Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2527








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2527
โครงการใหญ่ๆ แบบนี้ไม่มีฟลุ้คหรอก             
 


   
search resources

อัมรินทร์ ดีเวลลอปเม้นท์, บจก.
อิสระ ว่องกุศลกิจ
สุพล วัธนเวคิน
Shopping Centers and Department store
อัมรินทร์ พลาซ่า, บมจ.




เมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้วสองตระกูลการค้าหันมาจับเรื่องที่ดินเพื่อสร้างศูนย์การค้าครั้งแรก มาปีนี้หลังจากที่ต้องเคี่ยวกรำกับปัญหาต่างๆ อมรินทร์พลาซ่าก็กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา และพร้อมจะเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้ ข้อผิดพลาดและปัญหาต่างๆ เป็นบทเรียนกับคนทำโครงการใหญ่ๆ น่าจะเรียนรู้เอาไว้ ส่วนข้อดีและไหวพริบการแก้ปัญหาตลอดจนความสำเร็จคือสิ่งที่ควรจะ รับทราบและจดจำไปใช้ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ความจริงใจ ที่มีต่อการค้าการขาย กลับจะเป็นหัวใจในการทำโครงการ

" การทำงานครั้งนี้ให้บทเรียนเรา การที่จะทำอะไรขึ้นมาสักอย่างในสังคมถ้ามีคนให้ความเชื่อถือและมีทัศนคติที่ดีต่อเรา ก็จะทำให้งานไปได้ดี"

อิสสระ ว่องกุศลกิจ

กรรมการผู้จัดการอมรินรินทร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โครงการอมรินทร์พลาซา

" ในการทำงานใหญ่ๆ เราต้องอาศัยที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาเข้ามา ร่วมด้วย และเราไม่ควรเอาความพอใจส่วนตัวเข้ามาเป็นใหญ่ เราควรเคารพในความคิดของบรรดาที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญนั้น"

สุพล วัธนเวคิน

กรรมการบริหารอมรินทร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด

ปรัชญาของอิสสระ ว่องกุศลกิจ และสุพล วัธนเวคิน เป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ อมรินทร์ พลาซา ซึ่งต้องใช้ความเชื่อมั่นจากภายนอกและความเชี่ยวชาญจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย

ความเชื่อมั่นจากภายนอกถูกทดสอบไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อโครงการนี้ประสบปัญหาเรื่องการตอกเสาเข็มเมื่อประมาณกันยายน 2526

" ถ้าเป็นกลุ่มอื่นทำ ก็คงจะพังพาบไปแล้ว แต่เผอิญพวกนี้เขามี credibility ในวงการค้าสูงมาก ก็เลยทำให้ทุกคนรู้ว่าโครงการนี้ต้องไปได้แน่ๆ และก็ไปได้ดี" ลูกค้าอมรินทร์พลาซาคนหนึ่งที่จองพื้นที่ไว้พูดให้ " ผู้จัดการ" ฟัง

ปัญหาเรื่องเสาเข็มนั้นเป็นปัญหาที่ตามมาทีหลังจากปัญหาอื่นได้ถูกแก้ไปแล้วจนหมดสิ้น

" เรื่องเสาเข็มนี่เฉพาะการลงทุนด้านนี้ เพื่อให้ดีที่สุดทำให้เราเสียเงินเพิ่มจากการประมาณอีก 30 กว่าล้านบาท เพียงเพื่อให้ลูกค้าได้โครงสร้างที่ดี" สุพล วัธนเวคิน กล่าวกับ " ผู้จัดการ"

ปัญหาด้านเทคนิคเริ่มต้นหลังจากที่ขายไปแล้ว 80% และนี่คือปัญหาใหญ่ของการบริหารโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้

" ตอนนั้นผมเองก็ไม่แน่ใจเพราะผมจองเอาไว้ตอนปลายปี 2525 แล้วมากันยายน 2526 หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวว่ามีปัญหาเรื่องการตอกเสาเข็ม ผมลังเลใจมากว่าผมควรจะจ่ายเงินงวดต่อไปหรือไม่ แต่เพื่อนฝูงในวงการเชื่อว่าพวกเจ้าของโครงการไม่ใช่ประเภทตีหัวเข้าบ้าน" ลูกค้ารายเก่า พูดต่อ

" เรายอมรับว่ามีลูกค้า Panic มาก มีหลายส่วนติดว่าเราขึ้นไม่ได้ และมีคนข้างนอกช่วยพูดว่า อมรินทร์พลาซาขึ้นไม่ได้แน่นอน แต่เรามั่นใจว่า เราต้องแก้ปัญหาได้แน่ๆ" สุพล วัธนเวคิน พูดให้ฟังด้วยเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว

เดิมทีอัมรินทร์พลาซา เริ่มด้วยการคิดที่จะใช้เสาปูนซีแพค ซึ่งมีปัญหาในเรื่องความสั่นสะเทือนมากๆ และปัญหาเรื่องที่ดินเคลื่อนตัว ก็เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบเข็มเจาะ ซึ่งระบบนี้ในขณะนั้น มีแต่การก่อสร้างของโรงแรมรอยัลออร์คิดเท่านั้นที่ทำอยู่ ระบบเข็มเจาะนี้ในฮ่องกงนิยมมาก การใช้ระบบนี้ทำให้ต้องเพิ่มทุนอีก 10 กว่าล้านบาท" แต่ไม่ได้ผลเพราะดินข้างล่างเหนียวมาก ลงไปได้ 43 เมตร เจอดินเหนียวเป็นพิเศษ เราใช้เวลา 3 เดือน เพิ่งจะลงได้10 กว่าต้น ซึ่งโครงการทั้งหมดต้องใช้ 600 กว่าต้น ทำให้เกิดปัญหาเรื่องเวลา" สุพล วัธนเวคิน พูดต่อ

ในที่สุดผู้เชี่ยวชาญ ก็แนะนำให้ใช้เข็มเหล็กมาตอก เพราะเหล็กบางกว่า และทำให้ดินไม่เคลื่อนย้าย ซึ่งการใช้เข็มเหล็กต้องใช้ทั้งหมดจำนวน 1,600 ต้น

แต่การใช้เสาเหล็กตอกก็เกิดปัญหาอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งทำให้โครงการอมรินทร์พลาซา ต้องเผชิญกับมรสุมที่หนักพอสมควรในช่วงนั้น

ก่อนที่เสาต้นแรกจะตอกลงในโครงการนี้ ได้ขายไปร่วม 80% " เราขายโครงการนี้ บนแบบเท่านั้น มีคนเชื่อใจเรา และคิดว่าสถานที่ตั้งเป็นทำเลที่ดีก็เลยจองไว้" อิสสระ ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการอัมรินทร์พลาซา พูดกับ " ผู้จัดการ"

พอเริ่มตอกเสาเข็มเหล็กซึ่งใช้เครื่องจักรดีเซลตอกทำให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องขึ้นมา จนศาลต้องออกคำสั่งระงับการทำงานชั่วคราวก็ทำให้เกิดความวุ่นวายกับผู้สั่งจองมาก

"ผมตอนนั้นคิดหนัก เพราะการลงทุนที่ผมมาจองครั้งนี้แล้วไม่แน่ใจว่า โครงการเขาจะขึ้นต่อไปหรือไม่ แต่ผมเช็กกับเพื่อนๆ ดูแล้ว เพื่อนๆ ในวงการเขาบอกว่า กลุ่มพวกมิตรผลกับพวกเกียรตินาคิน ไม่เป็นคนซี้ซั้ว ผมก็เลยตัดสินใจคิดว่าคงไม่มีปัญหา" เจ้าของร้านเครื่องหนังแห่งหนึ่งพูดกับ " ผู้จัดการ"

ข่าวลือภายนอกจากคู่แข่งก็ไม่ได้ช่วยให้เหตุการณ์ดีขึ้น ประกอบกับการเงียบของกลุ่มอัมรินทร์ ทำให้คนคิดว่าโครงการนี้อาจจะเริ่มขึ้นไม่ได้

" แต่เรามั่นใจเราแก้ได้ เพราะนี่คือปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งต้องเผชิญกับมัน" สุพล วัธนเวคิน กรรมการบริหาร เล่าให้ฟัง

ทีมงานอัมรินทร์พลาซาก็พยายามแก้ไขจนผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นไปได้ด้วยดี

"การแก้ไขบางประการของเราก็ทำโดยการสั่งเครื่องจักรใหม่เอี่ยมเข้ามาเพื่อไม่ให้มันมีควัน แล้วยังทำปลอกหุ้มเครื่องตอกเสาเข็มให้เหมือนท่อไอเสียที่เก็บเสียง ฯลฯ" ที่ปรึกษาของโครงการคนหนึ่งพูดให้ฟัง

เป็นของธรรมดาในการทำโครงการใหญ่ขนาดเกือบพันล้านมีความจำเป็นจะต้องทำทุก

อย่างด้วยความรอบคอบ

ความรอบคอบในสายตาของนักลงทุนนั้น จะมองได้สองแง่สองมุม มุมหนึ่งนักลงทุนจะมองว่าจะรอบคอบกับการลงทุนอย่างไรเพื่อให้ได้ผลกำไรมากที่สุด และนั่นหมายถึงการสร้าง margin กำไรให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อีกมุมหนึ่งคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้โครงการไปได้ดี โครงสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อสินค้าว่า เขาได้ของที่ดีจริงๆ ไป และยังพอจะมีกำไรเหลือให้กับนักลงทุนในโครงการเป็นค่าเหนื่อยบ้าง

ในการที่จะทำประการหลังได้นักลงทุนจะต้องเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าและนำ

ความต้องการมาผสมกับความปรารถนาของผู้ลงทุนเพื่อให้ได้สูตรสำเร็จสูตรหนึ่งที่เป็นไปได้สำหรับทั้งสองฝ่าย

ในกรณีของอมรินทร์พลาซา นั้น " เราให้ลูกค้าแบบหมดตัว โดยไม่ขยักไว้เลย เดิมทีเราถกเถียงกันมากว่า จะให้ลูกค้าเซ้ง 20 หรือ 30 ปี ในลักษณะหนึ่งเซ้ง 20 ปีก็ดีกับเรามากๆ เพราะเรายังมีอีก 10 ปี หลังไว้ฟาดเงินอีกก้อนหนึ่ง แต่พอเรามองถึงความต้องการของลูกค้าแล้วการที่เขาจะเข้ามาถ้ามีเวลาให้เขาค้าขายและกอบกำไร เต็มที่เมื่อศูนย์การค้าเจริญขึ้นมาในอนาคต เขาจะรู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกเอาเปรียบ" ไพฑูรย์ สายสว่าง ที่ปรึกษาชี้แจงให้ " ผู้จัดการ" ฟัง

ก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะตัวโครงการถูกตั้งห่างไปข้างหลังเกือบ 15 เมตร และยังมีถนนกว้างอีก 6 เมตร ให้รถสองคันวิ่งออกมา ในพื้นที่ที่เว้นไว้มาก แบบนี้ถ้าเป็นโครงการอื่นเจ้าของโครงการก็คงจะน้ำตาร่วงด้วยความเสียดาย

" เวลาขายพื้นที่ผมพยายามชี้แจงเสมอว่า เวลาทำโครงการขึ้นมาเพื่อให้เขาขายของได้ คุณอย่าลืมว่าพวกพ่อค้าที่เขามาจองพื้นที่ที่นี่นั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกที่มีประสบการณ์ ค้าขายในศูนย์การค้าเท่านั้น ปัญหาต่างๆ ที่เขาประสบมาเขาจำได้หมด และเขาก็ไม่อยากจะเจอมันอีก" อิสสระ ว่องกุศลลกิจ พูดเสริม

หนึ่งในหลายปัญหาที่พ่อค้าซึ่งมาจองพื้นที่ในอัมรินทร์พลาซา ไม่ต้องการเจอคือการตั้งแผงลอย " พวกที่มาจองทุกคนถามผมว่าจะมีแผงลอยไหม เพราะพวกเขากลัวมากเนื่องจากพวกเขาเห็นว่าถ้าเขาจองพื้นที่ขายเปิดเป็นห้องต้องลงทุนทั้งหมดหลายล้าน

แล้ว จู่ๆ เจ้าของโครงการให้แผงลอยมาตั้งแถวๆ ร้านเขาได้ มันไม่ยุติธรรม ผมบอกเขาไปว่า เราไม่มีนโยบายให้แผงลอยตั้งที่ทางเดิน และเพื่อให้เขาสบายใจเราถึงกับใส่ลงไปในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า อมรินทร์พลาซาจะไม่มีการตั้งแผงลอยที่ทางเดินขึ้นมาในอนาคตเด็ดขาด" อิสสระพูดต่อ

การทำศูนย์การค้า เหมือนการสร้างเพราะ " ศูนย์การค้าที่สมบูรณ์แบบเหมือนการสร้างตลาดสด เมื่อสร้างอาคารเสร็จแล้วก็ต้องมีคนเข้าไปค้าขาย และเมื่อมีการค้าขายแล้วก็ต้องมีเข้าไปซื้อ" สุพล วัธนเวคิน พูดให้ฟัง

และการจะให้คนเข้าไปซื้อ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้คนเข้าไปค้าขาย และในที่สุดก็เป็นความสำเร็จของศูนย์การค้านั้น

หนึ่งในวิธีการทำให้คนเข้าไป คือการหาสินค้าที่จะล่อใจคนซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่าห้าสรรพสินค้าและร้านค้าดีๆ มีชื่อเสียง

" ห้างสรรพสินค้าโซโก้ของญี่ปุ่น เขาต้องการเข้ามาเมืองไทยนานแล้ว แต่ยังหาที่ดีๆ ไม่ได้ พอเขาเจอเราก็เลยเป็นการร่วมกันที่ถูกความต้องการของทั้งสองฝ่าย" สุพล พูดต่อ

ก็ต้องยอมรับกันว่า ห้างสรรพสินค้าที่บริหารกันแบบมืออาชีพจริงๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นของญี่ปุ่น และโซโก้เองก็เป็นห้างสรรพสินค้าที่ติดอันดับโลก

พอข่าวคราวของโซโก้จะเข้ามาร่วมทุนกับกลุ่มอัมรินทร์พลาซาออกมาได้สักพัก มาบุญครองก็รีบประกาศตัวเองว่าจะเอาโตคิวเข้ามาและหลังจากนั้นไม่นาน สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัลก็โวยวายออกมาทันทีว่า การขายปลีกควรจะเป็นอาชีพที่เก็บไว้ให้คนไทยทำ

จะอย่างไรก็ตามโซโก้ก็เข้ามาสร้างเสริมให้อัมรินทร์พลาซาเด่นชัดขึ้นมามากกว่า

เดิมเป็นแหล่งการซื้อของที่มีคุณภาพ "ของเราต้องมีคุณภาพ เดี๋ยวนี้ห้างสรรพสินค้าเหมือนกันหมด และ ณ จุดนัดของเรา จะต้องมีสินค้าที่ต่างกับเขาและผมเชื่อว่าอันนี้แหละ จะเป็นเอกลักษณ์ของเราเอง" ไพทูรย์ สายสว่าง พูดให้ " ผู้จัดการ" ฟัง

ปัจจุบันอมรินทร์พลาซา มีเนื้อที่บนชั้น 3-4 เหลือเพียงไม่กี่ห้อง ที่จะว่างให้คนเข้าไปทำการค้าขาย

" เราจะเปิดอาคารนี้สำหรับโพเดียมส์ชั่นส่วนตัว อาคารสำนักงานเราจะเปิดปีหน้า ผู้บริหารคนหนึ่งพูดให้ฟัง

ในส่วนของสำนักงาน 15 ชั้น เนื้อที่ 24,000 ตารางเมตร ซึ่งในราคาที่ผู้บริหารตั้งไว้ 215-225 บาทต่อตารางเมตร โดยระบุว่าไม่ขึ้นค่าเช่าเป็นเวลา 3 ปี ถ้ามีคนจองเข้ามาอยู่หมดก็จะเป็นรายได้รวมเดือนละ 5 ล้านบาท

" แต่ต้นทุนเราตก 200 บาทต่อตารางเมตรไปแล้ว เราไม่ได้หวังว่าจะต้องกำไรมากมายจากรายการนี้ เราเพียงแต่ต้องการให้มีอาคารสำนักงานที่ดีมีมาตรฐานสูงในอัมรินทร์พลาซา เพราะย่านนี้พูดไปแล้ว เหมาะสมที่สุด มีรถเมล์ผ่าน 44 สาย เป็นศูนย์กลางทุกๆ อย่าง" ไพทูรย์ สายสว่าง พูดต่อ

ราคาเฉลี่ยปัจจุบันของค่าเช่าสำนักงานในย่านสำคัญของกรุงเทพฯ ก็ตกในราว 200-250 บาทต่อตารางเมตร

ถึงแม้ปัจจุบันพื้นที่เช่าสำนักงานในกรุงเทพฯ จะมีเหลือมาก แต่ผู้บริหารอัมรินทร์พลาซา ก็เชื่อว่าไม่น่าวิตกเพราะ

" ที่นี่เป็นสำนักงานและศูนย์การค้าไปในตัว ประกอบกับรูปแบบสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานกันอย่างเหมาะเจาะ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางจะทำให้ผู้เช่าสำนักงานเห็นชัดทันทีเลยว่า เป็นอาคารสำนักงานที่เหมาะสมมาก" ไพทูรย์ สายสว่าง ยืนยันความเชื่อมั่นของตัวเอง

" เรายอมรับว่าออฟฟิศบิลดิ้งกับศูนย์การค้ามีสภาพใช้สอยคนละประเภทกัน แต่ต้องมาผนวกกันเพื่อคุณค่าประโยชน์สูงสุดด้านการใช้สอยที่ดิน และเป็นการเสริมกันและกัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาพิจารณา สร้างออฟฟิศบิลดิ้งให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเขาเป็นลูกเมียน้อย เราเลยใช้ด้านหน้าเป็นทางเข้าออกต่างหากเป็นเอกลักษณ์เหมือนโรงแรมชั้นนำ มีล็อบบี้ที่โอ่อ่า ส่วนรอบด้านอาคารสำนักงาน บางคนก็อยากสร้างเป็นกระจกหมดหรือไม่หมด บางคนก็ให้ทำเป็นแผงกันแดด แต่ผมคิดว่า การทำแผงกันแดดมันรกและค่าก่อสร้างมันไม่ถูกกว่ากันมากมาย เราก็เลยใช้กระจกสะท้อนแสงตัดความร้อนออกไปจากตัวตึก และยัง

ดูเกลี้ยงเกลา ทำให้เป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่เด่นกว่าอาคารรอบข้างเคียง เนื่องจากตึกรอบข้างเราเป็นตึกคอนกรีต อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าคนที่อยู่บนอาคารหลังนี้จะทำงานด้วยความสบายใจ เปรียบแล้วก็เหมือนกับเขาใส่เสื้อผ้าดีๆ จิตใจบริสุทธิ์ และเรามีบันไดหนีไฟ ที่ใหญ่พอและถูกต้อง ทุกชั้นเรามีสปริงเกอร์สำหรับดับเพลิง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นสามารถแก้ไขปัญหาอัคคีภัยได้เป็นอย่างดี กลุ่มผู้ลงทุนเขาต้องการลงทุนจริงๆ ไม่ต้องการทำฉาบฉวย กลุ่มผู้ลงทุนต่างเป็นคนที่มีอายุน้อย ประมาณ 30 กว่าเท่านั้นเอง อนาคตยังอีกไกล อันนี้จะเป็นผลงานสร้างชื่อเสียงเขา เขาจึงลงทุนสร้างระบบป้องกันไฟอย่างดี" รังสรรค์ ต่อสุวรรณ พูด

700 ล้านบาท คือตัวเลขที่ตั้งเอาไว้สำหรับโครงการ " แต่ตัวเลขจริงผิดไปร่วม 10%" ผู้บริหารอัมรินทร์พลาซา อธิบายถึง

เกือบ 100% จด100 ล้านบาท โดยมิตรผลลง 60% และที่เหลือเป็นของกลุ่ม เกียรตินาคิน

จากเงินลงทุนและเงินที่เก็บจากลูกค้ามาและจากเงินกู้ที่เตรียมไว้ 300 ล้านบาทจากธนาคารไทยพาณิชย์ ทำให้โครงการนี้ไม่ประสบปัญหาด้านการเงินเลย

" ธนาคารไทยพาณิชย์เขากล้าตัดสินใจ มากๆ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเราไม่มีอะไรให้เขาดูแลเลย เขาเพียงแต่บอกว่า ถ้าเล่นแบบนี้ เขาเล่นด้วย" อิสสระพูดถึงการเงินให้ฟัง

" โครงการนี้ ดีมาก เพราะวงเงินที่เขาได้จากธนาคารมาใช้ยังเหลือในที่สุด และยังได้รายได้จากการเช่าสำนักงานส่วนหนึ่งเป็นการจ่ายคืนอีกส่วนหนึ่งเป็นกำไรที่ปันผลออกมา" อดีตผู้เขียนแผนงานการเงินเล่าให้ " ผู้จัดการ" ฟัง

ในส่วนของผู้ที่เข้ามาซื้อนั้น ต้องจ่ายทั้งหมดโดยวางเงินดาวน์ 50% อีก 50% ใช้เงินกู้โดยคิดดอกเบี้ย 1.5% เหนือไพร์ม

จากการสำรวจของ" ผู้จัดการ" ถึงการจองพบว่า แทบจะไม่มีการจองไว้เพื่อขายต่อเก็บกำไร " เราระวังมากเรื่องนี้มีอยู่รายหนึ่งมาจอง 20 ห้อง เราต้องปฏิเสธไป เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จอยู่ตรงที่เราต้องกำกับว่าชั้นนี้ห้องนี้ควรจะเป็นร้านขายอะไร และไม่ยอมให้จองเพื่อการเก็งกำไร ขนาดกรรมการโครงการด้วยกันเรายังไม่ให้สิทธิในการสั่งจองเลย" อิสสระ ว่องกุศลกิจ พูดกับ" ผู้จัดการ"

ซึ่งต่างกับบางแห่งที่ในช่วงแรกห้อง

ดีๆ ทำเลดีๆ จะถูกวงศ์วานเครือญาติของตระกูลเจ้าของจับจองเอาไว้เต็มที่ ทั้งเจ้าของโครงการเองก็มาเปิดร้านขายแข่งกับชาวบ้านก็เลยทำให้โครงการนั้นต้อง

ประสบปัญหาอยู่กระทั่งทุกวันนี้

ทั้ง อิสสระ ว่องกุศลกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มมิตรผลที่ค้าน้ำตาลมา และสุพล วัธนเวคิน ตัวแทนของกลุ่มเกียรตินาคิน ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกระโดดเข้ามาใน เรียลเอสเตท

เพียงแค่ 4 ปีกว่าที่แล้ว ที่ดูเหมือนเป็นวันวานที่กลุ่มเข้าไปคุยกับเจ้าของที่ซึ่งเป็นพวกสกุลศรีวิกรม์ เพื่อโครงการอัมรินทร์พลาซา มาวันนี้ เมื่อย้อนหลังไปสองกลุ่มก็เชื่อว่า การทำโครงการใหญ่ๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องของความฟลุ้ค แต่เป็นเรื่องของการทำงานอย่างจริงจัง ด้วยความรู้ความสามารถ และที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ ต่อคนที่จะเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อการค้าขาย

"แต่ในที่สุดแล้วเขาจะมองว่า คุณเคยมีผลงานอะไรมาหรือเปล่า และถ้าในชีวิตคุณเคยทำงานแบบตรงไปตรงมาไม่มีลูกเล่น และสร้างความเชื่อมั่นมาตลอดนั่นแหละ คือความสำเร็จของคุณ" พ่อค้าคนหนึ่งสรุปให้ฟัง

และก็คงเป็นสิ่งนี้กระมังที่ทำให้อมรินทร์พลาซาสำเร็จลงได้ เพราะความเชื่อมั่นที่มีต่อผู้ ทำโครงการ

" พวกผมทำงานชิ้นนี้ กำไรไม่ใช่เป้าหมายที่สำคัญที่สุด เราต้องการอย่างมากที่จะทำผลงานดีๆ ออกไป และต่อไปถ้าทำโครงการใหม่เราก็หวังว่าคงจะมีคนที่เคยเห็นว่าเราทำงานจริงมีคุณภาพ และจริงใจกับเขา จะติดตามเราไปเรื่อยๆ" อิสสระ ว่องกุศลกิจ สรุปให้ " ผู้จัดการ" ฟังในที่สุด

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย