Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน9 กุมภาพันธ์ 2554
นายใหม่ดีแทคเปิดแผนงานลุยดาต้า งัด 4 แนวทางทำตลาดปี 54             
 


   
search resources

โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บมจ.
Mobile Phone
จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์




ซีอีโอใหม่ดีแทค ป้อคำหวานแผนงานที่วางไว้เดิมเหมือนมีอาวุธในมือ พร้อมลุยตลาดด้านสื่อสารข้อมูล ด้าน “ทอเร่ จอห์นเซ่น” วาง 4 แนวทำตลาดปี 54 ด้วยเป้าหมายรักษากระแสเงินสดในมือ 1.7 หมื่นล้านบาท

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 มีนาคม 2554 กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการทำงาน เมื่อเห็นแผนการดำเนินงานที่ดีแทควางไว้ เปรียบเสมือนมีอาวุธอยู่ในมือเรียบร้อย พร้อมที่จะทำตลาดจากคุณภาพเครือข่าย รวมถึงปัจจัยการเติบโตของการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) ที่เพิ่มขึ้น

“ประเทศไทยยังมีระบบเน็ตเวิร์กที่ยังล้าหลังอยู่ ทำให้การขยายเครือข่ายจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าสมาร์ทโฟนในตลาดให้ใกล้เคียงกับประเทศอื่น ซึ่งทั้ง มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน ที่มีระบบโครงข่ายที่ล้ำหน้าเราไปแล้ว มีจำนวนผู้ใช้งานมากขึ้น ยังไม่รวมถึงการเติบโตของโซเชียล เน็ตเวิร์ก ที่จะมาเป็นอีกแรงผลักดันให้กับบริการด้านดาต้าของดีแทค”

ในด้านการบริหารงาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่เลือกที่จะให้ความสำคัญกับบุคลากร และโครงสร้างองค์กรเป็นหลัก ซึ่งภายในดีแทคมีการจัดการที่ดีอยู่แล้ว ทำให้ช่วงแรกของการเข้ามารับไม้ต่อ ยังคงใช้โครงสร้างเดิมไปก่อนเพื่อผลักดันไปสู่การเติบโตในอุตสาหกรรม

นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ที่กำลังจะกลายเป็นอดีต กล่าวว่า ดีแทควางแผนที่จะลงทุนเปลี่ยนโครงข่ายใหม่ ที่พัฒนาบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงเดือนมีนาคม หลังจากที่ได้รับการอนุญาตจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำนวน 1,220 สถานีฐาน และคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือน เม.ย. ถึง พ.ค.นี้รวมถึงขยายการให้บริการไว-ไฟ ในบางจุด เพื่อรองรับจำนวนการใช้งานดาต้าที่มากขึ้น

ทั้งนี้ การขยายโครงข่ายจะช่วยให้ดีแทค สามารถวางแนวทางในการทำตลาดปีนี้ได้ 4 แนวทางด้วยกัน คือ 1.การขึ้นเป็นผู้นำในตลาดการสื่อสารด้วยเสียงในระบบพรีเพด (แฮปปี้) 2.การที่ลูกค้าพรีเพดในปัจจุบันยังมีผู้ใช้งานดาต้าเพียง 3% เท่านั้น ทำให้เป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจในการพัฒนาให้ลูกค้าพรีเพดใช้บริการดาต้ามากขึ้น 3.การเปิดให้บริการคงสิทธเลขหมาย (MNP หรือ Mobile Number Portability) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้ดีแทคมีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังไม่ให้ลูกค้าไหลออกไปยังค่ายอื่นด้วยเช่นกัน 4.วัฒนธรรมการใช้งานสมาร์ทโฟน เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มโพสต์เพดจะหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนมากขึ้น ส่งผลให้มีการใช้งานดาต้ามากขึ้น และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับดีแทค

“จากการรักษาฐานลูกค้าไฮเอนด์ที่เป็นโพสต์เพด รวมกับการที่ลูกค้าพรีเพด จะมีการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย ปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะกลับมาตอบโจทย์เป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด”

ส่วนการแข่งขันในตลาดปีนี้ ดีแทค มองว่า เป็นการแข่งขันของ 3 รายหลักเช่นเดิม เนื่องจากสัญญาของทรู และ กสท ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ก่อนที่จะเข้ามาแข่งขันในตลาดอย่างเต็มตัว โดยยังหวังว่ากสทจะมีการเรียกให้ดีแทคเข้าไปเจรจาเกี่ยวกับเรื่องสัญญาดังกล่าวภายใน 2-3 วัน

“ดีแทคไม่ได้ต้องการที่จะทำสัญญาทางธุรกิจ แต่ต้องการความเท่าเทียมกันในเรื่องของส่วนแบ่งรายได้ อายุสัญญา สิทธิในการเป็นเจ้าของเครือข่าย ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่ออกข่าวมาจริง ดีแทคก็ควรที่จะได้รับสิทธิเหล่านั้นเช่นกัน และอนาคตถ้ากสทช. เปิดประมูลไลเซ่นต์ก็พร้อมที่จะเข้าร่วมเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรี”

ทั้งนี้ ในปี 2554 ดีแทค คาดว่า จะมีกระแสเงินสดที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นให้กับกสทจากปีที่ผ่านมา 25% เป็น 30% พร้อมรักษาส่วนแบ่งลูกค้า 33% ที่คาดว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นมา 3-4 ล้านราย ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย