Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน22 เมษายน 2554
ไอ.ซี.ซี.หั่นราคา“แอล”15% คว้าสิทธิ์ลุยตลาดอินโดจีน             
 


   
search resources

ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ.
Garment, Textile and Fashion




“แอล/ELLE” ขยับแผน ปรับราคาลงเฉลี่ย 10-15% สวนกระแสต้นทุนพุ่ง 30% ปลื้มไตรมาสแรกเติบโตกว่า 10% พร้อมลุยทำตลาดในพม่า ลาว เขมร หลังได้ไลเซ่นส์มา 5 ปี นับตั้งแต่ปลายปี2553

นางรมิดา รัสเซลล์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายเครื่องแต่งกายและเครื่องหนัง ELLE HOMME & ELLE บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นในปีนี้จะเน้นการแข่งขันทางด้านราคาและแฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว ในส่วนของผู้บริโภคนั้นมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้นตามแผนของทางแอล

จากเดิมที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามุ่งปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้อยู่ในระดับบนมากยิ่งขึ้น แต่ความต้องการของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนไทย ที่ไม่ได้ต้องการสินค้าที่ใช้วัตถุดิบอย่างดีคงทน แต่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นมากขึ้น จึงได้หันมาเน้นเรื่องของการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นด้วย

ล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับราคาสินค้าลงเฉลี่ย 10-15% ขณะที่ต้นทุนสูงสูงขึ้นกว่า 30% โดยพยายามบริหารจัดการสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ผลิตสินค้าได้ในจำนวนมากขึ้น จึงสามารถทำราคาต่ำลงมาได้ซึ่งทางสำนักงานใหญ่พร้อมสนับสนุนการรทำตลาดในประเทศไทย เพราะไทยเป็นโชว์เคสในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้งบการตลาดตลอดปี 40 ล้านบาท มุ่งทำกิจกรรมซีเอสอาร์ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ไลเซ่นส์อย่างเป็นทางการในการทำตลาดต่างประเทศอีก 3 ประเทศ ด้วย คือ ลาว พม่า และกัมพูชา เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยปีนี้เริ่มเข้าไปทดลองทำตลาดและศึกษาตลาด คาดเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจังได้ไม่เกินต้นปีหน้า จากเดิมที่ผ่านมาขายผ่านเอเย่นต์เป็นหลัก

โดยปีนี้บริษัทเตรียมลงทุนอีกกว่า 20 ล้านบาท สร้างแฟล็กซ์ชิปสโตร์แห่งแรกที่รวบรวมผลิตภัณฑ์เกือบทุกแคตธิกอรี่ของแอล พื้นที่ราว 300 ตารางเมตร คาดว่าจะเห็นได้ในช่วงปลายปี ส่วนพื้นที่อยู่ระหว่างเจรจากับเซ็นทรัลเวิลด์ จากปัจจุบันมีชอปแอลในลักษณะสแตนอะโลนเพียง 2 แห่ง คือ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และเทสโก้โลตัสศรีนครินทร์และมีช่องทางจำหน่ายหลักในดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ 500-600 จุด กับการจำหน่ายผ่านทางไอ.ซี.ซี

สำหรับยอดขายรวมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเติบโต 10% ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งในส่วนของเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีมีอัตราการเติบโตสูงสุดมากกว่า 15% แต่ในกลุ่มกระเป๋าเดินทางยังมียอดขายต่ำกว่าที่วางไว้ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าใหม่ที่เพิ่งทำตลาด ดังนั้นปีนี้จะเน้นทำตลาดในกลุ่มกระเป๋าเดินทางเป็นหลัก โดยมองว่าตลอดปีนี้

แอลจะมียอดการเติบโตอีกอย่างน้อย 10-12% จากรายได้ 700 ล้านบาทที่ทำได้ในปีที่ผ่านมา   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย