Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2528








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2528
บนเส้นทางเศรษฐกิจปี 2528 กำลังเข้าโค้งอันตรายช่วงสุดท้าย ระวังตกเหว!!!             
 


   
search resources

Economics




ระวังตกเหว!!!

"สำหรับบางคนปี 2527 อาจจะเป็นปีที่สร้างความอึดอัดให้อย่างมาก จึงได้แต่หวังว่า ทุกอย่างมันน่าจะไปในทางที่ดีขึ้นในปี 2528 ก็อย่าตกใจไปถ้าจะบอกว่า ปี 2528 ยังจะน่าอึดอัดใจเสียยิ่งกว่าปี 2527 อีก"

เป็นที่คาดกันว่า ภาวะเศรษฐกิจของโลกในปี 2528 จะขยายตัวต่อไปจากปี 2527

เพียงแต่ก็จะเป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงกว่าเดิม

กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 3.4 ต่ำกว่าร้อยละ 4.9 ในปี 2527 เหตุทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเริ่มขยายตัวช้าลงเป็นสำคัญ ซึ่งแนวโน้มได้ปรากฏเค้าตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2527

สำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีน้ำมันนั้นคาดกันว่าน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากภาวะอากาศในปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดี ผลผลิตการเกษตรต่างๆ ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้น และแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกจะอ่อนตัวลง เพราะภาวะน้ำมันล้นตลาดยังไม่หมดไป

เป็นที่คาดหมายต่อไปว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะมีแนวโน้มที่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม และนโยบายกีดกันทางการค้าซึ่งจะมีอยู่ทั่วไปจะส่งผลให้ความต้องการต่อสินค้าการเกษตรและสินค้าอื่นๆ จากประเทศกำลังพัฒนาชะลอตัวลงตาม ด้านราคาก็จะอยู่ในระดับทรงตัวหรือลดลง

จากผลกระทบดังกล่าวนี้ ก็คงทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและประเทศกำลังพัฒนาแทนที่จะเพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่ควร

กล่าวเฉพาะภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2528 นั้น คาดหมายว่าการผลิตจะยังคงขยายตัวในระดับร้อยละ 6 ต่อปี เพราะถึงแม้ว่าภาวะการส่งออกจะไม่ดีเหมือนปี 2527 แต่การส่งออกก็จะยังอยู่ในเกณฑ์ไปได้ โดยเฉพาะความสามารถในการแข่งขันจะดีขึ้น อันเป็นผลจากการประกาศปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินไปเมื่อปลายปี 2527

นอกจากนี้จากการที่เศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวต่อไปบ้าง และรายได้ของชาวนาชาวไร่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามการผลิต และราคาที่ดีขึ้นนั้นเมื่อบวกกับอัตราดอกเบี้ยเริ่มอ่อนตัวลง ก็น่าจะทำให้การใช้จ่ายในภาคเอกชนทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุนคึกคักบ้างตามสมควร

ปี 2528 เมื่อดูด้านดุลการค้าและดุลการชำระเงิน ก็เชื่อว่าจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจโดยจะขาดดุลการค้าลดลงจนอยู่ในระดับไม่สูงกว่า 64,000 ล้านบาท และดุลการชำระเงินควรจะเกินดุลประมาณ 6,600 ล้านบาท

ซึ่งถ้าเป็นตามนี้ เสถียรภาพของเศรษฐกิจโดยส่วนรวมก็จะดีขึ้น แม้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องระดับราคาสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 6.7 และการขาดดุลการคลังจะยังคงอยู่ในเกณฑ์สูงก็ตาม

ลองพิจารณาถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ของปี 2528 ดูบ้าง

ด้านการผลิต

การผลิตของภาคเกษตร น่าจะขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.5 ซึ่งต่ำกว่าปี 2527 ซึ่งขยายตัวร้อยละ 3.8 โดยจะเป็นการชะลอตัวของการผลิตในสาขาพืชผลและปศุสัตว์ สำหรับสาขาป่าไม้คาดว่าจะขยายตัวในระดับเดียวกับปีก่อน และในการผลิตของสาขาประมงคาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น

ในสาขาพืชผล ตัวที่คาดว่าจะได้ผลผลิตลดลงก็ได้แก่ ข้าวโพดและอ้อย โดยอ้อยสาเหตุที่ผลิตน้อยลงเป็นเพราะประสบปัญหาเรื่องเงินสินเชื่อจากแหล่งเงินในท้องถิ่นและราคาไม่สร้างแรงจูงใจพอ มีผลให้การขยายพื้นที่เพาะปลูกต่ำลง การบำรุงรักษาอ้อยตอทำกันน้อย

ส่วนพืชผลสำคัญที่คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นได้แก่ ข้าว ยาง และมันสำปะหลัง

ในด้านสาขาปศุสัตว์ คาดว่าจะขยายตัวต่ำลงกว่าปี 2527 ไม่มากนัก แม้ว่าราคาสุกรและไก่เนื้อในปี 2527 จะต่ำกว่าปี 2526 แต่ภาวะการส่งออกมีแนวโน้มแจ่มใส โดยเฉพาะสิงคโปร์ก็เพิ่งประกาศเลิกเลี้ยงสุกรในประเทศ การส่งออกสุกรมีชีวิตและสุกรแช่แข็งจากไทยจึงมีแนวโน้มว่าจะไปได้ดี ยิ่งได้มีการปรับค่าเงินไปไม่นานก็ช่วยให้สุกรจากประเทศไทยและปศุสัตว์อื่นๆ มีโอกาสแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้มากขึ้นด้วย

ด้านสาขาประมง แนวโน้มส่งออกแจ่มใสมาก และความต้องการใช้ปลาป่นในประเทศก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เพราะราคากากถั่วเหลืองนำเข้าสูงขึ้น ราคาน้ำมันก็อยู่ในระดับทรงตัว อันช่วยให้ต้นทุนการผลิตของสาขาประมงไม่ต้องประสบปัญหามากเหมือนยุคที่ราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้นไปตลอดเวลา

สำหรับสาขาป่าไม้ คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มในเกณฑ์สูงอีกปีหนึ่ง เนื่องจากจะมีการเปิดป่าตามมติ ครม. ซึ่งเอกชนคงได้เริ่มเข้าทำประโยชน์ได้ตั้งแต่ปี 2528 นี้เป็นต้นไป

การผลิตนอกภาคการเกษตร คาดว่าจะขยายตัวในอัตราใกล้เคียงกับปีก่อน คือ ประมาณร้อยละ 6.9 ทั้งนี้ สาขาที่จะขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นได้แก่ สาขาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ บริการเป็นสำคัญ

การผลิตในสาขาอุตสาหกรรมปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 อุตสาหกรรมที่ตั้งความหวังว่าน่าจะขยายตัวได้มาก ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งออก เช่น สิ่งทอ อัญมณี แผงวงจรไฟฟ้า อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์หนัง ดอกไม้ประดิษฐ์ รองเท้า เป็นต้น

คาดว่าสินค้าส่งออกของสาขานี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับค่าเงินบาท ซึ่งทำให้สินค้าอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดต่างประเทศ

สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมจำพวกอุปโภคบริโภคในประเทศคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้นกว่าปี 2527 เช่น อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม นอกนั้นจำพวกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะขยายขึ้นค่อนข้างสูงมาก เนื่องจากได้มีการขยายและปรับปรุงการผลิตของ 2 โรงงาน ซึ่งจะสามารถเปิดดำเนินการในปี 2528 นี้

ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่คาดว่าการผลิตจะชะลอลงก็ได้แก่อุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะน้ำตาลและการสีข้าว เนื่องจากผลผลิตที่เป็นวัตถุดิบเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ส่วนอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น ซีเมนต์ เหล็กเส้น จะขยายตัวในอัตราที่ลดลง

สุดท้ายการผลิตในสาขาเหมืองแร่ คาดว่าจะขยายตัวได้สูงต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเป็นผลจากการขยายตัวของการผลิตแร่เชื้อเพลิงเป็นสำคัญ

ด้านระดับราคา

แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกปี 2528 จะมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2527 และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ผลการปรับค่าเงินบาททำให้ต้นทุนนำเข้าและราคาส่งออกเมื่อคิดเป็นเงินบาทสูงขึ้น สิ่งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อระดับราคาภายในประเทศในด้านต้นทุนและด้านอุปสงค์

นอกจากนี้ การปรับค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยร้อยละ 5.7 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2528 ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าพอสมควร

อย่างไรก็ดี ทางราชการได้ประกาศตรึงราคาน้ำมันทั้งได้ชักจูงให้สถาบันการเงินลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมลง ซึ่งนับเป็นการบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตไปได้ทางหนึ่ง

เพียงแต่ก็ไม่อาจแน่ใจนักว่าในระยะยาวจะสามารถตรึงราคาน้ำมันไว้ได้หรือไม่

สรุปแล้วเป็นปีที่คาดหมายว่าระดับราคาผู้บริโภคในปี 2528 จะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7 เทียบกับที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1 ในปี 2527 แล้วก็น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

ด้านการใช้จ่าย

การใช้จ่ายอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนในปี 2528 คาดว่าอาจจะกระเตื้องขึ้นบ้างเล็กน้อยทั้งนี้เป็นไปตามรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากภาคการเกษตร นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนอีก 2 ประการ คือการปรับปรุงภาษีเงินได้ซึ่งช่วยลดภาระลงไปและอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง จึงคาดว่าการออมในภาคครัวเรือนจะชะลอตัวลงตามด้วย

ทางด้านการใช้จ่ายลงทุนของภาคเอกชนก็เป็นที่คาดหมายว่าจะมีแนวโน้มที่กระเตื้องขึ้นบ้าง ทั้งนี้เพราะอุปสงค์สินค้าอยู่ในเกณฑ์ดีและการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรมประกอบกับภาวะการเงินได้ผ่อนคลายลงบ้าง และยังจะมีการลงทุนจำนวนมากในโครงการขนาดใหญ่กับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ เช่น โครงการลงทุนของบริษัทปุ๋ยแห่งชาติ โครงการปรับปรุงขยายกำลังการผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์ และโครงการขยายการผลิตของโรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้น

ด้านการค้าและการชำระเงินระหว่างประเทศ

จาการคาดหมายว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2528 จะชะลอตัวลงและผลิตการเกษตรที่เหลือเพื่อการส่งออกมีปริมาณใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เมื่อพิจารณาร่วมกับการที่สินค้าอุตสาหกรรมของไทยจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น เพียงแต่อัตราการเพิ่มของปริมาณการส่งออกชะลอตัวลง ทำให้เป็นที่คาดว่า ปริมาณส่งออกในปี 2528 จะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับอัตราเพิ่มร้อยละ 19.3 ในปี 2527 แล้วก็ลดลงพอสมควร

ในด้านราคาสินค้าในตลาดโลกนั้น คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับเดิม แต่เนื่องจากมีการปรับค่าเงินบาทไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็จะมีผลให้มูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 24.4 เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 215,400 ล้านบาท

สำหรับการนำเข้านั้น คาดว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบริโภคอุปโภคจะลดลงเล็กน้อย เนื่องจากราคานำเข้าสูงขึ้น และปริมาณการนำเข้าน้ำมันจะลดลงเล็กน้อยเพราะมีการผลิตน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในประเทศขึ้นทดแทนมากขึ้น

ส่วนปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนจะเพิ่มขึ้นบ้าง โดยราคาสินค้าเหล่านี้ในตลาดโลกจะเพิ่มประมาณร้อยละ 3 ทำให้เป็นที่คาดหมายว่ามูลค่าการนำเข้าในปี 2528 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.9 เป็นเงิน 279,600 ล้านบาท

จากการที่การส่งออกเพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้การขาดดุลการค้าน้อยลงแต่สำหรับดุลบริการและบริจาคนั้น คาดว่าจะยังคงเกินดุลในระดับเดิม เพราะจากการชะลอตัวลงของรายได้แรงงานจากต่างประเทศเมื่อรวมกับการเคลื่อนย้ายเงินทุนก็จะทำให้ดุลการชำระเงินอยู่ในฐานะเกินดุล

ด้านการเงินและการคลัง

แม้ว่าภาวะการเงินโดยทั่วไปจะผ่อนคลายลงบ้างในช่วงหลัง ๆ ของปี 2527 แต่การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังก็ยังมีความจำเป็นจะต้องเน้นในเรื่องเสถียรภาพของเศรษฐกิจกันต่อไป ขณะเดียวกันสิ่งนี้จะมีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นธรรมดา

ในด้านอัตราดอกเบี้ยของไทยในปี 2528 นั้นจะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากราคาสินค้าจะสูงขึ้นกว่าปี 2527 และอัตราดอกเบี้ยอ่อนตัวลงซึ่งจะทำให้ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่ก็คาดว่าจะยังคงมีการทดแทนสินเชื่อภายในประเทศด้วยเงินทุนต่างประเทศพอสมควร การขยายตัวของสินเชื่อภาคเอกชนโดยสรุปแล้วจะอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับการขยายตัวของเงินฝาก

ทางด้านการคลัง คาดว่ารัฐบาลจะขาดดุลเงินสด 33,000 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2528 ลดลงจากที่เคยขาดดุล 34,900 ล้านบาท ในงบประมาณปีก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์สูง ทั้งนี้โดยคาดหมายว่ารัฐบาลจะจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2528 ได้ 163,000 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 สูงกว่าที่จัดเก็บได้ในปี 2527 ซึ่งเคยเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 แต่ก็เป็นอัตราเพิ่มที่ไม่มาก เมื่อต้องพิจารณาว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 15 ในปี 2528

แต่ทั้งนี้ก็เพราะรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการจัดเก็บอากรพิเศษ เพื่อผ่อนคลายผลกระทบจากการปรับค่าเงินเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2527 ประมาณว่า รัฐบาลจะต้องสูญเสียรายได้ไปไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะลบล้างกันบางส่วนของรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการที่เศรษฐกิจขยายตัว

ประมาณกันต่อไปว่ารัฐบาลจะมีรายจ่ายราว ๆ 195,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2528 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 เมื่อเทียบกับอัตราเพิ่มร้อยละ 7.6 ในปีงบประมาณ 2527 แล้วก็เท่ากับสูงขึ้นเล็กน้อย

รัฐบาลจะมีภาระรายจ่ายเป็นการชำระหนี้ต่างประเทศและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น

แต่รัฐบาลก็ได้พยายามที่จะดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อจะจำกัดการใช้จ่ายลง

สรุป

คงจะพอมองเห็นภาพกว้างๆ กันแล้วว่าภาวะเศรษฐกิจในปี 2528 นั้น ไม่ได้มีสิ่งบอกเหตุตัวใดที่พอจะมองได้ว่า ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจ หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานติดต่อกันมาหลายปี ทุกอย่างยังไปอย่างเรียบๆ อาจจะกระเตื้องขึ้นบ้าง ทรุดลงไปบ้าง หรือไม่ก็ทรงตัว

การหวังผลเลิศทางธุรกิจในรอบปี 2528 จึงเป็นไปได้ยากลำบากมาก

ดูเหมือนผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นผู้ที่รู้รักษาตัวรอดเพื่อไปยืนคอยโอกาสซึ่งอาจจะเปิดขึ้นในภายภาคหน้าเสียมากกว่า

กล่าวอีกนัยหนึ่งปี 2528 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับการพิสูจน์ความเป็นมือทองของนักบริหาร

และก็นักการตลาดด้วยเช่นกัน!!!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย