Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2531








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2531
สินเชื่อชนบท 36,649 ล้านบาท วัจนะ "การเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดร์" ในแบงก์บัวหลวง             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารกรุงเทพ

   
search resources

ธนาคารกรุงเทพ, บมจ.
Loan
ชูศักดิ์ หิมะทองคำ




คงหาคนปฏิเสธได้ยากถึงการเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านของแบงก์กรุงเทพ ในการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวธุรกิจไทย ที่ดูออกจะมีบทบาทเอามากๆ ในการอัดฉีดเงินสินเชื่อให้ครัวเรือนธุรกิจทุกประเภทไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ นับกันจริงๆ แล้วเป็นลูกค้าสินเชื่อแบงก์กรุงเทพเกือบล้านครอบครัว คงไม่น้อยกว่านี้เป็นแน่

แม้แต่ในท้องไร่ท้องนาก็มีจำนวนถึงเกือบ 200,000 ครอบครัวกันเข้าไปแล้วในใช้บริการสินเชื่อจากแบงก์แห่งนี้

มันออกจะเหลือเชื่อแต่มันเป็นความจริง เมื่อดูตัวเลขต่อไปนี้เปรียบเทียบกัน กล่าวคือ ปริมาณสินเชื่อแบงก์กรุงเทพเฉพาะสินเชื่อชนบทปีนี้ที่คาดว่าจะปล่อยได้จำนวน 36,649 ล้านบาท เมื่อมาเทียบเคียงกับปริมาณสินเชื่อทุกประเภทของแบงก์อื่นๆ แล้วในระยะเวลาเดียวกันจะมีขนาดเทียบเท่าแบงก์กรุงศรีฯ และทหารไทย ซึ่งมีปริมาณการปล่อยสินเชื่ออยู่ในระดับไม่เกิน 40,000 ล้านบาท

ความสำคัญของสินเชื่อชนบทที่ว่านี้อยู่ที่คนใช้ว่าเป็นใคร และใครเป็นผู้บริหารสินเชื่อนี้ กล่าวสำหรับในส่วนของแบงก์กรุงเทพ คนที่ใช้สินเชื่อชนบทก็คือ เกษตรกรและนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร สำหรับผู้บริหารสินเชื่อนี้ก็คือ กระแส ภังคานนท์ ลูกหม้อแบงก์ที่ไต้เต้ามาจากสาขาตามจังหวัดต่างๆ

กระแสหรือที่ในหมู่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง เรียกกันติดปากว่า "เฮียแส" … เขาเพิ่งขึ้นมาแทน ชูศักดิ์ หิมะทองคำ ที่จากไปจากกรณีโครงการวังน้ำฝน ก่อนหน้าที่เฮียแสจะมานั่งกินตำแหน่งใหญ่แทนชูศักดิ์ที่ฝ่ายสินเชื่อเกษตรเขาตระเวนอยู่ตามสาขาในจังหวัดต่างๆ แถวภาคอีสาน ก่อนย้ายมากินตำแหน่งใหญ่โตนี้ เขาเป็น ผู้จัดการภาคอีสานมาก่อน ในแวดวงแบงเกอร์ด้วยกันยอมรับว่าเขาเป็นนักลุยเหมือนสิงห์ภูธร ธุรกิจทำมาหากินตามท้องไรท้องนา มีความรู้ความชำนาญเป็นหนึ่งไม่รองใคร

เฮียแสเกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี ร่ำเรียนมาจากสำนักท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีบุคลิกเป็นนักปฏิบัติการมากกว่านักวิชาการ ซึ่งต่างจากชูศักดิ์ราวฟ้ากับดิน ชูศักดิ์จบจากมหาวิทยาลัย READNG สาขาเกษตรเศรษฐศาสตร์จากอังกฤษ ย่ำงานในฝ่ายสินเชื่อเกษตรมาตั้งแต่เริ่มแรกก่อตั้งปี 2505

ชูศักดิ์รุ่งเรืองสุดขีดจากโครงการเกษตรครบวงจรหนองหว้า และแตกดับอย่างโชคร้ายจากโครงการเกษตรครบวงจรวังน้ำฝน บทเรียนความผิดพลาดของชูศักดิ์ครั้งนี้เป็นครูให้เฮียแสเดินงานบริหารอย่างเชื่อมั่นในตำแหน่งงานปัจจุบันได้อย่างดี

"ผมจะบริหารงานสินเชื่อแบบกระจายความเสี่ยง โดยไม่เน้นโครงการขนาดใหญ่ แต่จะหันมาเน้นโครงการขนาดเล็กๆ ที่ใช้สินเชื่อไม่มากนัก" เฮียแสกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าในยุคสมัยของเขา สินเชื่อชนบทของแบงก์จะมีแนวทางเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยชูศักดิ์อย่างสุดขั้ว

เหตุผลลึกๆ ของ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นไปได้ว่า แบงก์กรุงเทพเข็ดเขี้ยวเอามากๆ แล้วกับแนวทางการปล่อยสินเชื่อโครงการใหญ่ๆ ที่ชูศักดิ์เคยทำ

สินเชื่อเกษตร ใครๆ ก็รู้ว่าความเสี่ยงมันสูง โครงการใหญ่ๆ ถ้าสำเร็จก็ดีไป แต่ถ้ามันล้มขึ้นมาแบงก์ก็มีสิทธิ์เจ็บตัวเอาง่ายๆ

ซึ่งก็น่าเสียดายที่ว่าแบงก์กรุงเทพจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ก็ต้องแลกกับการสูญเสียแบงเกอร์มือดีอย่างชูศักดิ์ไป!

"ผมว่านโยบายด้านการบริหารสินเชื่อเกษตรสมัยเฮียแสนี้ คงจะหันมาเน้นหนักบทบาทด้านการเป็นผู้อำนวนการที่คอยสนับสนุนและควบคุมติดตามมากกว่าจะลงไปปฏิบัติการเองโดยตรง เหมือนสมัยก่อนที่ทำกันครบทุกอย่างตั้งแต่เริ่มสำรวจเอง วิเคราห์สินเชื่อเอง และเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ ซึ่งว่าไปแล้ว มันไม่มีการแยกระบบกันออกมาอย่างชัดเจน" มนูญ เลาหะวนิช ผู้จัดการภาคเหนือ กล่าวกับ "ผู้จัดการ" ซึ่งบ่งชัดว่า การเปลี่ยนแปลงในฝ่ายสินเชื่อเกษตรไม่เพียงแต่จะจำกดัอยู่กับการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลระดับสูงเท่านั้น หากยังกินความเลยไปถึงการปรับปรุงระบบการบริหารงานภายในฝ่ายด้วย

จุดนี้สอดคล้องกับความจริงจากข่าวที่แบงก์กรุงเทพได้ประกาศออกมาเพียง 3 วันหลังจากแต่งตั้งเฮียแสขึ้นแทนชูศักดิ์ คือฝ่ายบริหารได้อนุมัติให้มีการตั้งส่วนควบคุมคุณภาพสินเชื่อ ทำหน้าที่รับผิดชอบงานควบคุมคุณภาพสินเชื่อการแก้ไขติดตามหนี้ที่มีปัญหา พร้อมทั้งการกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้สาขาต่างๆ ถือปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีการตั้งส่วนวิเคราะห์สินเชื่อเกษตรขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อเกษตรโดยตรง

การเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารภายในฝ่ายสินเชื่อเช่นนี้ เท่ากับวางบทบาทหน้าที่ของเฮียแสให้อยู่ในจุดการเป็นนักบริหาร นักวิชาการ มากกว่านักปฏิบัติการที่ลุยไปทุกที่ตั้งแต่หัวไร่ปลายนาถึงก้นครัวของเกษตรกร อันเป็นบุคลิกภาพที่เคยปฏิบัติมาก่อนในอดีต

อาจจะดูขัดแย้งกับพื้นเพการทำงานและบุคลิกภาพของเขาเอามากๆ แต่ทำไงได้เมื่อเป็นคนใหญ่โต ยืนอยู่ที่สูง ก็ต้องพร้อมที่จะปรับตัวให้ยืดหยุ่นตามกระแสของเหตุการณ์ที่ผันแปรเปลี่ยนไป

วันนี้สำหรับเฮียแสเขาไม่ต้องคำนึกอีกแล้วว่า เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้เขาจะต้องไปให้ถึงเหมือนเช่นวันวานในอดีตที่เคยประสบมา ซึ่งเป็นรสชาติหนึ่งของชีวิตการเป็นลูกหม้อแบงก์ หากแต่ว่าเขาจะต้องเตือนสติกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องบริหารงานสินเชื่อเกือบ 40,000 ล้านบาทนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หรืออีกนัยหนึ่งให้มียอดเสียหาน้อยที่สุด

เพราะสิ่งที่เขามีอยู่ตลอดชีวิตการเป็นลูกหม้อแบงก์บัวหลวงแห่งนี้กว่า 20 ปี มันสูงที่สุดแล้วสำหรับเขา และเวลาที่เหลือกว่าจะเกษียณอายุ ก็หวังว่าคงไม่ตกม้าตายประสบชะตากรรมเหมือนกับชูศักดิ์ไปเสียก่อนล่ะ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย