Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2527
บางกอกดาต้าเซนเตอร์ (BDC) ม้าตีนปลายที่คู่แข่งหนักใจ             
 


   
www resources

บางกอกดาต้าเซ็นเตอร์

   
search resources

บางกอกดาต้าเซ็นเตอร์
Computer




เมื่อปี 2526 ยอดขายทั่วโลกของบริษัท DEC (DIGITAL EQUIPMENT CORPORATION) เท่ากับ 4,826 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้านำไปเปรียบเทียบกับยอดขายในปี 2525 และก็มีกำไรสุทธิเท่ากับ 262 ล้านเหรียญ

ด้วยยอดขาย 4,826 ล้านเหรียญ นี่เองได้ทำให้บริษัท DEC ยังคงรักษาตำแหน่งที่ 2 รองจากบริษัท IBM ไว้ได้อีกปีหนึ่ง

และ DEC ค่อนข้างจะภาคภูมิใจมากที่ผลิตภัณฑ์ประเภทมินิคอมพิวเตอร์สามารถแซง IBM ขึ้นไปยืนอยู่ในอันดับ 1 คือ DEC มียอดขายเฉพาะเครื่องมินิเท่ากับ 2.700 ล้านเหรียญ ส่วน IBM ตามติดๆ ด้วยยอดขาย 2,627 ล้านเหรียญ

ในสายตาของวงการคอมพิวเตอร์ทั่วโลกจึงมองว่า DEC เป็นกิจการและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นขึ้นมารวดเร็วมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงตลอด 4 - 5 ปีมานี้

"DEC ทุ่มเรื่อง R & D (RESEARCH AND DEVELOPMENT) มาก ซึ่งถ้าคิดเป็นอัตราส่วนกับรายได้แล้วจะต้องอยู่ในอันดับสูงสุด สูงกว่า IBM เสียอีก เพราะฉะนั้นปี 2526 แม้จะมียอดขายมาอันดับ 2 แต่กำไรกลับลดลง คือ จาก 347 ล้านเหรียญ ก็เหลือเพียง 262 ล้านเหรียญ" คนในวงการคอมพิวเตอร์บ้านเราพูดกัน และก็เชื่อว่าผลจาก R & D ที่ DEC ได้ทุ่มเทลงไปนั้น คงจะทำให้ DEC ยังคงมีสถานะที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ ยอดขายหรือผลกำไร

สำหรับตลาดประเทศไทย DEC มีบริษัทบางกอกดาต้าเซนเตอร์ หรือ BDC (BANGKOK DATA CENTER) เป็นตัวแทนจำหน่ายในฐานะ EXCLUSIVE DISTRIBUTOR ซึ่ง BDC ก็ได้ทำหน้าที่นี้มาแล้ว 3 ปี ถึงปัจจุบัน

เป็นที่ทราบกันทั่วไปในวงการคอมพิวเตอร์บ้านเราว่า กว่าที่ BDC จะได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยนั้น ก็ทำเอาเหนื่อยชนิดหืดขึ้นคอทีเดียว

"DEC เขาถือว่าเขามีชื่อเสียงขึ้นมารวดเร็วมาก ใครๆ ต่างก็อยากเป็นตัวแทนจำหน่ายให้เขา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ค่อยง้อตัวแทนจำหน่ายว่าจะแต่งตั้งใคร เขาจะตั้งเงื่อนไขไว้สูงมาก ถ้าใครมีทุกอย่างครบตามเงื่อนไขก็โอเค แต่ถ้าไม่ครบเขาก็ไม่ยอมให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเหมือนกัน" อนุวัฒน์ วนานุเวชพงศ์ รองผู้จัดการทั่วไปของบางกอกดาต้าเซนเตอร์บอกกับ "ผู้จัดการ"

เงื่อนไขการตั้งตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของ DEC แหล่งข่าวระดับสูงคนหนึ่งเปิดเผยให้ฟังว่า มีอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ คือ

1. เงินทุนของบริษัทที่จะขอรับเป็นตัวแทนจำหน่าย DEC จะพิจารณาว่า ผู้ที่เสนอตัวเข้ามานั้นจะมีเงินทุนและฐานะทางการเงินเข้มแข็งพอที่จะทำธุรกิจขายและให้บริการไปได้อย่างมั่นคง หรือไม่ในระยะยาว

2. ผู้เสนอตัวขอเป็นตัวแทนจำหน่ายทำธุรกิจอะไรอยู่ในปัจจุบัน จุดมุ่งหมายของ DEC ต้องการผู้ที่ทำธุรกิจขายและให้บริการด้านคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ไม่ใช่ผู้ที่มีกิจการด้านนี้เป็นเพียงแขนงหนึ่งในหลายๆ แขนงของบริษัท DEC มีเหตุผลที่เชื่อว่า ผู้ที่ทำธุรกิจคอมพิวเตอร์อย่างเดียวเท่านั้นที่จะทุ่มเทความสามารถได้อย่างเต็มที่ และเฉพาะตัว DEC เองก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นตัวแทนจำหน่ายก็ควรจะมีสถานภาพที่เหมือนๆ กับ DEC ด้วย

3. บุคลากรเป็นอย่างไร โดยเฉพาะด้านเจ้าหน้าที่เทคนิคทั้ง HARDWARE และ SOFTWARE DEC จะพิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ด้านนี้ทุกคน

"เราต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งปี เพื่อแสดงว่าเรามีทุกอย่างสมบูรณ์ตามเงื่อนไข โดยเราเสนอตัวไปที่ DEC ฮ่องกง ซึ่งเขาคุมภูมิภาคเอเชียด้านนี้ และสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐฯ ก็ส่งคนมาสืบเราเงียบๆ แล้วในที่สุดเขาก็อนุมัติให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย..." รองผู้จัดการทั่วไปของบางกอกดาต้าเซนเตอร์ กล่าวในตอนหนึ่ง

การเสนอตัวไปให้ DEC พิจารณานั้น นอกจากบางกอกดาต้าเซนเตอร์จะต้องพิสูจน์ความพร้อมของตัวเองกับเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อใหญ่ๆ ที่ DEC วางไว้แล้ว ก็ยังจะต้องแข่งขันกันอีก 3 บริษัทในประเทศไทยที่เสนอตัวไปเหมือนกัน

ทั้ง 3 บริษัทนี้ก็คือ ล็อกซเล่ย์ ของคุณหญิงชัชนี จาติกวณิช บริษัท อี๊สต์เอเชียติ๊ก แห่งประเทศไทย และก็บริษัท อินโนเวชั่น ตัวแทนจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ WANG ในปัจจุบัน

ล็อกซเล่ย์ดูเหมือนจะมาแรงที่สุดในระยะแรก เนื่องจากได้ลูกค้าใหญ่ที่การทางพิเศษ (ใช้คอมพิวเตอร์เมนเหรมของ DEC และแพ็กเกจพิเศษของซอฟต์แวร์เฮ้าส์ที่มีชื่อในประเทศอังกฤษ ควบคุมระบบทางด่วน ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งชุดซึ่งรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นี้ซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ โดยล็อกซเล่ย์เป็นผู้ให้บริการหลังติดตั้ง ปัจจุบันโอนการให้บริการไปที่บางกอกดาต้าเซนเตอร์เรียบร้อยแล้ว)

แต่ในช่วงต่อๆ มาก่อนที่ DEC จะมอบสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับบางกอกดาต้าเซนเตอร์ล็อกซเล่ย์ก็ค่อยๆ ถอนตัวออกไปด้วยเหตุผลบางอย่าง หลังจากนั้นล็อกซเล่ย์ก็หันไปเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ PERKIN ELMER จนถึงปัจจุบัน

ส่วนอีสต์เอเชียติ๊กประเทศไทยกับอินโนเวชั่น ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันกับล็อกซเล่ย์

บางกอกดาต้าเซนเตอร์ จึงได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายให้ DEC ตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมา

"ยอดขายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ดีมาก อยู่ระหว่าง 70-90 ล้านบาท และปีนี้บางกอกดาต้าเซนเตอร์เชื่อว่าจะทำยอดขายเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ คือจะต้องมียอดขายไม่น้อยกว่า 120 ล้านบาท" แหล่งข่าวในแวดวงคอมพิวเตอร์เล่าให้ฟัง ซึ่งอนุวัฒน์ วนานุเวชพงศ์ ก็ได้แสดงความเห็นยอมรับ

"เราจะต้องเพิ่มยอดขายขึ้นไปขนาดนั้น เพราะในย่านเอเชียอัตราการเจริญเติบโตของ DEC อยู่ในอัตรา 70 เปอร์เซ็นต์ เราก็คงจะต้องทำให้ได้เหมือนๆ ประเทศในย่านเดียวกัน..."

บางกอกดาต้าเซนเตอร์ แม้จะเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น EXCLUSIVE DISTRIBUTOR หรือตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของ DEC แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า บริษัทนี้จะมีประสบการณ์ในตลาดคอมพิวเตอร์เพียงช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา

เปรียบเทียบกับบริษัทขายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้แล้ว บางกอกดาต้าเซนเตอร์ต้องนับให้เป็นบริษัทเก่าแก่แห่งหนึ่ง คือ ได้ริเริ่มก่อตั้งกิจการขึ้นเมื่อปี 2514 หรือประมาณ 13 ปีล่วงมาแล้ว

ปูมหลังของบริษัทเริ่มต้นขึ้นก่อนหน้านั้นประมาณปีเศษ ในครั้งที่สนามม้านางเลิ้งหรือราชตฤณมัยสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดซื้อและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อซีดีซีของบริษัท คอนโทรลดาต้า (ประเทศไทย) เพื่อใช้ในการแข่งม้า

และเนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกใช้งานก็เพียงในวันเสาร์และอาทิตย์หรือช่วงที่มีการแข่งขันม้าเท่านั้น ทางคณะกรรมการของสนามม้านางเลิ้งก็ลงความเห็นว่า น่าจะใช้เวลาที่เหลืออีก 5 วัน ให้เป็นประโยชน์ เพราะไม่เช่นนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะถูกตั้งโชว์เฉยๆ คิดในแง่การลงทุนกับผลตอบแทนที่กลับคืนมาแล้วก็ออกจะไม่คุ้มค่า

"กรรมการสนามม้าตอนนั้น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ยังมียศแค่พันเอกคุมกรมทหารม้า แล้วก็มี พลเอกสม ขัดพันธ์ ท.ส. จอมพลประภาส ส่วนคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีหลักให้ตั้งบริษัทบางกอกดาต้าเซนเตอร์ขึ้นมาก็คือ บุญวงศ์ อมาตยกุล เจ้าของโรงแรมวงศ์อมาตย์ ที่พัทยา ซึ่งปัจจุบันคุณบุญวงศ์ก็ยังเป็นกรรมการสนามม้านางเลิ้ง และเป็นคีย์แมนคนสำคัญของบริษัทมาโดยตลอดจนถึงขณะนี้..." คนเก่าคนแก่เล่าถึงกำเนิดบริษัทนี้ให้ฟัง

ในช่วงแรกบางกอกดาต้าเซนเตอร์ยังไม่กระโจนเข้ามาเป็นผู้ขายคอมพิวเตอร์โดยตรง หากแต่ได้เริ่มต้นด้วยการเป็นซอฟต์แวร์เฮ้าส์ และ SERVICE BUREAU ไปก่อน หรือพูดกันง่ายๆ ก็คือเป็นผู้ขายบริการ หน่วยงานใดที่ยังไม่พร้อมจะติดตั้งคอมพิวเตอร์ แต่ต้องการจะ COMPUTERIZE ระบบงานบางส่วนก็จะนำงานส่วนนั้นมาดำเนินการกับเครื่องซีดีซีของสนามม้าฯ

"ช่วงนั้นก็ประมาณเกือบ 10 ปีมาแล้ว ในวงการ SERVICE BUREAU ก็มีกันอยู่ 3 แห่งคือ ไทยแลนด์คอมพิวเตอร์เซนเตอร์ ของกลุ่ม ยิบอินซอย ซึ่งมีเครื่องเบอร์โร่ห์ แล้วก็บริษัท ดาต้าแมท ของมนู อรดีดลเชษฐ์ ซึ่งปัจจุบันนี้ขายเครื่องเอ็นอีซี ของญี่ปุ่น ตอนนั้นดาต้าแมทติดตั้งเครื่องสเปอรียูนิแวคที่เช่ามาจากซัมมิทคอมพิวเตอร์ สุดท้ายก็คือ บางกอกดาต้าเซนเตอร์ เขาก็แข่งกันอยู่ 3 แห่ง ฟัดกันค่อนข้างจะหนักหน่วงมาก บางกอกดาต้าเซนเตอร์นั้นน่ะดูจะมาแรงหน่อย เพราะหั่นราคาค่าบริการเต็มเหยียด" คนเก่าคนแก่อีกเหมือนกันที่ช่วยพลิกปูมหลังตรงนี้ให้ฟัง

บางกอกดาต้าเซนเตอร์เริ่มเปลี่ยนโฉมมาเป็นผู้ขายคอมพิวเตอร์โดยเริ่มต้นจากเครื่องซิงเกอร์ (SINGER)

ซิงเกอร์มีชื่อเสียงมากในเรื่องจักรเย็บผ้า และขณะนั้นพยายามจะเพิ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์เข้าไปอีกแขนงหนึ่ง

"แต่ซิงเกอร์ก็พลาดอย่างแรง เพราะเริ่มได้ไม่นานเขาก็ขาดทุนกับเรื่องคอมพิวเตอร์มาก อันนี้ก็คงเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ และพยายามจะฉีกแนวการทำธุรกิจชนิด 180 องศา" แหล่งข่าวคนหนึ่งกล่าว

เพราะฉะนั้นหลังจากที่บางกอกดาต้าเซนเตอร์ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ซิงเกอร์ซีสเต็ม 10 ไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องกลายเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ให้กับ ICL (INTERNATIONAL COMPUTER LIMITED) โดยอัตโนมัติ เพราะแผนกคอมพิวเตอร์ของซิงเกอร์ต้องถูก TAKE OVER ไปที่บริษัท ICL ของอังกฤษ

บางกอกดาต้าเซนเตอร์เริ่มต้นค่อนข้างจะฮือฮามาก เมื่อเป็น SERVICE BUREAU แต่พอเปลี่ยนฐานะมาเป็นผู้ขายและต้องเจอเข้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ ก็รู้สึกเสียเส้นบ้างเป็นธรรมดา

และก็ต้องเสียเส้นหนักเข้าไปอีกเมื่อขายเครื่อง ICL

"ICL รับโอนกิจการจากซิงเกอร์มาในช่วงปี 2516-2517 ซึ่งวิกฤตการณ์พลังงานเริ่มก่อตัวในประเทศอังกฤษเองก็เจอเข้าจังเบอร์ เงินเฟ้อสูงมาก ปัญหาแรงงานก็ประดังเข้ามา ผลิตภัณฑ์ของ ICL ที่ออกมาจึงค่อนข้างจะมีราคาสูงไม่ COMPETETIVE สู้ของอเมริกันและญี่ปุ่นไม่ไหวในปี 2522 บางกอกดาต้าเซนเตอร์ก็เลยขอยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่าย" คนวงในกล่าวกับ "ผู้จัดการ"

"ดูเหมือนผลงานล่าสุดบางกอกดาต้าเซนเตอร์เขาพยายามนำเครื่อง ICL 2900 เข้าตลาดบังเอิญเครื่องรุ่นนี้ต้องประกบกับ IBM SYSTEM 34 ซึ่งเครื่องของ IBM กินขาด เขาก็เลยตัดสินใจระงับการเป็นตัวแทนจำหน่ายและเขาเสียเวลาไปอีกกว่าปี จึงได้เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับ DEC" คนวงในอีกคนหนึ่งเล่าเสริมในแง่รายละเอียด

บางกอกดาต้าเซนเตอร์ เริ่มต้นด้วยพนักงาน 7 คน และกลายเป็น 141 คนในปัจจุบัน ได้ผ่านสถานการณ์ที่เจ็บปวดมาแล้วด้วยบาดแผลอย่างน้อยก็ 2 มีดดังกล่าว

แต่บาดแผลก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเป็นตัวแทนจำหน่ายให้ DEC

บางกอกดาต้าเซนเตอร์เป็นบริษัทที่มีความพร้อมมาก ไม่ว่าจะมองทางด้านฐานการเงินที่สนับสนุนอยู่ข้างหลังหรือตัวบุคลากร แต่ค่อนข้างจะอับโชคด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ไม่น้อย

การได้เครื่องคอมพิวเตอร์อย่าง DEC มาจึงน่าจะเป็นโชค และก็คงเป็นจุดสนใจของตลาดอย่างมาก

แน่นอน...ยิ่งสำหรับคู่แข่งแล้วก็คงต้องให้ความสนใจความเคลื่อนไหวทุกอย่างของบางกอกดาต้าเซนเตอร์เป็นพิเศษ

"ผมยอมรับว่า เราถูกปล่อยข่าวลือมากว่า เรากำลังจะถูกถอนสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่ายบ้างว่า มีการเลื่อนขาเก้าอี้กันวุ่นวายไปหมดบ้าง ข่าวลือเหล่านี้สำหรับผมและพนักงานทุกคนได้ฟังแล้วก็สลดใจ แต่เราก็คงทำได้เพียงอย่าไปใส่ใจกับมันให้มาก พยายามสร้างผลงานของเราออกมาให้ดีที่สุด แล้วความจริงมันก็จะต้องเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ..." รองผู้จัดการทั่วไปของบางกอกดาต้าเซนเตอร์กล่าวตบท้ายกับ "ผู้จัดการ"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย