Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤศจิกายน 2553
“General Outsourcing” เรือธงบนน่านน้ำสีคราม             
โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ สุภัทธา สุขชู
 

   
related stories

บทเรียนที่ไม่มีในตำราของชินเวศ สารสาส
ณัฐพล สารสาส กับการเริ่มต้นใหม่
“G Capital” หมากตัวใหม่บนสังเวียนเก่า
ซิกส์เซ้นส์ไฮด์อะเวย์ บันไดสู่เวทีโลกของ “ณัฐ”

   
www resources

General Outsourcing Co.,Ltd. Homepage

   
search resources

ชินเวศ สารสาส
Consultants and Professional Services
เจเนอรัล เอาท์ซอร์สซิ่ง, บจก.
ณัฐพล สารสาส
เสาวรส บุญบัญชาโชค




หากความหลงระเริงในความยิ่งใหญ่และมั่งคั่งบน “ธุรกิจฟองสบู่” เป็นก้าวผิดพลาดที่ทำให้เรือไททานิคอย่างจีเอฟจมไปกับคลื่นสึนามิทางการเงินปี 2540 การเปิดตัว “General Outsourcing” ในอีก 8 ปีถัดมาจึงเป็นก้าวใหม่ที่น่าจับตา เพราะนี่ไม่ใช่แค่ก้าวแรกหลังการล้มครืนแต่ยังเป็นหน้าแรกในตำนาน “reborn” ของ “สารสาส” ด้วย

“...คุณจะไปลงทุนทำไม ในสิ่งที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ให้บริษัท ควรจะเอาทรัพยากรที่มีจำกัด ไม่ว่าเงินหรือคน ไปอยู่ในจุดที่ทำรายได้ให้บริษัท ทุกคนควรจะโฟกัส ที่ “ธุรกิจหลัก” แล้วถ่ายโอน “งานหลังบ้าน (back office)” ที่ไม่สำคัญให้มืออาชีพทำจะง่ายกว่าและประหยัดกว่า...”

นี่ไม่ใช่เพียงคำแนะนำในการบริหารจัดการ แต่ยังเป็นวาทกรรมในการโน้มน้าวความเชื่อของ “ชินเวศ สารสาส” ถึงแง่งามในธุรกิจ “Payroll Outsourcing” หรือธุรกิจให้บริการจัดทำระบบเงินเดือนและบริหารจัดการสวัสดิการค่าจ้างให้กับองค์กร ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของเขาและณัฐพล สารสาส ลูกชายคนโต ภายใต้ชื่อบริษัท “General Outsourcing” หรือ “go”

ทั้งนี้ คำว่า “งานหลังบ้าน” ของชินเวศ หมายถึงงานจัดทำเงินเดือน หรืองาน Payroll ที่ดูจะเป็นงาน “รูทีน” ที่แสนน่าเบื่อสำหรับบุคลากรฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ของทุกองค์กร

ชินเวศเชื่อว่าเขาถูกโฉลกกับตัวอักษร G หรือคำว่า General เพราะเป็นชื่อที่สุวิทย์ โอสถานุเคราะห์ พ่อตาของเขาใช้ตั้งเป็นชื่อบริษัท General Finance และได้เปลี่ยนมาเป็นจีเอฟในช่วงถัดมา ในช่วงที่ธุรกิจขยายตัวจนกลายเป็นอาณาจักร

“เราก็นึกถึงว่า G นี่ทำให้เรารุ่งโรจน์ ก็เลยคิดว่า G นี่คงจะถูกกับเรา แต่ตอนนี้เราไม่มี G ที่รับฝากเงินจากประชาชนแล้วก็คงไม่เป็นอะไร สมัยก่อนมี G ที่รับฝากเงิน มันก็เป็นไปตามระบบ มันก็หายไปเพราะระบบ”

นับจากปี 2540 หลังเจอ “สึนามิทางการเงิน” เล่นงานจนอาณาจักรจีเอฟ เรือธงในธุรกิจการเงินของครอบครัวล่มสลายลง ชินเวศก็หายหน้าจากแวดวงธุรกิจไปนานหลายปี จนมีข่าวเปิดตัว “go” โดย “ณัฐพล สารสาส” หรือ “ณัฐ” ลูกชายคนโตที่เข้ามานั่งแท่น ดูแลธุรกิจใหม่ ภายใต้แรงสนับสนุนเต็มที่ของผู้เป็นพ่อ

“นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่บ้าน จู่ๆ พ่อก็บอกว่า เคยได้ยินว่าที่อเมริกามีบริษัท ADP ทำธุรกิจ Payroll Outsourcing รายได้ดีมาก ลองไปศึกษาข้อมูลมาสิว่า ประมาณไหน บริษัทอะไรใหญ่ที่สุด ที่อเมริกาใช้กันเยอะไหม แล้วตลาดเมืองไทยมีศักยภาพรึเปล่า ฯลฯ” ณัฐย้อนเวลานานกว่า 6 ปีก่อน

เมื่อรุ่นพ่อไม่เหลือธุรกิจการเงินให้สานต่อ ก่อนนั้นณัฐได้ทดลองทำธุรกิจกับเพื่อน ฝูงมาหลายอย่าง กระทั่งชินเวศได้จุดประกายความคิดเรื่อง Payroll Outsourcing ให้ลูกชาย พร้อมชี้ให้เห็นถึง trend การเติบโตของธุรกิจนี้ในประเทศต่างๆ และ trend การเติบโตของบริษัท ADP

ADP หรือ Automatic Data Processing, Inc. เป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน Payroll Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดแห่ง หนึ่งของโลก เปิดตัวมานานกว่า 60 ปี มีรายได้เฉลี่ย 9 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 5.7 แสนบริษัท และมี ลูกจ้างไม่ต่ำกว่า 31 ล้านคนทั่วโลกที่ ADP ดูแลเรื่องการจ่ายเงินเดือนให้

ความเข็ดหลาบจากการทำธุรกิจการเงินเมื่อครั้งอดีตเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ชินเวศเมินที่จะทำธุรกิจแบบเก่า บทเรียนครั้งนั้นเตือนให้เขาเลี่ยงธุรกิจที่ต้องเกี่ยว ข้องกับเงินประชาชนและ “ธุรกิจฟองสบู่”

“ผมอยากทำอะไรที่เป็น real business โดยต้องเป็นธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีใครทำ เป็นธุรกิจที่มีประโยชน์” ชินเวศบอกถึงคอนเซ็ปต์การทำธุรกิจครั้งใหม่ของตัวเอง

ทันทีที่คิดจะจับธุรกิจ Payroll Outsourcing ชินเวศจัดแจงพาทีมงานไปเรียนรู้ดูงานที่บริษัท ADP ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ณ เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย

ด้วยธรรมชาติของงานเงินเดือนและบุคลากรที่มักเกี่ยวข้องกับความยุ่งยากเรื่อง กฎหมายท้องถิ่น ณ เวลานั้น ADP จึงไม่มี นโยบายเข้ามาเปิดธุรกิจในเมืองไทย

แม้จะไม่ได้เป็นพาร์ตเนอร์กับ ADP ดังที่หวัง แต่จากการศึกษาระบบงานมาจาก บริษัทอันดับต้นของโลก ณัฐกล้าพูดเต็มปาก ว่า มาตรฐานการทำงานของ go เทียบเคียงกับบริษัทชั้นแนวหน้าของโลก

หลังเตรียมการอยู่นาน ในปี 2548 General Outsourcing หรือ go ก่อตั้งขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท โดยมีณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีต CEO ของจีเอฟ มานั่งเป็นประธาน ณัฐเป็นกรรมการบริหาร ส่วนเก้าอี้กรรมการผู้จัดการเป็นของเสาวรส บุญบัญชาโชค 1 ในคนไทยไม่กี่คนที่เชี่ยว ชาญเรื่องของ Payroll Outsourcing

เสาวรสทำงานด้านนี้มานานร่วม 20 ปี เคยร่วมงานอยู่กับ SGV Andersen ในประเทศไทย และเป็นสมาชิกในทีมเซตอัพ Payroll Outsourcing Service Group ของบริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ของโลกอย่าง Arthur Andersen

“พอเราเข้าไปศึกษา เราพบว่าในธุรกิจนี้การจะเป็นผู้ให้บริการแบบมืออาชีพ มีอะไรมากกว่าแค่ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และมีคนมานั่งทำงาน แต่มันต้องมีระบบที่เป็นมาตรฐาน” เสาวรสกล่าว

เธอมองว่าแม้คนไทยคุ้นเคยกับธุรกิจ outsource งานแม่บ้านและพนักงานรักษาความปลอดภัยมาเกือบ 20 ปี แต่ธุรกิจ Business Process Outsourcing (BPO) อย่างการให้บริการด้านระบบเงินเดือน เมื่อ 5 ปีก่อน ยังดูเป็นสิ่งใหม่ที่คนไทยไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจและไม่มั่นใจ

ในปีแรก ทั้งณัฐและเสาวรสรวมทั้ง ทีมงานทุกคนต้องใช้เวลาและความพยายาม อย่างหนักในการอธิบายลักษณะธุรกิจและบริการของ go ให้ผู้บริหารและผู้จัดการฝ่ายบุคคลขององค์กรต่างๆ แต่...นอกจาก หลายองค์กรจะไม่เข้าใจและไม่เห็นความสำคัญในการ outsource ระบบเงินเดือน แย่กว่านั้นคือ บางองค์กรมอง go เป็น “ผู้ร้าย” ที่จะเข้าไปแย่งงานของฝ่ายบุคคล

โดยปกติ การจัดทำระบบเงินเดือน การจ่ายเงินเดือน และการบริหารสวัสดิการค่าจ้าง รวมถึงการบริหารฐานข้อมูลพนักงาน ถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคล

บริการของ go เป็นการรับช่วงการจัดทำเงินเดือนต่อ จากฝ่ายบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูล ขาด ลา มาสาย และสวัสดิการพนักงาน เช่น การขอรับสิทธิ์ค่ารักษา พยาบาล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม การ เคลมประกัน ฯลฯ การลงบันทึกทางบัญชี การบริหารฐานข้อมูลพนักงาน การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ธนาคาร เป็นต้น รวมถึงการจัดทำรายงานผู้บริหาร เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้วิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสม

นอกจากขั้นตอนที่ยุ่งยากและความจุกจิกเหล่านี้ อีกปัญหาสำคัญของระบบงานเงินเดือน คือกฎหมายแรงงาน และกฎหมายภาษีที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดและความล่าช้าในการจ่ายเงินเดือน อันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานเสียกำลังใจ และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อองค์กรได้

“งานเงินเดือนเป็นงานรูทีนที่ถ้าทำดีหมด ทำถูกหมด ก็แค่เสมอตัว แต่ถ้าทำผิดนิดนึง จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที” คำนิยามสะท้อนความจริงอันแสนเจ็บปวดของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเงินเดือน บัญญัติโดยสุรณรงค์ วงศ์สรรคกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการตลาด หนึ่งในทีมงานของเสาวรส

จากประสบการณ์กับบริษัทนี้มากว่า 5 ปี เสาวรสและทีมงานได้มีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากการคำนวณภาษีผิดพลาด และช่วยหาแนวทางลดหย่อนผ่อนผันค่าปรับจากหนักเป็นเบาให้กับลูกค้ามาแล้วหลายบริษัท

นอกจากนี้ go ยังมีส่วนช่วยทำให้ลูกค้าหลายบริษัทได้ประหยัดต้นทุน และบริหารจัดการทรัพยากรและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ (utilize resources)

เสาวรสยกตัวอย่าง ลูกค้าโรงงานแห่งหนึ่งที่ใช้คนกว่า 10 คน ดูแลเรื่องระบบงานเงินเดือน แต่หลังจากใช้บริการ outsource สามารถลดคนเหลือเพียง 3 คน ขณะที่ลูกค้าอีกรายเป็นออฟฟิศตัวแทนของบริษัทให้คำปรึกษา มีบุคลากรเพียง 3 คน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ส่วนงานเงินเดือนใช้บริการ outsource จึงประหยัดต้นทุนในการจ้างและดูแลพนักงานจุดนี้ได้

“ออฟฟิศเล็กยิ่งคุ้ม อย่างพนักงาน 3 คน เราคิดค่าบริการแค่เกือบหมื่นเท่านั้น ถ้าเขาต้องจ้างพนักงานเข้ามา เงินเดือนก็เกือบหมื่นบาทแล้ว ยิ่งถ้าเป็นคนมีความรู้ด้านฝ่ายบุคคล หมื่นบาทก็ไม่ได้แล้ว ไหนจะมีสวัสดิการ เฉลี่ยแล้วการใช้ outsource จะช่วยลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 10% มันเป็นเรื่องการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ”

สอดคล้องกับความเห็นของชินเวศ ซึ่งมองว่างานเงินเดือนเป็น “งานหลังบ้าน” ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แม้จะมีความสำคัญ กับองค์กร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่องค์กรจำเป็นต้องทุ่มเททรัพยากรต่างๆ จนมากเกินไป

เพราะการจ้างพนักงาน 1 คน ไม่ใช่แค่เงินเดือน ยังมีต้นทุนการดูแลบุคคลทั้งใน เรื่องสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เป็นต้นทุนเพื่อการดูแลพนักงานคนหนึ่ง นอกจากนี้ บริษัทยังต้องลงทุนเพิ่มทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โต๊ะทำงาน ที่จอดรถ ฯลฯ และยังเสียโอกาสที่จะนำทรัพยากรเหล่านี้ โดยเฉพาะ “คน” ไปอยู่ในจุดที่เป็นธุรกิจหลัก (core business) ที่สร้างรายได้ให้บริษัท

เขายังให้ข้อดีอีกประการของการ outsource ได้แก่ ความง่ายในการลดขนาดองค์กร (downsizing) เพราะการไล่พนักงานประจำออกสักคนถือเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะอาจมีปัญหาทางด้านกฎหมาย และมีผลกระทบทางใจต่อบุคลากรอื่น เทียบกับการยกเลิก ใช้บริการบริษัท outsource ซึ่งสามารถทำได้ทันทีหากไม่พอใจในบริการ

“เรายังยืนยันว่าองค์กรจำเป็นต้องมีฝ่ายบุคคล แต่หน้าที่ที่ควรให้ความสำคัญมาก กว่างานเงินเดือน คือการดูแลพนักงานให้อยู่เย็นเป็นสุข และอบรมพัฒนาพนักงาน เพื่อเพิ่มความสามารถให้พวกเขาไปพัฒนาองค์กรอีกที” เสาวรสย้ำ

ทั้งนี้ หัวใจในธุรกิจ Payroll Outsourcing อยู่ที่บริการที่ถูกต้อง ตรงเวลา และการเก็บข้อมูลความลับของลูกค้า

โดย 2 ประเด็นแรกต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพของบุคลากร ร่วมกับระบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วย

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า นอกจากจะต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประเด็นนี้ยังต้องใช้ความจริงจังและตั้งใจจริงของผู้บริหาร เป็นตัวผลักดัน

นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมออฟฟิศของ go บนชั้น 8 ของ SG Tower จึงต้องมีกั้นห้อง มากมาย และมีดีไซน์แบบทุกวันนี้

ประตูทุกบานล็อกด้วยระบบคอมพิวเตอร์และมีเครื่องสแกนลายนิ้วมือประจำจุด กลายเป็นสิ่งแบ่งโซนเข้าออกของพนักงานแต่ละฝ่าย มีเพียงลายนิ้วมือของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับห้องนั้นที่สามารถปลดล็อกประตูเข้าในห้องได้ ขณะที่ห้อง IT ห้อง data center และห้อง server ต้องมิดชิดและมีกำแพงที่สามารถกันการแตกร้าวได้

อีกเครื่องมือสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ที่ผู้บริหารของ go ให้ความสำคัญมากคือ Business Continuity Planning (BCP) หรือแผน รองรับฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ซึ่งหมายรวมถึงการสำรองข้อมูล (backup data) การเซตอัพออฟฟิศสำรองที่สุขุมวิท 103 และการพัฒนาไอทีโซลูชั่นเพื่อรองรับแผนฉุกเฉิน ซึ่งบริษัทเพิ่งได้ลงทุนหลักสิบล้านบาทไปก่อนที่จะได้ใช้จริงไม่นาน

จากที่เคยต้องมีการทดสอบระบบทุกปี แต่มาปีนี้ แผนรองรับฉุกเฉิน หรือระบบ BCP ถูกนำมาใช้จริงในระหว่างเหตุการณ์ปิดถนนราชประสงค์และเผาตึกของกลุ่มคนเสื้อแดง ช่วงเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีลูกค้าของ go ราว 15 บริษัทที่อยู่บริเวณนั้นและได้รับความเดือดร้อน

รวมถึงออฟฟิศของ go ก็ตั้งอยู่แทบจะใจกลางของม็อบแดง แต่ด้วยระบบ BCP รวมถึงการมีออฟฟิศสำรอง และมี backup data อยู่ข้างนอก บริษัทจึงยังสามารถจ่ายเงินเดือนให้กับบริษัทลูกค้าได้ตามปกติ ยิ่งกว่านั้น go ยังเตรียมห้องประชุมในออฟฟิศสำรองไว้ให้ลูกค้าได้ใช้ทำงานหรือจัดประชุมสำคัญเร่งด่วนได้

“ก่อนนี้ ลูกค้ามักจะถามว่าทำไมเราต้องลงทุนขนาดนี้ เพราะเขามองว่าเราผลักต้นทุนตรงนี้ไปให้เขา แต่หลังเหตุการณ์นี้ ลูกค้าก็เข้าใจมากขึ้น อธิบายก็ง่ายขึ้น เพราะเขาเห็นภาพและเข้าใจความสำคัญของระบบ BCP มากขึ้น ก็เป็นการเรียนรู้ร่วมกันทั้งเรา และลูกค้า” สุรณรงค์เปิดใจในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมตามแผนฉุกเฉิน

นับจากปีแรกที่เคยถูกมองเป็น “ผู้ร้าย” และถูกปฏิเสธมากกว่าตอบรับ โดยองค์กร ที่เข้าใจและกล้าเปิดใจใช้บริการ ส่วนใหญ่เป็นองค์กรต่างชาติที่มาตั้งสาขาในประเทศไทย ทว่า ปีหลังๆ ลูกค้าของ go เป็นองค์กรสัญชาติไทยเพิ่มมากขึ้น จนสัดส่วนในปัจจุบันอยู่ที่ 50:50

“กว่า 5 ปี สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน คือคนไทยเข้าใจมากขึ้น แม้ลูกค้าจะไม่ได้มีคำถามน้อยลง เขายังถามเรา 1-2-3-4 เหมือนเดิม และเยอะเหมือนเดิม เพียงแต่สิ่งที่พบคือ ผู้บริหารหลายองค์กรเริ่มเปิดใจและเข้าใจมากขึ้นว่า เราจะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและช่วยทำให้ลดต้นทุนให้เขาได้” เสาวรสกล่าว

จากพนักงานไม่ถึง 10 คน ณ สิ้นปีแรก และเติบโตขึ้นทุกปี มาปีนี้ go มีพนักงาน ทั้งหมดราว 50 คน

จากลูกค้าเพียง 4-5 บริษัท และมีจำนวนพนักงานไม่ถึงหมื่นคน ที่ go ต้องดูแลการจ่ายเงินเดือนให้ ณ สิ้นปีแรก มาถึงปีนี้ go มีลูกค้าร่วม 150 บริษัท และมีพนักงานที่ต้องดูแลเงินเดือนให้ถึง 7 หมื่นคน และกำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนคน ก่อนสิ้นปีนี้” ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา go เติบโตในอัตราเฉลี่ยปีละเกือบ 200%

“อัตราเติบโตที่สูงขนาดนี้สะท้อนว่าสิ่งที่เราเชื่อถูกต้อง หน้าที่ของเราต่อจากนี้คือ ต้อง go ahead the game และทิ้งห่างจากคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา” ชินเวศย้ำกับเสาวรส และณัฐเช่นนี้บ่อยๆ

อีกหนึ่งความพยายามทิ้งห่างคู่แข่ง ได้แก่ การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System) ตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้ว โดยหัวข้อย่อยที่ตรวจสอบ มีมากกว่า 110 หัวข้อ โดยระบบ BCP ถือเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญ

ปัจจุบัน go เป็นบริษัท outsource ไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับ ISO 27001 มาการันตีคุณภาพการให้บริการ

“คุณชินเวศและคุณณัฐมีความชัดเจนว่า ต้องการมีบริษัทคนไทยให้บริการ outsource ด้วยมาตรฐานต่างประเทศ go จึงเป็นบริษัทที่สร้างขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ นี้เลย” เสาวรสกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม

สำหรับณัฐ เขาให้ความเห็นเกี่ยวกับธุรกิจนี้ผ่านสิ่งที่ชินเวศเคยพร่ำบอกว่า...

“go” เป็นบริษัทที่สามารถเข้าไปช่วยให้บริษัทอื่นบริหารจัดการธุรกิจได้อย่าง มีประสิทธิภาพ และถ้า trend ธุรกิจแบบนี้ ดีขึ้นมา มีบริษัท outsource ที่เป็นมืออาชีพเกิดขึ้นหลายราย การบริหารจัดการบริษัทของประเทศไทยก็จะดีขึ้น ก็ย่อมส่งผลต่อภาพรวมของประเทศให้ดีด้วย

ณัฐมองว่า “go” น่าจะเป็นหนึ่งผล พวงทางความคิดของชินเวศ หลังจากผ่าน จุดพลิกชีวิตเมื่อปี 2540 ซึ่งทำให้วิธีคิดในการทำธุรกิจของผู้เป็นพ่อเปลี่ยนไปมาก

“เหมือนว่าเขาผ่านวงจรธุรกิจแบบเดิมมาแล้ว วันนี้เวลาคิดเรื่องธุรกิจ พ่อก็เลยมีประเด็นเรื่องจริยธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง มันก็เหมือนกึ่งๆ “การเกิดใหม่” ก็ว่าได้ แต่เป็นการเกิดใหม่ในธุรกิจที่สามารถช่วยประเทศได้ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อฉัน” ณัฐทิ้งท้าย บันทึกหน้าแรกของตำนาน “reborn” ของ “สารสาส”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย