Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2530








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2530
แมวทอง - สิงหราช เมื่อคนค้าไวน์คิดจะบินผยองมาค้าเหล้า             
 

   
related stories

ไวน์คูลเลอร์ - แนวรบน่ากลัวแต่น่าลอง
เกียรติ วัธนเวคิน - ถ้าวันนั้นยังไม่รีไทร์ ประมวลผลวันนี้อาจไม่เท่านี้
การุณ บุณยศรีสวัสดิ์ คนที่ฝันจะเป็นหงส์ผงาดฟ้า

   
search resources

Alcohol
ประมวลผล, บจก.




เพราะความผูกพันของคนกับเหล้าที่สืบต่อมาหลายชัวคนและยังคงยึดมั่นไม่เสี่ยมคลาย จึงทำให้มูลค่าทางตลาดสูงขึ้นเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทในแต่ละปี จนกลายเป็นปมเงื่อนในสงครามค้าเหล้าที่จะต้องหักหาญชิงชัยกันให้ถึงที่สุด และนี้ก็เป็นเรื่องของคนค้าเหล้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ฟูมฟักตัวเองแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ อยู่สิบปี จนภาวะการณ์ปัจจุบันได้ที่เอื้ออำนวยเร่งเร้าบีบรัดให้ต้องทำอะไรที่จริง ๆ จัง ๆ กันบ้างแล้ว

ขวบปีที่สับสนและเรื้อรังด้วยปัญหานานับประการของธุรกิจค้าเหล้า เส้นทางที่วกวนไปมาของการผูกขาดและการแข่งขันอย่าเอาเป็นเอาตาย จากมิตรสู่ศัตรู จากศัตรูสู่มิตร และย้อนสู่โคจรการผู้ขาดอีกหน จนเป็นเหตุให้ผู้บริโภคตกที่นั่งข่มขื่นให้ซื้อเหล้าที่เคยดื่มในราคาสูงโด่ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในเกมตลาดที่ผู้ซื้อหาได้เป็นพระเจ้าอย่างแท้จริง ได้ปรากฏเหล้ายี่ห้อหนึ่งขึ้นในตลาด ซึ่งตีตรารับประกันรางวัลชนะเลิศนานาชาติมาเสียด้วย การเปิดแนวรบของเหล้าตัวนี้มาในฟอร์มเดียวกับที่แสงโสมเคยใช้มาแล้ว ด้วยการกดราคาอย่างไม่ยี่หระต่อยักษ์ใหญ่ถึง 12-15 บาท/ขวด

"แมวทอง" เหล้าที่ออกมาคำรามระยะแรกที่ออกตลาด ตั้งราคาขายปลีกขวดกลมแค่ 60 บาท ขวดแบนละ 32 บาท พร้อมกับเปอร์เซ็นส่วนลดและรางวัลล่อใจแก่ร้านค้าอย่างมากมาย ด้วยราคาที่ไม่แพงนัก รสชาติพอกล้อมแกล้มทำให้แมวทองโตขึ้นอย่างพรวดพลาด ทำเอาเจ้าของผู้ผลิตอย่าง"ประมวลผล" ซึ่งเป็นผู้ผลิตไวน์ชื่อดังอดหลงใหลได้ปลื่มกับตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้

"ช่วงนั้นเราขายได้ถึง 3,000 โหล/เดือน โรงงานผลิตป้อนให้แทบไม่ทัน แม้ว่าจะขายในราคาเงินสด ทว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเปิดเกมแต่อย่างใด ยิ่งตอนใกล้ปีใหม่แรงมาก สิ่งที่ดีที่สุดคือเรารุกไปได้ไม่กี่จังหวัดเท่านั้น" แหล่งข่าวในประมวลผลกล่าวอย่างดีใจอยู่นัยที

นั้นเป็นจุดก้าวครั้งสำคัญที่ทำให้ยักษ์เล็ก ๆ ตัวนี้ซึ่งแต่ก่อนแต่ใดอาจจะปิดตัวเอง เริ่มที่จะออกตัวให้สังคมรู้จักมากขึ้น โดยรุกด้านประชาสัมพันธ์เป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องตามหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ และรุกแบบประชิดตัวตามแบบฉบับสงครามกองโจรกับลูกค้าโดยตรงกับต่างจังหวัด

เทคนิคการเข้าตลาดของแมวทองที่มาในมาดเดียวกับแสงโสม หากเปรียบกับสินค้าชนิดอื่นอาจเป็นเรื่องปรกติ ที่ว่าของใหม่ ๆ ต้องย้อมกินน้ำใต้ศอกไปพราง ๆ ก่อน จนกว่าที่จะสามารถสร้างความภักดีในตัวสินค้า (BRAND LOYALTY) ให้ได้นั้นแหละจึงค่อยจะบินผยองอย่างก๋ากั้น

แต่กับเหล้าสินค้าที่ผูกติดกับความ ซับซ้อนและเงื่อนไขทางการตลาดมากมายอาจดูเป็นเรื่องแปลกกว่า ที่จะสร้างความภักดีให้เกิดขึ้นได้นั้นหากสายป่านไม่ยาวดีพอแล้วอาจต้องม้วนเสื่อกับบ้านอย่างน่าเวทนาและข้อสำคัญอีกอย่างคือว่า แม้ความภักดีจะขึ้นสูงใช่ว่าจะกำหนดราคาให้แปรเปลี่ยนไปตามความนิยมได้ง่าย ๆ บทเรียนตัวนี้เคยเกิดขึ้นกับเหล้าตัวอื่นมาแล้วโดยเฉพาะกับแสงโสม

ในช่วงปี 2523 ที่แสงโสมเคลื่อนพลออกมาเพื่อหวังที่จะถล่มแม่โขงให้ดับคาหมัด ตอนนั้นเป็นปีทองของการเปลี่ยนตัวเปลือยใจทุ่มสู้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการตั้งราคาหรือให้เปอร์เซ็นส่วนลดแก่ร้านค้า มากกว่าแม่โขงหลายเท่าตัว หรือด้านประชาสัมพันธ์ที่ดึงเอามือดีอย่าง ปลูก พูลสุข เข้ามาบัญชาการซึ่งยุทธวิธีของแสงโสมอาจจะดูหนักหน่วงรุนแรงกว่าแมวทองเสียด้วยซ้ำ

ถึงที่สุดแล้วแสงโสมก็เป็นได้แค่โสมที่ถูกบดอย่างไม่มีชิ้นดี

ความผิดพลาดในครั้งนั้นแหล่งข่าวกล่าวกับ"ผู้จัดการ" ว่า แสงโสมพลาดมากตอนแรกที่ไปได้ราคาไม่แพงนักถึงรสชาติจะไม่ถูกคอก็ตาม แต่เมื่อแสงโสมปรับดีกรีให้เท่ากับแม่โขงและปรับราคาตามไปด้วยจึงเป็นเหตุให้ล้มคว่ำในที่สุด จึงเห็นว่าราคาเหล้าถ้าขึ้นแต่ละครั้งมีปัญหาวุ้นไม่รู้จบ "

คำถามที่น่าสนใจในภาวะปัจจุบันก็คือ "แมวทองจะสามารถรักษาสถานภาพความรุ่งโรจน์ที่เคยปรากฏขึ้นในระยะสั้น ๆ ของการออกตลาดให้ยืดเยื้อยาวได้นานเท่าใด "

"เป็นปัญหาจุดคอหอยของประมวลผลไม่น้อยเลยทีเดียว จังหวะงาม ๆ ของแมวทองที่เคยเกิดขึ้นนับเป็นช่วงที่แม่โขงกับหงส์ทองกับกำลังถึงจุดเพลี่ยงพล้ำ ทุกทิศทุกทางไม่ว่าจะเป็นแรงบีบทางการเมืองหรือภาวะหนีสินที่กดทับ แต่เมื่อยักษ์ใหญ่พลิกสถานการณ์กลับมายืนอยู่จุดเดิมพร้อมเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการค้าอย่างแยบยล โดยการให้สุรามหาทิพย์ซึ่งเป็นเอเย่นต์ใหญ่ของสุรามหาราษฎร์ (ใหม่) ผลักราคาเหล้ากวางทองให้สูงขึ้นลังละ 770 บาท เพื่อให้เกิดช่องว่างกับเหล้าตระกูลหงส์ที่ขายเพียงละ 580 บาท ทั้งนี้เพื่อดันยอดจำหน่ายของเหล้าตระกูลหงส์ให้สูงขึ้น ซึ่งเกมนี้นอกจากจะพลิกแพลงระบบผลประโยชน์ที่ไม่ต้องจ่ายแก่รัฐมากนักตามเงือนไขใหม่แล้วนั้น อีกปีกหนึ่งยังเป็นการสกัดกั้นเหล้าบางตัวไม่ให้โตมากไปกว่าที่เป็นอยู่ " แหล่งข่าวในกรมสรรพสามิตวิเคราะห์สถานการณ์กับ "ผู้จัดการ"

นี้คือการปิดล้อมอย่างอุกฉกรรจ์ที่รอพิสูจน์ความสามารถของประมวลผล ว่าจะดิ้นรนฟันฝ่าให้พ้นจากขวากหนามนี้ได้หรือไม่ ซึ่งสภาพที่เป็นจริงในวันนี้ปรากฏว่า "แมวทองไม่อาจทนเชือดเนื้อเถือหนังตัวเองได้อีกต่อไป จำต้องปรับราคามาใกล้เคียงกับแม่โขงและเหล้าหงส์

"ยอมรับว่าตอนนี้เราเข้าจุดลำบากไม่น้อย ที่ผ่านมายังไม่สามารถทำให้ชื่อแมวทองติดปากนักดื่มได้มากนัก แต่ถ้าไม่ปรับราคาก็แย่เพราะยอดขายตั้งแต่ปีใหม่ลงมาตกลงไปจากที่เคยเป็นมาไม่น้อย" แหล่งข่าวในประมวลผลเผยกับ "ผู้จัดการ"

สภาพการณ์ของแมวทองที่เคยโหมกระหน่ำ จนแปรเปลี่ยนมาเป็นเชิงรับในปัจจุบัน ทำให้การุณ บุณยศรีสวัสดิ์ คีย์แมน สำคัญที่เป็นตัวหนุนให้ประมวลผลเปิดแนวรบเหล้าพิเศษ "แมวทอง" อย่างจริงจังจึงต้องวิ่งเจรจากับผู้ใหญ่ธนาคารนครหลวงไทยเพื่อขอเงินอัดฉีด เพื่อประคับประคองตลาดที่มองเห็นอนาคตว่าจะไปได้สวยไม่ให้ต้องเพลี่ยงพล้ำกว่าเวลาอันสมควรไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

นอกจากนี้การุณหรือหลีเอียวกัง ทายาทคนโตของผู้ก่อตั้งประมวลผลคนหนุ่มวัย 40 ปี ที่โดดเข้ามากุมบังเหียนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในปัจจุบันยังได้วางแผนที่จะขอเงินสนับสนุนเพื่อเขนเหล้าตัวใหม่อีกตัวหนึ่งลงไปเจาะเซกเมนท์ใหม่อีกเซกเมนท์หนึ่ง โดยจะเจาะตลาดเหล้าราคาแพงเช่นเดียวกับเหล้าต่างประเทศ ซึ่งเหล้าตัวใหม่นี้จะให้ชื่อ "สิงหราช" ผลิตอยู่ในมาตราฐานเดียวกับ จอห์นนี่ วอล์คเกอร์

การกระโจนลงไปในสงครามค้าเหล้าอย่างจริงจังแทนความเอื้อเฉื่อยในอดีตของประมวลผลด้วยความโหดและหิน ของตลาดที่อยู่ในกำมือของยักษ์ใหญ่จนแทบจะเป็นการผูกขาด ทำให้น่าคิดมากว่า กว่าที่ความสำเร็จสักครึ่งหนึ่งมาเยือนประมวลผล

เจ้าแมวทองตัวเก่งจะต้องเป็นแผลเหวอะหวะเลือดตกยางออกสักกี่มากน้อย

แต่ถึงจะจบจุดเปราะบางในเรื่องสายป่านการเงินที่มาหล่อเลี้ยงและเป็นฐานสนับสนุนการเจริญเติมโตของตลาด ทว่าประมวลผลก็มีจุดแข็งพอมฃที่จะเป็นตัวหนุนยังไม่ให้ตกเป็นเบี้ยตัวรองของยักษ์ใหญ่มากนัก ในเรื่องของการสร้างฐานเอเย่นต์ตามจังหวัดต่าง ๆ

ปราการรบด้านนี้ประมวลผลยึดแบบแผนที่ว่า เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้างแหย่ เอ็งแหย่ข้าตี ในช่วงที่แม่โขงรวมตัวกับหงส์ทองพร้อมกับตั้งบริษัท สุรามหาทิพย์ จำกัด ขึ้นมาเป็นเอเย่นต์ใหญ่เพื่อมาเป็นเกาะกำบังในเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนต่อรัฐ ที่ไม่ต้องเสียเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามสัญญาการขาย(ปรกติการขายของสุรามหาราษฎร์ จะต้องให้ผลประโยชน์แก่รัฐปีละหลายพันล้านบาทเม่อมีสุรามหาทิพย์ขึ้นมารับภาระด้านการขายก็เท่ากับว่าเป็นการตัดยอดสุรามหาราษฎร์ให้น้อยลง อันเป็นผลให้ผลประโยชน์ตอบแทนลดหลั่งลงตาม )

การเกิดขึ้นมาของสุรามหาทิพย์ด้านหนึง ถึงจะเป็นผลบวกต่อสุรามหาราษฎร์ ทว่าก็ไปสร้างความเจ็บซ้ำน้ำใจให้กับเอเย่นต์เดิม ที่ต้องถูกตัดสิทธิไปโดยปริยาย ดังนั้นจึงทำให้กลุ่มพ่อค้าเหล้าทั้ง 5 ภาคสมตัวกันแข็งข้อต่อสุรามหาราษฎร์ (ใหม่) และสุรามหาทิพย์อย่างที่สุด

จังหวะนี้เองที่ประมวลผลได้มีโอกาสเข้าไปตีสนิทชิดเชื้อกับเอเย่นต์เหล่านั้น เมื่อผลประโยชน์สดสวยบวกกับแรงแค้นในหัวอกที่ต้องชำระสะสาง จึงไม่ต้องเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะทำให้ประมวลผลสามารถดึงเอเย่นต์เก่าของแม่โขงกว่า 30 รายใน 30 จังหวัดให้เข้ามาร่วมทับจับศึกกับตนและยังขยายตัวไม่หยุดหย่อน

เอเย่นต์เหล่านั้นไม่ว่าจะเป็น แดนตะวัน จ.อุบลราชธานี บุญสินพานิช จ.ชุมพร คลังสุรา จ. เชียงใหม่ ฯลฯ เจ้าพ่อเหล่านี้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อในตลาดค้าเหล้าของภูธรชนิดหาตัวจับยากทั้งสิ้น

แหล่งข่าวในกรมสรรพสามิตกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ถึงกรณีนี้ว่า "เอเย่นต์เหล่านี้ต่างได้รับบทเรียนเจ็บแสบโขง ดังนั้นเมื่อมีแมวทองออกมาจึงไม่รีรอที่จะเข้าร่วมสมทบ ประกอบกับรสชาติหลายคนได้ลิมลองแล้วต่างยอมรับ ในช่วงแรกที่แมวทองได้เปิดเกมรุกเอเย่นเหล่านี้ได้ทุ่มพลังกายใจสนับสนุนเต็มที่บางแห่งถึงกับตัดผลกำไรมาเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างเอิกเกริก "

ด้วยประสบการณ์ที่ค้าขายกับแม่โขงมาหลายสิบปี ทำให้เอเย่นต์เหล่านั้นต่างรู้แจ้งแดงแจ๋ถึงจุดอ่อนของแม่โขงและเหล้าหงส์ทุกกระเปลาะ หากแม่โขงสามารถทำลายชื่อแม่โขงที่ยังติดปากนักดื่มให้คลายความแข็งลงสักเปลาะหนึ่ง

บางทีแม่โขงอาจจะได้รับบทเรียนอันเจ็บแสบจากเอเย่นต์เหล่านี้ก็เป็นได้

ข้อสำคัญตอนนี้อยู่ที่ว่า ประมวลผลจะกล้าได้กล้าเสีย ใจถึงพอที่จะวัดดวงหรือไม่เท่านั้น?

"ผมคิดว่าแม้ยอดขายของแมวทองในปัจจุบันอาจจะตกลงไปบาง แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายเสียทีเดียว ถ้าประมวลผลไม่สิ้นความพยายามใช้วิธีบ่อนไซตลาดเข้าไปทุกจุดสั่งสมความมั่นคงทางตลาดอย่างไม่ขาดสายโอกาสที่จะผงาดก็ไม่ใช่น้อย เพราะฐานเก่าที่เคยเป็นเจ้าพ่อเหล้าขาวมาก่อนก็ไม่น้อยทีมงานชุดใหม่ก็เป็นคนหนุ่มไฟแรงทั้งสิน ยิ่งตอนนี้มีการสาวไส้ความไม่ชอบมาพากลของแม่โขง - หงส์ทองมากขึ้น จุดนี้อาจทำให้คนสนใจสงสารแมวทองก็เป็นได้" แหล่งข่าวในกรมสรรพสามิตกล่าว

สำหรับฐานะและความเป็นไปได้ของประมวลผลที่ต้องหักหาญชิงงชัยกับยักษ์ใหญ่ในตลาดค้าเหล้ากับเส้นทางเดินในอดีตที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน ความเข้มแข็งของประมวลผลอาจจะยังไม่เฮฟวี่แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเหล้าหลาย ๆ ตัวที่เคยหาญทาบแม่โขงดูจะมีภาษีดีกว่าหลายช่วงตัว

บริษัท ประมวลผลจำกัด หรือ "ช่วนฮงอุ้หังกงซี" ตั้งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2497 เริ่มต้นจาก ป. ประกิต ขีตตะสังคะ พี่ชายจอมพล ป. พิบูลสงคราม ร่วมกับ หลวงสิริ ราบทรัพย์ ยื่นหนังสือของตั้งโรงงานสุราไม้ (ไวน์) โดยให้เหตุผลว่าระยะปี 2493-95 ประเทศไทยมีการนำเข้าสุราจากต่างประเทศค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสุราผลไม้ปี 2495 นำเข้าถึง 85,000 ลิตร หรือคิดเป็นเงิน 36 ล้านบาท

กระทรวงอุตสาหกรรมโดยคณะกรรมการพิจารณาที่มี จุล กาญจนลักษณ์คนปรุงเหล้าแม่โขงเป็นประธานตั้งเงื่อนไข และอนุมัติครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2498 ว่า การตั้งโรงงานจะต้องปฏิบัติตามเงือนไขที่ว่า ต้องผลิตสุราไม่ต่ำกว่า 6,000 ลิตร/เดือน มีแอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 12 อายุสัญญา 20 ปี

เงื่อนไขนี้กลุ่มผู้ที่ถือหุ้นต่างยินยอมกับทุนจดทะเบียนครั้งแรกตั้งไว้ 3 ล้านบาท แบ่งหุ้นออกเป็น 30,000 หุ้น ผู้ถือหุ้นเริ่มแรกประกอบด้วย ป.ประกิต ขีตตะสังคะ สิงโต ปานอุไทย พระยาบำรุงบุรีราช บุญเหลือ ทรรทานนท์ หลวงสิริราชทรัพย์ โขมพัตร์ แสงชูโต เขมวดี แสงชูโต

แต่ทำไปทำมาปรากฏว่ากลุ่มผู้ที่ขอตั้งโรงงานไม่สามารถผลิตสุราผลไม้นั้นได้ เพราะขาดผู้รู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ที่สุดจึงโอนใบอนุญาตให้ไปกับ หลีจี้เต๋า หรือ สุธี บุณยศรีสวัสดิ์ พ่อค้าเหล้าชื่อดังของนครปฐม เป็นผู้ดำเนินการแทนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2503 ซึ่งขนาดนั้นหลีจี้เต๋าก็ถือกรรมสิทธิ์โรงงานสุราขาวของกรมสรรพสามิตไว้ในมือหลายแห่ง

หลีจี้เต๋าไม่ได้ทำงานนี้เพียงคนเดียวยังได้เจ้าพ่อของวงการในช่วงนั้นคือ เกียรติ วัธนเวคิน เข้ามาร่วมด้วย เกียรติ ในสมัยนั้นต้มเหล้าขายเป็นอาชีพหลัก โดยทำในนามบริษัท ชลาพรรณ จำกัด แต่ว่ากันว่าที่จริงแล้วเป็นตัวเกียรติเองนั้นแหละที่ชักใยอยู่เบื้อหลังในการโอนกรรมสิทธิ์

"ผู้ถือหุ้นใหญ่ของประมวลผลยุคเปลี่ยนมือก็มีเกียรติ เป็นหัวเรือใหญ่ หลีจี้เต๋า เป็นแม่ทัพอกและบุญช่วย เวชพานิช เป็นแม่ทัพรอง การเข้ามารับช่วงโรงงานสุราผลไม้ของเกียรติเป็นที่วิภากษ์กันมากในสมัยนั้น โดยบารีและกำลังเงินที่มีอยู่มากล้นของเกียรติทำให้มองได้ว่านั้นเป็นการเปิดแนวรบที่จะตักหน้ากลุ่มเตชะไพบูลย์ซึ่งก็สนใใจอยู่ในทีเช่นกัน" ผู้ใกล้ชิดของเกียรติกล่าว

แต่การตลาดสุราในระยะแรก ไม่สู้จะดีนัก กระปลกกระเปลี่ยมาตลอดดีที่กลุ่มผู้ถือหุ้นเงินถึงจึงเอาตัวรอดมาได้ จนต่อมาหันมาจับจุดผลิตไวน์อย่างจริงจัง จนรูปการณ์ค่อยสดใสขึ้น แต่ขนาดที่เป็นรูปเป็นร่างเกียรติก็ถอนตัวไปเสียก่อน โดยถอนหุ้นใหญ่ที่มีทั้งหมดออกไป นอกจากเหตุผลที่จะออกไปเป็นนายแบงก์และเล่นค้าน้ำตาลแล้ว ผู้ใกล้ชิดของเกียรติบอกกับ"ผู้จัดการ" ว่า

จริง ๆ นั้นเกียรติเองเบื่อหน่ายธุรกิจค้าเหล้าที่มีแต่เล่ห์เหลี่ยม มีแต่จังหวะของการรอคอยที่จะจาบจ้วงกันไม่เลือกว่าจะ เป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ซึ่งจากการล้างมือครั้งนั้นทำให้เกียรติอำลาจากยุทธจักรค้าเหล้าไปเลย

จากการไปของเกียรติ วัธนเวคิน ทำให้ไพศาล ชัวศิริ มือดีอีกคนหนึ่งของหลีจี้เต๋าเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ และไพศาลคนนี้เป็นผู้ผลักดันให้ประมวลผลเป็นที่รู้จักในยุทธจักรค้าเหล้ามากขึ้น ปัจจุบันไพศาลพุ่งโชติช่วงจนเข้าไปเป็น 1 ในผู้ถือหุ้น สำคัญของสุรามหาราษฎร์อีกทาง (ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สุรามหาราษฎร์)

"ไพศาลเป็นคนที่หลีจี้เต๋าไว้ใจมากที่สุด สมัยนั้นเขาจะมากรมบ่อยที่สุด เป็นคนที่เข้าถึงผู้หลักผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี นิมนวนเป็นนักตื้อตัวยง เรียกได้ว่าเป็นตัวกลสำคัญเดี๋ยวนี้เขายังเป็นคนที่คอยรับแรงปะทะ ไม่ให้สุรามหาราษฎร์กดประมวลผลเพราะตัวเองเป็นกรรมการทั้งสองแห่ง " ผู้ใกล้ชิดของไพศาลกล่าว

กิจการผลิตสุราผลไม้ (ไวน์) ดำเนินมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดระยะเวลากว่าหลายสิบปี อำนาจการบริหารส่วนมากอยู่ในมือของ "บุณยสวัสดิ์" กับ "เวชพิช" โดยที่ไพศาลเป็นคนเดินเกมในวงนอกลักษณะที่โดดเด่นของประมวลผลก็คือ ไม่เคยทรุดหรือตกต่ำอย่างนาใจหาย ขนาดเดียวกันก็ไม่สามารถสร้างความตื่นเต้นหวือหวาจนจะต้องเหลียวกับมามอง

"เมื่อก่อนเราทำกันแบบครอบครัวชื่อเสียงรู้จักกันในไม่กี่จังหวัด แต่ปัจจุบันไม่อาจทำอย่างนั้นได้อีก ผมมาดูตลาดเหล้าแล้วผมเห็นว่าเราทุ่มเทเต็มที่ ยังมีช่องว่างที่จะเข้าไปแชร์ได้อีกไม่น้อย อีกอย่างที่เราเชื่อมันมากคือว่า วัตถุดินในการผลิตที่เรามีอยู่เป็นของที่ทำเหล้าได้มีคุณภาพมากที่สุดก็ว่าได้" การุณกล่าว

จะว่าไปแล้วการเข้าสู่ตลาดเหล้าปรุงพิเศษเฉกเช่นแม่โขง- หงส์ทอง ของประมวลผลไม่ใช่พึงเกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ประมาณ 2520 ได้ขออนุญาตผลิต "แมวทอง" ออกมาจำหน่ายขายโดยเขตพื้นที่จังหวัดด้านตะวันออกเช่นนครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี เหตุที่ประมวลผลหันมาเล่นเหล้าปรุงเนื่องจากหลีจี้เต๋าเห็นว่ากิจการขายเหล้าขาวที่ประมูลได้จากกรมสรรพสามิตนั้นโอกาสเติมโตยาก ช่วงนั้นราคาเหล้าปรุงกับเหล้าขาวก็ใกล้เคียงกันมากก็เลยคิดจะเปลี่ยนแนว

นอกจากจะขอผลิตเหล้าพิเศษแมวทองแล้ว ประมวลผลจะขอผลิตเหล้าตัวอื่นอีกเช่น สิงห์เจ้าพระยา (ปี 2522) สิงหราช (ปี 2528) แต่สิงห์เจ้าพระยา กับสิงหราชผลิตออกมาได้ไม่กี่น้ำ ก็กลายเป็นสิงห์หลับ

ส่วนแมวทองถึงจะไม่ครึกโครมในช่วงนั้นทว่ายังปรากฏในตลาดพอเป็นกระสาย อาจจะรู้กันมากในเขตพื้นที่นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร ซึ่งประมวลผลค่อนข้างจะมีกำลังหลักอยู่แน่นหนา สำหรับชื่อแมวทองที่หลายคนฟังแล้วดูทะเม่ง ๆ นั้น หลีจี้เต๋าต้องการให้สอดคล้องกับเหล้าขาวที่เคยสร้างชื้อให้ตนคือแมวดำ ซึ่งครั้งหนึ่งกล่าวขวัญกันมากว่าเป็นเหล้าคู่บ้านคู่เมืองนครปฐมจนแม่โขงต้องถอยร่นมาแล้ว

แต่ในการปฏิบัติการครั้งใหม่จะเป็นเช่นนั้นอีกหรือไม่ยังไม่มีใใครให้คำตอบแน่ชัดลงไปได้

"ที่เขาคงแมวทองเอาไว้ ก็เพื่อเป็นการทดสอบตลาดและลองหารสชาติที่เหมาะสมกับคนไทยที่ประมวลผลนั้นหวังไว้นานแล้วว่าจะต้องมีเหล้าดี ๆ สักตัวลงไปเช่นตลาด ดูจากรสชาติที่ผลิตออกมาจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับแสงโสมเหรียญทองได้อย่างสบาย ๆ แถมราคาก็ถูกกว่า งานนี้เชื่อว่าเขาไม่เล่นตีหัวเข้าบ้านแน่เพราะใฝช้เวลาทดสอบด้านต่าง ๆ มาหลายปีเต็มทน" แหล่งข่าวในกรมสรรพสามิตกล่าว

สิ่งที่ยืนยันความเป็นจริงในข้อนี้อย่างเด่นชัดอีกประการหนึ่งก็คือ ประมวลผลในวันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานไปอย่างมากมาย ในยุคที่การุณ บุณยศรีสวัสดิ์ หรือ หลีเอียวกัง ขึ้นมามีบทบาทได้ถอนรากถอนโคนระบบครอบครัวทิ้งลงไปเกือบหมด นำเอามือดี ๆ ในวงการเข้ามาสมทบอีกมากเช่น สุชาติ ศรีบัวทอง พ่อค้าเหล้าชื่อดังด้านตะวันออกเข้ากุมกลไกด้านตลาด และสุชาติคนนี้กำลังออกพบปะกับเอเย่นต์ทั่วประเทศอย่างหน้าดำคร่ำเคลียด

"เรานัดพรีเซนท์งานเลื่อนแล้วแล้วเลื่อนอีกเพราะแกติดงานต่างจังหวัดอยู่ไม่ขาดในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดตัวให้รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น ตอนนี้ที่ทำอยู่คือการออกโปรเตอร์โฆษณาให้รู้จักแมวทองกันทั่วประเทศ" แหล่งข่าวในบริษัม แพทเทิร์น จำกัดที่รับประชาสัมพันธ์ให้กล่าวกับ "ผู้จัดการ"

นอกจากสุชาติจะลุยตลาดอย่างหนักหน่วงด้วยการตีศึกร่วมกับเอเย่นต์ที่มีบาลแผลมาจากแม่โขง ตัวการุณที่มองเห็นถึงพละกำลังอันเป็นข้อเสียเปรียบของประมวลผลหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น การเงิน การเมือง ก็เดินแต้มคูออกประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเองเป็นหลัก

ทุกวันนี้การุณใช้เวลามากกว่า 7 วันที่มีอยู่ออกไปตามงานสังคมต่าง ๆ เขาเริ่มที่จะใกล้ชิดกับนักการเมืองทั้งหลายโดยผ่านผู้ใหญ่ของธนาคารนครหลวงไทยคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการขอสนับสนุนเงินให้กับประมวลผล พร้อมกันนี้ยังแจกจ่ายเหล้าแมวทองให้แก่ชมรมธุรกิจการค้าของจังหวัดต่าง ๆ อีกด้วย โดยการปล่อยเหล้าผ่านเอเย่นต์ของตน เป็นการสร้างภาพจน์ใหม่

"การุณเริ่มเข้ามาคลุกคลีกับพวกหอการค้ามากขึ้น ช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ วิธีการแจกเหล้านี้หงส์ทองเคยใช้ได้ผลมาแล้ว กับการแจกให้กับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการโฆษณาทางอ้อมแต่ของแมวทองพิเศษตรงที่เพิ่มธุรกิจภาคเอกชนเข้าไปด้วยและยังให้เปอร์เซ็นตั้งรางวัลร่อใจแก่ร้านค้าเป็นจำนวนไม่น้อย " แหล่งข่าวกล่าว

ในวันนี้ยอดขายของแมวทองอาจจะยังไม่เปรี้ยงปร้าง ขึ้น ๆ ลง ๆ ในระดับ 3,000 โหล/เดือน บางพื้นที่อาจจะล้มลุกคลุกค้านเสียด้วยช้ำ แต่นั้นยังไม่สามารถนำมาชี่วัดความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างแท้จริงได้ เพราะเป็นการเริ่มต้นการต่อสู้ในยกที่หนึ่งเท่านั้น

ด้านไวน์ ที่เป็นสินค้าหลักก็ได้ร่วมทุนกับผู้ผลิตไวน์ชื่อดังของอังกฤษ ผลิตไวน์ชนิดใหม่ (ไวน์คูลเลอร์) เพื่อเจาะตลาดเด็กและผู้หญิงอีกทางด้านหนึ่ง ด้วย จนอาจกล่าวได้ว่ารอบปีที่ผ่านมาประมวลผลได้ออกมาฟาดห่างอย่างเต็มที่ (อ่านในไวน์คูลเลอร์-แนวรบน่ากลัวแต่น่าลอง)

ในระยะปีสองปีที่ผ่านมาประมวลผลได้เพิ่มทุนจดทะเบียนไปแล้วสองครั้ง ๆ ครั้งละ 30 ล้านบาท เมื่อผสมผสานกับสภาพการณ์นอกที่ดึงเอาเอเย่นต์ค้าเหล้ามือฉมังจากจังหวัดต่าง ๆ เข้ามาร่วมได้เป็นผลสำเร็จ และยังปฏิบัติตนให้หลุดพ้นไปจากกรอบที่เคยอนุรักษืไม่ว่าจะเป็นการบริหารภายใน การเงินที่ไม่จำกัดเพียงใช้ทุนรอนส่วนตัวอย่างที่เคยเป็นมา

ความเป็นเหล้านี้ที่ทำให้น่าติดตามไม่น้อยว่าประมวลผลจะเป็นผู้สร้างตำนานบทใหม่ขึ้นในยุทธจักรค้าเหล้าได้หรือไม ่หรือว่าประมวลผลจะเป็นเพียงแค่ผงธุลีที่ถูกตีตอกย้ำลงไปประวัติศาสตร์อันน่าเจ็บปวดเหมือนอย่างที่เหล้าหลายตัวเคยประสบเคราะห์เหล่านั้นมาแล้ว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย