Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์9 ธันวาคม 2553
บัตรเครดิตเร่งขยายฐานลูกค้า ปรับกลยุทธ์เจาะเซกเมนต์ใหม่             
 


   
search resources

ธนาคารกสิกรไทย, บมจ.
บัตรกรุงไทย, บมจ.
Credit Card




พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ยังคงเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างผู้ให้บริการบัตรเครดิตด้วยการใช้กลยุทธ์ด้านสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากตัวเลขที่พบว่าคนไทยถือบัตรเครดิตเฉลี่ย 3.8 บัตรต่อคน ในขณะที่กลุ่มคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเป็นลูกค้า ซึ่งก็คือกลุ่ม First Jobber แต่ละปีก็มีเข้ามาใหม่ไม่มากนัก ทำให้ผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายหนึ่งสะท้อนว่าภาวะตลาดค่อนข้างอิ่มตัวที่จะขยายฐานลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม

สุดท้ายแม้บัตรเครดิตจะมีการแข่งขันที่รุนแรงอยู่แล้วอย่างไร แต่เพราะธุรกิจบัตรเครดิตคือการรุกกลุ่มลูกค้ารายย่อย ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าการให้บริการลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ผู้ให้บริการหลายรายยังต้องเดินธุรกิจในเชิงรุก พลิกมาใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ ในการเพิ่มฐานลูกค้า โดยใช้วิธีการหันไปเจาะเซกเมนต์ใหม่ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้

ปิยศักดิ์ เตชะเสน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี กล่าวว่า ในปีหน้าแผนการขยายฐานผู้ถือบัตรของเคทีซีจะเน้นไปที่กลุ่มข้าราชการมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น หลังจากที่ทางการได้มีการประกาศปรับขึ้นเงินเดือนในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีข้าราชการอยู่ในระบบกว่า 2 ล้านคน แต่กลุ่มที่มีระดับรายได้เข้าเกณฑ์สามารถทำบัตรเครดิตมีประมาณ 5 แสนคน โดยขณะนี้เคทีซีมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มข้าราชการเพียง 30-40% และเคทีซีจะอาศัยจังหวะนี้รวมถึงธนาคารกรุงไทย ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มข้าราชการได้เป็นอย่างดีเป็นช่องทางหลักในการเพิ่มฐานลูกค้า

ล่าสุดเคทีซีได้เพิ่มช่องทางรับสมัครผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่น-อีเลฟเว่น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแมสได้ดียิ่งขึ้น เคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่น-อีเลฟเว่นถือเป็นช่องทางที่มีศักยภาพ เพราะมีสาขาอยู่กว่า 5,300 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการ 24 ชม. และมีปริมาณการใช้บริการกว่า 9 ล้านรายการต่อเดือน รูปแบบการรับสมัครเพียงแจ้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ รายได้ให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อคีย์เข้าระบบออนไลน์ และเจ้าหน้าที่เคทีซีจะติดต่อกลับไปยังลูกค้าหลังจากได้รับข้อมูลภายใน 3 วันทำการ เพื่อนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ รับ-ส่งใบสมัครพร้อมแจ้งเอกสารประกอบการรับสมัคร โดยการสมัครผ่านช่องทางนี้จะไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนีช่องทางดังกล่าวสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยกับใช้อินเทอร์เน็ตหรือช่องทางออนไลน์ ปัจจุบันเคทีซีมียอดสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลทั้งปี 2.8 แสนราย แบ่งเป็นการสมัครผ่านช่องทางเอ้าท์ซอร์ส (ไดเร็คเซลส์หรือการขายผ่านตัวแทนกว่า 17,000 คน, การออกบูธ และเทเลเซลส์) 55% ธนาคารกรุงไทยและออมสิน 35% เคทีซี ทัช 6% เว็บไซต์ 2%

ในปีนี้เคทีซีจะขยายฐานบัตรได้ 1.8 แสนบัตร ซึ่งจะทำให้ฐานบัตรเครดิตขยับขึ้นมาเป็น 1.72 ล้านบัตร อย่างไรก็ตามในปีหน้าได้ตั้งเป้าการขยายฐานบัตรไว้ที่ 1.5 แสนบัตร อยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก โดยเน้นไปที่กลุ่มข้าราชการ และพยายามกระตุ้นเพิ่มยอดการใช้จ่ายเป็น 5,800 บาทต่อเดือน และจะเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 1.5-4 หมื่นบาท โดยตั้งงบการตลาดไว้ 120 ล้านบาท

สำหรับในช่วงปลายปีนี้เคทีซีใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท จัดแคมเปญลุ้นรับรถโตโยต้า วีออส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรให้เพิ่มขึ้นอีก 15-20% โดยคาดว่าจะทำให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นจาก 8,000 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน หรือทำให้ยอดการใช้จ่ายต่อบัตรเพิ่มจาก 5,100 บาท เป็น 7,000 บาท

ฟากธนาคารกสิกรไทยก่อนหน้านี้ได้ออกมาสร้างกระแส “บัตรที่ทำให้หัวใจคุณเต้นแรงกับชีวิต 1 แถม 1 เที่ยว บิน กิน ช็อป ตลอดปี” โดยตั้งเป้าจะขึ้นเป็นอันดับของตลาดภายในปี 2554ล่าสุดได้ขยับเข้าไปเจาะเซกเมนต์ใหม่ที่ยังเป็นช่องว่างตลาด คือ กลุ่มชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในไทย โดยเปิดตัวบัตรเครดิตแพลทินัมพิเศษ ออกแบบเพื่อลูกค้าญี่ปุ่นในประเทศไทยโดยเฉพาะ เน้นสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น เช่น ส่วนลดพิเศษในร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้า และแหล่งกิจกรรมต่างๆ อาทิ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ร้านคาราโอเกะ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ฯลฯ ซึ่งครอบคลุมสถานที่สำคัญที่เป็นที่นิยมสำหรับคนญี่ปุ่นในประเทศไทย

อำพล โพธิ์โลหะกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในประเทศไทยมากกว่า 1,300 บริษัท และมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 730,000 ล้านบาท คิดเป็น 40% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศในไทยทั้งหมด และมีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในปีนี้การลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 76% ปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 100,000 คน นับเป็นชุมชนชาวต่างประเทศในไทยขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตและรสนิยมเฉพาะตัว และมีกำลังซื้อสูง

สำหรับจุดเด่นอื่นๆ ของบัตรดังกล่าว คือ การสื่อสารเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้วงหมด ทั้งการจัดทำเอกสารแจ้งข้อมูล และ Japanese Call Center ผ่านหมายเลข 02-888-8826 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือบัตรมากขึ้น ที่ผ่านมาพฤติกรรมชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในประเทศไทยมักจะถือบัตรเครดิตจากต่างประเทศ และมีบางส่วนทำบัตรเครดิตในไทย ซึ่งจะไม่ได้รับความสะดวกและสิทธิประโยชน์จากรายการส่งเสริมการขายที่ตรงความต้องการ เมื่อมีปัญหาในการใช้จ่ายก็จะไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างสะดวก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย