Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤศจิกายน 2553
ณัฐพล สารสาส กับการเริ่มต้นใหม่             
โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ สุภัทธา สุขชู
 

   
related stories

บทเรียนที่ไม่มีในตำราของชินเวศ สารสาส
“General Outsourcing” เรือธงบนน่านน้ำสีคราม
“G Capital” หมากตัวใหม่บนสังเวียนเก่า
ซิกส์เซ้นส์ไฮด์อะเวย์ บันไดสู่เวทีโลกของ “ณัฐ”

   
www resources

General Outsourcing Co.,Ltd. Homepage
โฮมเพจ บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด

   
search resources

เจเนอรัล เอาท์ซอร์สซิ่ง, บจก.
ณัฐพล สารสาส
จี แคปปิตอล, บจก.




ตอนเด็กๆ และด้วยความที่ยังเป็นเด็ก ณัฐพล สารสาส คิดว่าตนเองโชคดีอย่างมาก เพราะพ่อ-แม่ได้ปูทางอนาคตของเขาเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ฝ่ายแม่ เสาวณีย์ สารสาส เป็นลูกสาวคนรองของสุวิทย์ โอสถานุเคราะห์ ทายาท ผู้ก่อตั้งบริษัทโอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) รุ่นที่ 3 และมีร่วมถือหุ้นอยู่ในบริษัทนี้ 25% ที่ขณะนั้น ญาติในสายของแม่ยังมีบทบาทในการบริหารโอสถสภาอยู่

ส่วนฝ่ายพ่อ ชินเวศ สารสาส เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จีเอฟ และกำลังเร่งขยายอาณาจักรจีเอฟให้เป็นกลุ่มการเงินครบวงจร

ตอนเดินทางไปเรียนเมืองนอกใหม่ๆ ณัฐพลเชื่อว่าเมื่อกลับมาเมืองไทย อย่างน้อย เขาต้องได้เข้าไปเป็นผู้บริหาร ไม่ในโอสถสภา ก็ต้องในจีเอฟแห่งใดแห่งหนึ่งแน่นอน

ณัฐพลถูกส่งไปเรียนเมืองนอกในปี 2537 หลังจากจบระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนจิตรลดา โดยไปเรียนต่อระดับ high school ที่ Le Rosey Institute ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ขณะนั้นเขาเพิ่งมีอายุเพียง 16 ปี

เป็นช่วงที่จีเอฟและชินเวศกำลังเฟื่องฟูสุดขีด

การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนมือการบริหารในโอสถสภา ฝ่ายเสาวนีย์ แม่ของเขาได้ขายหุ้นที่ถือออกไปทั้งหมดและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหาร ในบริษัทแห่งนี้อีก

แต่การเปลี่ยนแปลงที่มีผลกับเขามากที่สุดคือการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในปีที่ 3 ที่เขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก

ตอนนั้นเขาเริ่มโตขึ้นบ้างแล้วอายุ 19 ปี และกำลังเรียนระดับมหาวิทยาลัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

“ผมอยู่นิวยอร์ก นั่งดูข่าวทีวีอยู่ เขาก็เสนอข่าวนี้ เราก็เห็นชื่อบริษัทจีเอฟเลย เพราะมันเป็นบริษัทที่ค่อนข้างโดดเด่นในตอนนั้นว่าเซเหมือนกัน ตอนนั้นก็เป็นห่วงพ่อ ก็โทรหา ถามพ่อโอเคหรือเปล่า เพราะตอนนั้นแบงก์ก็กำลังจะตั้งด้วย ได้ใบอนุญาตมาแล้ว ผมถาม พ่อว่ามันแปลว่าอะไร มันหมดเลยเหรอ เพราะตอนนั้นจีเอฟเป็นแกนหลัก แล้วมีบริษัทในเครืออื่นๆ คือมันเชื่อมถึงกันหมดเลย ผมก็ถามว่าอย่างนี้แปลว่าล่มทั้งลำเลยเหรอ พ่อ บอกสงสัยจะเป็นอย่างนั้น” ณัฐพลย้อนความหลัง

ความรู้สึกของณัฐพลในวันนั้น ไม่แตกต่างจากชินเวศ เขาบอกสั้นๆ ว่า “งง” กับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ณัฐพลเรียนจบกลับมาเมืองไทยในปี 2544 ช่วงนั้นชินเวศ พ่อของเขายังไม่ได้ จับธุรกิจอะไรอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน เขาจึงต้องออกไปแสวงหาแนวทางชีวิตของตนเอง ก่อนระยะหนึ่ง

เขาทำหลายอย่าง อาทิ ไปช่วยรุ่นพี่จัดงาน event และเขาก็ยอมรับว่าบางครั้งเขาก็เคยถูกหลอก

ณัฐพลเป็นคนที่มีภาพ 2 ด้าน แต่ภาพของเขาที่ปรากฏต่อสังคมช่วงนี้ มักเป็นด้านที่รู้จักกันในนามของหนุ่มไฮโซ หรือเป็น celebrity เรื่องราวของเขามักปรากฏ อยู่ตามหน้าข่าวบันเทิงหรือข่าวสังคมเป็นหลัก

ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่า นั่น...ก็เป็นด้านหนึ่งในชีวิตของเขา

สังคมส่วนใหญ่รู้จักเขาในชื่อเพียงสั้นๆ ว่า “ณัฐ สารสาส”

“ผมต้องดีลกับฝรั่งเยอะ เพราะอยู่เมืองนอกมาตั้งแต่เด็ก ฝรั่งมักจะเรียกผิดๆ ถูกๆ เป็นนัททาโพล ก็เลยเปลี่ยนมาใช้แค่ณัฐเฉยๆ มันสะดวกกว่า ก็ใช้มาตั้งแต่อยู่โรงเรียน มหาวิทยาลัย ก็ใช้มาตลอด”

แต่อีกด้านหนึ่งในเรื่องการทำงาน เขาจำเป็นต้องปรับตัวและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำธุรกิจ

สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมองเห็นเขาในด้านนี้

ตอนไปเรียนเมืองนอก ณัฐพลสนใจ ศึกษาเรื่องการบริหารงานบุคคล เพราะคิดว่าเมื่อเรียนจบ ต้องเข้าไปเป็นผู้บริหารในกิจการที่พ่อและแม่มีส่วนดูแลอยู่

“ตอนแรกผมคิดว่าผมควรจะแข็งเรื่องการบริหารบุคคล เพราะคิดว่าจะกลับ มาเป็นผู้นำ เราควรจะต้องรู้เรื่องบุคคลและการวางแผนข้างหน้า แต่ว่าพอมีเหตุการณ์ปี 2540 ก็เลยต้องถอยกลับ”

ณัฐพลเปลี่ยนมาศึกษาเรื่องราวด้านธุรกิจ

“หลังปี 40 ก็ใฝ่ใจเรื่องธุรกิจมากขึ้น จากเดิมที่ไม่ค่อยคิด เพราะตอนนั้นคิดว่าเรามีเยอะอยู่แล้ว คงไม่ต้องทำอะไร ก็เปลี่ยนมาใฝ่เรื่องธุรกิจมากขึ้น เริ่มจากการอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ด้านธุรกิจมากขึ้น มองไปในทิศทางที่สิ่งไหนที่เกี่ยว ข้องกับธุรกิจ อย่างเรื่องการเรียน ผมก็จะสนใจเรื่อง finance มากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นจะไม่ได้ใส่ใจเรื่อง finance เลย เพราะคิดว่าของเราแข็งที่สุดอยู่แล้ว”

แม้จะเรียนจบกลับมาเมืองไทยแล้ว แต่ณัฐพลยังเดินทางไปเข้าคอร์สอบรมระยะสั้นเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจการเงินในต่างประเทศอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง

“แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนมากที่สุดคือความเข้าใจ ในความไม่แน่นอน คือเราเห็นแบบเห็นกับตาเลย ทั้งโอสถสภา ทั้งจีเอฟด้วย ทั้งๆ ที่จริงมีอยู่ในมือ ทั้ง 2 มือ จู่ๆ หายไปหมดเลย แต่ก็ดีเพราะถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ผมอาจจะเป็นคนนิสัยไม่ดีไปเลย”

ณัฐพลได้มาทำงานร่วมกับชินเวศอย่างจริงจังเมื่อชินเวศมีความคิดจะสร้างโรงแรมขึ้นที่เกาะยาวน้อย ต่อด้วยการเริ่มต้นจัดตั้งบริษัท General Outsourcing และ G Capital ในช่วงปี 2546-2547

แนวคิดของณัฐพลที่เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตจากวิกฤตการณ์เมื่อปี 2540 ได้ถูกตอกย้ำมากขึ้นจากการถ่ายทอดประสบการณ์ของชินเวศ

“คุณพ่อจะเป็นคนให้นโยบาย แล้วก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ตัวเลขเป้าหมายนี่ก็สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเสียงสะท้อนจากสังคม เพราะคุณพ่อจะย้ำตลอดว่าถ้าเรามีความพร้อม แล้ว เราควรจะทำอะไรที่ย้อนกลับต่อสังคมได้มากๆ” เป็นมุมสะท้อนมุมหนึ่งที่ณัฐพลมีต่อชินเวศ

“เพราะเขาเข้าใจโลกมากๆ แล้วผมก็อยู่กับเขาตลอด ก็ซึมซับ แล้วเขาก็สอนผมตลอดว่ามันไม่สำคัญหรอก เรื่องการ make money”

ณัฐพลได้มีโอกาสใกล้ชิดกับชินเวศทั้งเรื่องงานและกิจกรรมสังคมที่ชินเวศเดินทาง ออกไปทำเป็นการส่วนตัว

“คือตั้งแต่สมัยนั้น คุณพ่อก็เหมือนจะ semi-retire แล้ว เพราะว่าไม่ได้เข้ามา operate ทุกวัน แกก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น แล้วก็ใช้เวลาในการทำกึ่งๆ ปรัชญา คือจะไปช่วยในที่ที่เห็นว่ามีความลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา อาหาร ยา โรงเรียน แล้วเขาทำโดยที่เขาไม่ได้คิด เขาทำแบบ...สมมุติขับรถไปเรื่อยๆ เจอโรงเรียนนี้ปั๊บ ก็ทำอย่างเลย ไม่ได้คิดอะไร”

ในความรู้สึกของณัฐพล 3 ธุรกิจใหม่ที่ชินเวศก่อตั้งขึ้นและเขาต้องเข้าไปรับช่วงดูแลต่อนั้น แม้จะไม่ได้มีส่วนช่วยสังคมหรือประเทศชาติโดยตรง แต่ก็ส่วนช่วยแบบ “แอบๆ”

“ทั้ง 3 ธุรกิจ ช่วยประเทศไทยโดยภาพรวมแบบแอบๆ ไม่ได้ไปช่วยแบบโจ๋งครึ่ม อย่าง General Outsourcing ก็ช่วยแบบแอบๆ G Capital ก็ช่วยแบบแอบๆ ผมก็ว่ามันเป็นธุรกิจที่น่ารักดี หรือโรงแรมก็ช่วยแบบแอบๆ คือทุกครั้งที่โรงแรมแบบสวยๆ ดังๆ ไปลงแมกกาซีนอะไรก็แล้วแต่ คนก็จะคิดย้อนกลับมาถึงประเทศไทยด้วย”

รายละเอียดของทั้ง 3 ธุรกิจจะเป็นอย่างไร เชิญอ่านได้จากเนื้อหาในช่วงถัดจากนี้...   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย