Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2528








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2528
ตลาดอุตสาหกรรมคงไม่ใช่ทองจริงอีกปีหนึ่ง!!!             
 


   
search resources

Economics




"ตลาดอุตสาหกรรมปี 28 ถ้าเปรียบเป็นปีทองก็คงเป็นทองเก๊ประเภทข้างนอกสุกใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง"

ตลาดภาคอุตสาหกรรมในเมืองไทย ปี พ.ศ.2528 นี้ตามความเห็นของผู้มีประสบการณ์แล้ว ต่างก็ลงความเห็นว่า ไม่ค่อยจะแจ่มใสมากนัก

หากจะเป็นปีทองจริงๆ ก็คงจะเป็นปีทองสำหรับนักการตลาดที่รู้จักยืดหยุ่น รู้จัก Financial Management และจะเป็นปีทองของการปรับโครงสร้างของบริษัทเสียมากกว่า

สำหรับปีที่ผ่านมา ตลาดอุตสาหกรรมโดนกระทบจากปัจจัยหลายตัว

ประการแรก การลดค่าเงินบาท สินค้าอุตสาหกรรมมีวัตถุดิบบางอย่างที่ต้องสั่งเข้ามาต่างประเทศ ฉะนั้นต้นทุนสินค้าก็ต้องสูงขึ้น ในขณะที่อำนาจการซื้อของลูกค้าลดลง จึงเกิดการวิ่งสวนทางกันขึ้น

ประการที่สอง สินค้าเกษตรขายไม่ได้ราคา หรือขายได้ก็ไม่คุ้มทุน เกษตรกรไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้อสินค้าอุตสาหกรรมเพราะภาคการเกษตรจะเข้ามากระตุ้นภาคอุตสาหกรรม หากการเกษตรดีก็จะฉุดให้อุตสาหกรรมดีขึ้นด้วย

ประการที่สาม ผลจากความล้มเหลวในระบบการเงิน ไม่ว่าทรัสต์หรือแชร์ชาวบ้านชักดาบกัน ในปีก่อนๆ ที่ว่า ขายดีเทน้ำเทท่านั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นการซื้อก่อนผ่อนทีหลังแทบทั้งสิ้น อย่างเช่น โทรทัศน์ ผ่อนเครื่องละ 24-30 เดือน แต่ 3 ปีก็ยังเก็บเงินกันไม่ได้ การซื้อเงินผ่านโดยใช้เครดิตทำให้ได้ demand ที่หลอกลวง เมื่อผู้ขายปลีกเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ ผู้ขายส่งก็เก็บเงินจากผู้ขายปลีกไม่ได้เช่นกัน ซึ่งมันเป็นระบบโดมิโนที่ทำให้เกิดปัญหาตามมาจนกระทั่งเกิดสโลแกนใหม่ว่า "ร้านไม่ปิด คุกไม่ติด หนี้ไม่จ่าย อยู่ได้อย่างสบาย" ฉะนั้นเมื่อจะขายของก็ต้องดูที่ cash flow ด้วย

ประการที่สี่คือ สถานะด้านการคลังของรัฐบาลอยู่ในฐานะง่อนแง่น การที่รัฐต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังจึงทำให้ตลาดค่อนข้างอืดไม่อยู่ในสภาพคล่องตัวและเมื่อรัฐบาลไม่คล่อง ฝ่ายเอกชนก็ย่อมจะไม่คล่องไปด้วย เพราะตลาดจะตื่นตัวมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วย

ประการที่ห้า คือการว่างงาน เมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย

และประการที่หก คือความแปรปรวนในนโยบายการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล การที่รัฐจัดเก็บภาษีสูงทำให้อุตสาหกรรมบางอย่างเช่น เครื่องเสียงต้องโดนสินค้าหนีภาษีโจมตีซึ่งชาร์ปเคยโดนมาแล้วหลังจากที่ออกโฆษณาสินค้าตัวใหม่ออกมาแล้ว ปรากฏว่า สินค้าหนีภาษีได้นำเข้ามาขายก่อนและขายดีมากด้วย

เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้พอจะทำให้มองเห็นเหตุการณ์ในปี พ.ศ.2528 นี้ได้ดีขึ้นว่า ในปี พ.ศ.2528 นี้เป็นปีที่ไม่น่าจะตั้งความหวังไว้เลิศเลอนักและเป็นปีที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะหมดโอกาสเอาเสียเลย ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายอย่างไร แต่ก็พอจะมีคนที่ร่ำรวยจากการที่เศรษฐกิจตกต่ำได้ แต่ก็มีเงื่อนไขว่าจะต้องรู้สถานะของบริษัทของตนดี รู้จักวิธี Cash Flow อย่าปล่อยเครดิตยาวนัก หนี้ยิ่งสั้นยิ่งดีและเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ล้างสต๊อกที่ปล่อยให้เป็นดินพอกหางหมูมานาน

เมื่อกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า สำหรับบริษัทที่มี Market Share ดีก็คงไม่ส่งสินค้าออกขาย และพยายามเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร แต่สำหรับพวกที่มีสินค้าในสต๊อกมากและขายไม่ดีก็มีโอกาสได้ล้างสต๊อกได้หมดในปลายปี แต่อย่าคิดว่าขายดีแล้วสั่งสินค้าเข้ามาเพิ่มมากๆ อีก เพราะคราวนี้พังแน่ๆ หากจะสั่งเข้ามาก็ควรจะเหลียวกลับไปดูยอดขายแล้วก็ดูสต๊อกประกอบกับยอดสินเชื่อด้วย ถ้าคิดว่าคุ้มก็ควรจะสั่งเข้ามาพอสมควร สำหรับครึ่งปีแรกนี้ สินค้าหลายๆ ตัวก็ยังขายได้อีกประมาณ 30% เพราะว่าส่วนใหญ่ยังขาดอยู่อีก

ในปี พ.ศ.2528 ตลาดสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งเป็นตลาดที่ไม่สามารถบังคับผู้บริโภคให้หันมาใช้สินค้าได้มากขึ้นนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบฝีมือกันอย่างเข้มข้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรมประเภทสั่งเข้า ซึ่งโดนหางเลขจากการลดค่าเงินบาทที่ฟุ้งตลบยังไม่ทันจางกับปัญหาขบวนมดที่ขนของหนีภาษีมาขาย ก็มองเห็นบรรยากาศแล้วว่าไม่น่าลงทุนนัก และสินค้าอุตสาหกรรมประเภทผลิตภายในประเทศก็โดนหางเลขจากธุรกิจการเงินล้ม เงินตึงตัว จึงทำให้ฟื้นตัวยาก เพราะการขอกู้เงินตอนนี้ดูจะยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก หากจะให้ดีแล้วปีนี้ควรจะหาหนทางเอาตัวรอดโดยการลดรายจ่ายลง หันมาลดต้นทุนการผลิตลงบ้าง สนใจการตลาดให้มากและพยายามอ่านสัญญาณเตือนจากรัฐให้แม่นยำและใกล้เคียงมากที่สุด เช่น สินค้าที่ไม่จำเป็นในสายตาของรัฐบาลที่จะต้องมีการขึ้นภาษีแน่นอน และความหวังที่จะโกยกำไร 10% ดูริบหรี่เต็มทีแล้ว นอกเสียจากว่าจะเป็นสินค้าตัวใหม่และน่าสนใจจริงๆ เท่านั้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ที่ว่า ปี พ.ศ.2528 นี้ จะเป็นปีทองของตลาดอุตสาหกรรมหรือไม่ก็เห็นจะไม่ใช่ทองจริงซะแล้ว แต่เป็นทองปลอมที่ข้างนอกสดใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่งเสียมากกว่า

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย