่ายขึ้น และก็เริ่มต้นจากปริมาณไปสู่หลักคุณภาพในที่สุด ปัจจุบันระบบประกันรายได้เปลี่ยนมาเป็นเงินเดือนประจำ 2,000 บาท สำหรับคนเข้าใหม่

ปี 2522 ยังเป็นปีแห่งหารเปลี่ยนแปลงอีกหลายเรื่องเช่น การขยายสาขาไปต่างจังหวัดซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงเอาการอยู่ เพราะแม้แต่ในกรุงเทพ ฯ เองคนไทยก็ยังไม่ชินกับกระบวนการขายตรงมากนัก นอกจากนี้การเปิดสาขาต่างจังหวัดอาจมีปัญหาเรื่องการสาธิตที่ยุ้งยากอีกด้วย แต่ผู้บริหารทุกคนก็ลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยากง่ายแก้ไขกันไป ตอนนี้เหล็กกำลังเริ่มร้อนต้องรีบตีให้เร็วที่สุด "

ดังนั้นสาขาแรกที่จังหวัดชลบุรีจึงกำเนินขึ้นมาเหตุที่เลือกชลบุรีเป็นเพราะต้องการดึงพื้นที่ให้อยู่ใกล้สำนักงานใหญ่มากที่สุด เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที กับสาขาชลบุรีผลงานที่ออกมาก็ไปได้ดีพอสมควรจนทำให้บริษัทตันสินใจขยายสาขาออกไปต่างจังหวัดครั้งใหญ่ในปีถัดมาที่ นครปฐมสระบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และหาดใหญ่

นอกจากนี้ปีเดียวกันยังก้าวไปสู่มิติใหม่ด้วยการเปิดแผนกเครื่องซักผ้า K LINE เพิ่มขึ้น และแผนกนี้ก็ทำให้อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) ได้ชื่อว่าเป็นสาขาแรกของโลกที่กล้านำเอาระบบขายตรงมาใช้เพราะการที่นำเครื่องที่มีน้ำหนักถึง 90 ก.ก ไปสาธิตให้ลูกค้ารู้จักไม่ใช่เรื่องง่ายเลย !?

แต่อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) ก็ทำและทำได้ดีเสียด้วยกับการข่นเครื่องใสรถบรรทุกไปสาธิตถึงหัวกระไดบ้านเลยทีเดียว และด้วยเหตุนี้บวกกับการบริการเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดทำให้เดือนแรกของการขายสามารถขายเครื่องได้ถึง 20 เครื่อง

"เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้รับการตอบรับมากมายเช่นนี้ เพราะราคาของเราค่อนข้างที่จะแพงกว่าคู่แข่งอยู่ไม่น้อย ต่อมาแผนกเครื่องซักผ้าก็ขยายตัวขึ้นมาเป็นคู้แข่งเครื่องดูดฝุ่นเสียเอง จนบริษัทแม่ชมเชยผลงานอยู่เป็นนิตย์ " ผู้บริหารท่านหนึ่งในยุคนั้นกล่าวกับ "ผู้จัดการ"

เพียงสามปีผ่านไปออฟฟิศซอยเจริญมิตร เอกมัย ชักคับแคบเกินไปเสียแล้ว เพราะพนักงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อย ๆ คน และในปี 2523 ก็เปิดแผนกจักเย็บผ้าอีกแผนก โดยมีนเรน เตชะวรวงศา คนหนุ่มฝีมือดีอีกคนหนึ่งในวงการตลาดเข้ามาเป็นผู้จัดการ จักรเย็บผ้าถือเป็นปฏิมากรรมชิ้นเอกที่เอบี ลีเลคโทรลักซ์ชื่อชมเอามาก ๆ

แต่นั้นแหละไม่มีบทเรียยนความล้มเหลวไหนเลยจะเป็นผู้ชนะที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไม่มีที่ติ กับจักรเย็บผ้าที่นำมาขายตรงทำให้อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) ได้รู้ถึงความเจ็บปวดและการพ่ายแพ้บ้างว่าความเหมาะสมในเรื่องหนึ่งนั้นไม่อาจนำมาใช้กับอีกเรื่องหนึ่งเสมอไป!!!!

จักรเย็บผ้าจึงเป็นบาดแผลแรกที่เป็นอุธาหรณ์ที่ดีที่สุด และแผนกนี้ก็ต้องยุบตัวเองในเวลาถัดมา ส่วนตัว นเรน ความผิดพลาดนั้นไม่ได้เกิดจากตัวเขาเป็นต้นเหตุ ดังนั้นจึงยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญในแผนกอื่นที่เปิดตามมาในปีถัดมา เช่น เครื่องตัดหญ้า เครื่องกรองน้ำ และอุตสาหกรรม ซึ่งนเรนก็ผลักดันนความสำเร็จมาสู่อีเลคโทรลักซ์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้บริหารคนอื่น ๆ

นเรน เตชะวรวงศา วันนี้เขาถอนตัวเองออกไปจากวงการขายตรงเสียแล้ว โดยไปรับตำแหน่งใหญ่ให้กับกลุ่มป่าไม้สันติที่มีลูกชายของ ณรงค์ ศรีสะอ้าน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นหัวเรือใหญ่และนั้นประสบการณ์ที่ณเรนได้รับมาจากอีเลคโทรลักซ์ เขากำลังทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ส่งออกของกลุ่มก้าวไปสู่ความรุ่งเรืองคนในวงการหลายท่านยอมรับว่า อีเลคโทรลักซ์เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ก็เพราะนเรนที่เก่งในเรื่องประชาสัมพันธ์

กระทั่งถึงปี 2524 การขยายตัวที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับทำให้ต้องย้ายสำนักงานจากซอยเจริญมิตรมาอยู่ยังอาคารใหม่ 8 คูหา ริมถนนสุขุมวิท 71 ตรงข้าม รพ. พัฒนเวชพร้อมกับทีมงานขายเฉพาะในกรุงเทพ ฯ ที่มีมากขึ้นถึง 500 - 600 คน

"เมื่อเทียบยอดขายกับสาขาอื่นทั่วโลก อีเลคโทรลักซ์ซึ่งเพิงอายุไม่กี่ขวบปีผลักดันตัว้องให้อยู่ในระดับต้น ๆ ได้เกือบทุกปี จนได้รรับคำชมจากบริษัทแม่ว่าเป็นสาขาที่ขยายงานได้อย่างรวดเร็วและน่าทึ่งมากในประวัติศษสตร์ของอีเลคโทรลักซ์ที่เคยมีมา " พุฒ เบญจมงคลวารี สำทับถึงความสำเร็จของวันวาน ด้วยความปิติที่ซ่อนเรนอยู่ในตาจนเห็นได้ชัด

สุดเด่นที่นำชัยชนะมาสู่อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) อีกประการหนึ่งเห็นจะเป็น การอลุ้มอล่วยผ่อนสั้นผ่อนยาวนานถึง 1 ปี ซึ่งข้อดีนี้ ทำให้ไปหักล้างกับราคาสินค้าที่แพงกว่าคูแข่งลงไปได้ไม่น้อย พุฒกล่าวว่า ช่วงที่เขายังอยู่นั้นไม่เคยเกิดกรณีฟ้องร้องบังคับหนี้สินแต่อย่างใด

"เราพยายามยืดหลักการทำงานของคนสวีเดนที่ไม่ขี้โอ่ และไม่ขู่แขนบังคับลูกค้าจนเกินไปมาใช้มากที่สุด ทั้งเรื่องแผนงานและหนี้สินจะมีการทำแพลนนิ่งกันเป็นปี ๆ นั้น ช่วงนี้ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งทำให้ลูกค้าเข้าใจและพะยายามทำเรื่องต่าง ๆ ให้สอดคล้องบริษัทจนไม่ให้มีปัญหาใด ๆ

ปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จที่พอกพูนและเห็นเป็นรูปธรรมเด่นชัดในแต่ละปีสร้างความพึงพอใจให้กับให้กับเอบี ฯ เป็นอย่างสูง จนเดี่ยวนี้พยายามรับความมีประสิทธภาพของคนไทยอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยการไม่เข้ามาก้าวก่ายงานแบบ DAY - TO - DAY อีกต่อไป ทุกแผนกตั้งคนไทยขึ้นมารับผิดชอบ หมดเหลือไว้เพียงแต่ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปเท่านั้นที่เอบี ฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ให้กับเจ้าหน้าที่จากบริษัทแม่ส่งมาดูแล

ภายหลังจากที่ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่สุขุมวิท 71 ไม่กี่ปีก็ไม่มาใครหยึดยั่งความสำเร็จของอีเลคโทรลักซ์ประเทศไทย ได้อีกต่อไปเมื่อบริษัมตัดสินใจเข้าไปเทคโอเวอร์กิจการรับจ้างทำความสะอาดอาคารสถานที่ กำจัดแมลง และสัตว์รบกวน ปรระกอบจนรับจัดไม้ประดับในอาคารจากบริษัท ฯ หนึ่ง ที่บริหารงานล้มเหลวมาตั้งใหม่เป็น อีเลคโทรลักซ์ แอมแพค" ถ้านับรวมพนักงานในส่วนนี้ด้วยวันนี้ก็มากถึง 2,000 คน

การเข้าไปซื้อกิจการรับจ้างทำความสะอาดก็เป็นไปตามหลักการของเอบี อีเลคโทรลักซ์ ที่ถูกขานนามว่า "เป็นลูกอีช่างซื้อ" เพราะตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาเอบี ฯ ได้กว้านกิจการของคนอื่นมาครอบครอง แล้วมากกว่า 300 บริษัทใน 40 ประเทศ

เรียกว่ากิจการใครต้องส่อเค้าผ่าตัดใหญ่เป็นต้องกระโจนเข้าไปตะครุบไว้ก่อน ทั้งนี้เพราะเอบี ฯ มีหลักการบริหารอยู่ในประโยคหนึ่งว่า IT IS FASTER TO PUT AN AILING TREE TO GROW THAN TO PLANT A NEW ONE แปลเข้าใจง่าย ๆ ว่า

"ต้นไม้ที่โตแล้วแม้จะเหี่ยวเฉาโรยราไปบ้าง แต่ถ้าเอาใจใส่รดน้ำพรวนดินให้ดี ก็น่าจะให้ดอกผลเร็วกว่า แน่นอนกว่าการไปปลูกต้นไม้ใหม่"

จากสถิติข้างต้นหากมองย้อนไปยังนโยบายประการหนึ่งของอีเลคโทรลักซ์ (ประเทศ) ที่เคยบอกว่า บบริษัทเตรียมตัวเสมอที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินการผลิตสินค้าบางชนิดขึ้นภายในประเทศ " ก็น่าจะเป็นประเด็นบอกให้รู้ว่า…….

ไม่วันใดก็หนึ่งอีเลคโทรลักซ์อาจเขมือบหรือแผ่รัศมีมีการลงทุนธุรกิจเกี่ยวพันกับวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เป็นได้ เพราะปัจจัยสนับสนุนความเป็นไปได้ในเวลานี้ก็มีอย่าด้วยกันหลายทาง ซึ่งแหล่งข่าวในวงการ ฯ ที่สัมผัสติดตามอีเลคโทรลักซ์มาตลอดวิเคาระห์ความเป็นไปได้ดังกล่าวนั้นว่า

หนึ่ง - สถานการณ์การลงทุนในประเทศไทยเวลานี้มาความเหมาะสมที่สุดกว่าทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องอีเล็กทรอนิคส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยการให้ บีโอไอ. ส่งเสริมบริษัท ฯ ที่จะมาลงทุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่

สอง - การที่เอบี ฯ ทุ่มซื้อกิจการของซานูทซีในอิตาลีกับไวท์เวสติ้ง ในอเมริกา จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ไปโดยปริยายทำให้ฐานตลาดกระจ่ายมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะนี้ มีความเป็นไปได้มากกว่าเอบี ฯ อาจจะต้องแสวงหาแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่ แทนที่โรงงานใหญ่ในสวิเดนที่กำลังพบกับความตีบตันในการขยายตัว

"ท่านประธานบริษัท ฯ เคยเข้ามาดูลู่ทางในเมืองไทยบ่อย ๆ บางทีท่านก็บินมาเงียบ ๆ แบบไม่ให้รู้ตัวก็รู้สึกว่าประทับใจสภาพแวดล้อมของบ้านเราไม่น้อย" แหล่งข่าวแย้มนัยอยู่ในทีให้ "ผู้จัดการ" รับฟัง

สาม - เท่าที่ผ่านมายอดขายสินค้าในเอเชียขยายตัวอยู่ในปริมาณที่น่าพอใจมาก โดยเฉพาะไทยกับไต้หวัน ซึ่งปริมาณขาย 13,000 เครื่องเฉพาะเมืองไทยกับเครื่องดูดฝุ่นในปีที่ผ่านมาก็เกินเป้าหมาย20% ที่เอบี ฯ พร้อมจะตั้งโรงงานผลิตภายในแล้ว ยิ่งเมืองไทยอยู่ในศูนย์กลางของทวีป จึงมีความเหมาะสมต่อการลงทุนไม่น้อย

"อาจชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าเขาจะยาตราทัพมาเต็มกำลังศึกหรือเปล่า เพียงแต่มองดูว่าเอบี ฯ นั้นค่อนข้างงให้ความสนใจตลาดเอเชียสูง และพูดถึงความเหมาะต่อการลงทุนทุนก็ไม่ใช่เรื่องเพ้นฝัน เอบี ฯ เองก็ต้องการที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ด้านนี้เทียมรัศมีบริษัทญี่ปุ่นอยู่แล้ว " แหล่งข่าวกล่าวสรุป

วันนี้ใน 2530 งานขายตรงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับอีเลคโทรลักซ์ในเมืองไทยอีกต่อไปแล้ว จะมีก็เพียงการขยายสาขาให้มากขึ้นกว่า 19 แห่งที่มีอยู่แล้วทำอย่างงัยจึงจะสามารถให้การบริการที่เป็นเลิศโดยไม่ติดขัดกับปริมาณลูกค้าที่วิ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน!!!

อีก 2 ปี ข้างหน้างานประกวด แชมป์โลกขายตรงของอิเลคโทรลักซ์ทั่วโลกจะเวียนมาอีกครั้งหนึ่ง เชื่อเหลือเกินว่า พลังใจเร้าร้อน ความมุ่หวังที่คุโชนในอนูความคิดและความรู้สึกของพนักงานทุก ๆ คน คงเป็นแรงขับเคลื่อนให้อีเลคโทรลักซ์ (ประเทศไทย) ก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งชัยชนะได้อย่างแน่นอน !!!

เมื่อถึงวันนั้น …นอกจากจะได้เห็นทีมงานขายกระจายตัวกันออกเสนอสินค้าแก้ลูกค้าด้วยความเร้าร้อนและกระตือรือร้นมากขึ้นแล้ว อาจจะได้เห็นอาคารสำนักงานที่ใหญ่โตหรูหรากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และอาจได้เห็นโรงงานผลิตสินค้าที่เกิดขึ้นในเมืองไทยอีกด้วย!!!!!??

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย