Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤษภาคม 2554
เมอร์ซิเดส เบนซ์ รถยนต์แบรนด์แรกที่เข้ามาในลาว             
โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
 

   
related stories

สีสันตลาดเกิดใหม่ ธุรกิจรถยนต์ลาว
ถ้าไทยมี “พรประภา” ลาวก็คือ “พิลาพันเดช”
RMA Laos สำหรับฟอร์ด ขอแค่ที่ 2
สีเมือง กรุ๊ป โรลส์-รอยซ์คันนี้ ไม่ได้ตั้งใจขาย
มะนียม โอโต กรุ๊ป จากเต็นท์รถมือ 2 สู่ผู้นำเข้าอิสระ

   
www resources

Auto Lao Company Limited Homepage

   
search resources

Laos
Automotive
โอโตลาว, บจก.
วิเพด สีหะจัก




เชื่อหรือไม่ว่าคนลาวรู้จักแบรนด์เมอร์ซิเดส เบนซ์ มาถึง 52 ปีแล้ว เพราะรถยนต์หรูแบรนด์นี้ได้เข้ามาตั้งตัวแทนจำหน่ายอยู่ในลาวตั้งแต่ปี 2502 แต่การกลับมาทำตลาดครั้งใหม่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา

บริษัทโอโต ลาว น่าจะเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายแรกของลาว เพราะได้เข้ามาเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2502 (1959) แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง บริษัทแห่งนี้ก็ได้หยุดกิจการไป อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตนำเข้ารถเมอร์ซิเดส เบนซ์มาจำหน่ายใน สปป.ลาวของโอโต ลาวก็ยังคงสภาพอยู่

ดังนั้น เมื่อวิเพด สีหะจัก ต้องการจะนำรถเมอร์ซิเดส เบนซ์มาทำตลาดในลาว อีกครั้ง หลังจากได้ติดต่อไปยังเดมเลอร์ที่เยอรมนี และมีการตรวจสอบเอกสารย้อนหลังพบว่าใบอนุญาตนำเข้ายังอยู่ การอนุมัติให้ฟื้นกิจการโอโต ลาวขึ้นมาจึงเป็นเรื่อง ที่ค่อนข้างสะดวก

วิเพดถือเป็นนักธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในลาว นอกจากเขาจะเป็นประธานบริษัทโอโต ลาว ที่นำรถเมอร์ซิเดส เบนซ์มาจำหน่ายในลาวแล้ว เขายังมีกลุ่มบริษัทโอโต โมบาย ที่ร่วมทุนกับบริษัท RMA จัดตั้งเป็นบริษัทลาวฟอร์ด ซิตี้ ที่นำรถยนต์ฟอร์ดและแลนด์ โรเวอร์ เข้ามาทำตลาดในลาวอีก 1 บริษัท

นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ร้านกาแฟทรู คอฟฟี่ของบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จากประเทศไทย ที่ขณะนี้มีสาขาอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ถึง 2 แห่ง

และเขายังเป็นนายกสมาคมฟุตบอล อาชีพของ สปป.ลาวอีกด้วย

บริษัทโอโต ลาวเริ่มเปิดดำเนินธุรกิจ อีกครั้ง ในปี 2548 (2005) หลังหยุดกิจการ ไปเกือบ 30 ปี

แต่ว่าก่อนหน้านั้นไม่นาน ในลาว โดยเฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ เริ่มมีรถเมอร์ซิเดส เบนซ์วิ่งบนถนนให้เห็นอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว ทั้งจากการนำเข้ามาเป็นรถประจำตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในลาว และการนำเข้าของกลุ่มบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ

“หลังจากเปิดในปี 2005 มานี่ลูกค้าก็ได้รู้ว่าสำหรับเบนซ์นั้นได้มีตัวแทน จำหน่ายมาแล้ว มีดีลเลอร์มา ลูกค้าก็มั่นใจ ขึ้น คือเมื่อก่อนเขาจะต้องการซื้อ แต่ว่าเขาลังเล ลังเลคือว่าเขาซื้อแล้วหากมีปัญหา ขึ้นมา เขาจะไปซ่อมที่ไหน จะเอาไปซ่อมที่ไทยก็คงลำบาก เพราะต้องเอาไปที่อุดร ต้องขับรถข้ามสะพาน แล้วสมมุติว่าถ้าซ่อมไม่เสร็จ รถต้องจอดทิ้งไว้ พอเราเปิดมา ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายขึ้น” อาโนลัก ทำมะวง ผู้จัดการทั่วไป บริษัทโอโต ลาว เล่า

โอโต ลาว ถือว่ากลับมาเปิดตัวอีกครั้งในเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะเป็นช่วงที่ตลาด รถหรูในลาวกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก เพราะคนที่มีฐานะในลาว หรือพวกเศรษฐีใหม่ เริ่มเปิดตัวออกมาสู่สาธารณะมากขึ้น กลุ่มคนเหล่านี้กำลังต้องการมีรถ เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานะทางสังคมของพวกเขา

เพราะฉะนั้นพฤติกรรมการซื้อรถของกลุ่มคนเหล่านี้ในระยะแรกจึงมักไม่นำประเด็น เรื่องของราคามาเป็นตัวตัดสินใจ

“เหมือนๆ กับซื้อรถแข่งกัน ลูกค้าบางคนมา บอกจะเอาเอส 500 ฟูลออพชั่นไว้ก่อน แต่ว่าออพชั่นข้างในนี่ ไม่รู้จะใช้หรือไม่ใช้ แต่ต้องขอฟูลไว้ก่อน แล้วก็ต้องเป็น 500 ผมก็แนะนำว่าทำไมคุณไม่เอา 350 ราคาก็ถูกกว่า เขาก็บอกว่าไม่ คนนั้นขับ 500 ผมต้อง 500 ด้วย หรือว่า 600 ไปเลย” อาโนลักย้อนอดีตให้เห็นบรรยากาศ

ปัจจุบันประมาณว่ามีรถเมอร์ซิเดส เบนซ์ วิ่งอยู่ใน สปป.ลาวประมาณ 300 คัน

ในจำนวนรถเมอร์ซิเดส เบนซ์ ที่โอโต ลาวนำเข้ามาจำหน่าย รุ่นที่ได้รับความนิยม จากลูกค้ามากที่สุดเป็นรถ SUV รุ่นจีแอล คลาส ซึ่งลูกค้าต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นเวลากว่า 3 เดือน

“สายการผลิตของจีแอล คลาสทั่วโลกตกอยู่ 100 คันต่อเดือน ก็จะกระจายไปใน แต่ละประเทศ แล้วแต่ประเทศไหนวอลุ่มเยอะๆ เขาก็แบ่งให้ไปเยอะ แต่อย่างประเทศลาวนี่ ผมขอเดือนละ 5 คัน เขาก็จะถามว่าคุณจะเอาไปทำอะไร เยอะไปไหม ส่วนมากผมก็จะได้ 1 หรือ 2 คัน”

โอโต ลาว ตั้งราคาขายรถเมอร์ซิเดส เบนซ์ จีแอล คลาส ไว้ที่คันละ 1.4 แสนดอลลาร์

ปี 2550-2551 (2007-2008) ถือว่าเป็นช่วงที่รถหรูในลาวขายดีอย่างเทน้ำเทท่า แต่ก็เริ่มซาลงมาในปี 2552 (2009) หลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป จากวิกฤติซัพไพร์ม และราคาน้ำมันเริ่มเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกครั้งนั้น มิได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวมของ สปป.ลาว และไม่ได้ทำให้ตลาดรถหรูในลาวหยุดชะงัก แต่ชะลอความร้อนแรงลง และพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

“คนลาว กำลังซื้อเขามี แต่เขาเรียนรู้แล้วว่าออพชั่นต่างๆ เมื่อซื้อไปแล้ว เขาได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ เริ่มคำนึงถึงแล้วว่าเมื่อเขาซื้อรถไป เขาใช้อย่างสมเหตุผลหรือเปล่า หรือใช้คุ้มหรือเปล่า”

ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว ทำให้โอโต ลาวเริ่มหันมาจับตลาดรถประหยัดน้ำมัน ด้วยการนำเข้ารถเมอร์ซิเดส เบนซ์ เอส 400 ไฮบริดจ์

การที่เป็นรถหรูยี่ห้อเดียวที่มีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในลาว ทำให้โอโต ลาวต้องเผชิญ การแข่งขันจากกลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ แต่อาโนลักก็ชูจุดขายในเรื่องของบริการหลักการขาย และการรับประกัน เนื่องจากศูนย์ บริการของโอโต ลาว เป็นมาตรฐานเดียวกับเดมเลอร์ทั่วโลกและอะไหล่ก็เป็นอะไหล่ ที่สั่งตรงจากเดมเลอร์ที่เยอรมนี

6 ปีที่ผ่านมา หลังจากนำรถเมอร์ซิเดส เบนซ์กลับมาทำตลาดในลาวอีกครั้ง อัตราการเจริญเติบโตของยอดขายของโอโต ลาว ค่อนข้างมั่นคง ซึ่งก็ตรงกับใจของผู้บริหาร นั่นคือโตอยู่ประมาณปีละ 5-6% โดยเฉลี่ย

ถือว่าเป็นการค่อยๆ เติบโตขึ้น แต่อย่างมั่นคง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย