Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา กรกฎาคม 2554
ฝรั่งวิพากษ์ฝรั่ง             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 

   
related stories

133 ปี เล่าขาน ตำนาน บี.กริม
ทำธุรกิจและสังคมขนานกัน ทำให้อยู่ได้นาน
The Rising Star ผู้ผลิตไฟฟ้า SPP อันดับ 2 ของไทย
เลือกผู้หญิงดูแลพลังงาน
สืบทอดกิจการทายาทรุ่น 4

   
www resources

โฮมเพจ บี.กริม กรุ๊ป

   
search resources

บีกริม กรุ๊ป
Commercial and business
ฮาราลด์ ลิงค์




มุมมองของ “ฮาราลด์ ลิงค์” ประธานกลุ่มบริษัทบีกริม วิพากษ์ถึงเศรษฐกิจในช่วงต้มยำกุ้ง “เข้มข้น” เพราะไม่มีอะไรเห็นชัดไปกว่า ฝรั่งมองเห็นพฤติกรรมฝรั่ง

ฮาราลด์ ลิงค์ เกิดที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 56 ปี เขาเป็นคนเยอรมัน แต่มีสัญชาติไทย เป็นประธานกลุ่มบริษัทบี.กริม เริ่มงานตอนอายุ 24 ปี ปัจจุบันทำงานในองค์กร แห่งนี้ร่วม 32 ปี

นอกจากมีตำแหน่งอยู่ในบี.กริมแล้ว ยังเป็นกรรมการอยู่ใน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง

ฮาราลด์ ลิงค์ เกิด เรียน เติบโตในต่างประเทศ พ.ศ.2521 เรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเซนต์กัลแลน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Master of Business Administration (Lic. oec.HSG) University of St.Gallen, Switzerland กันยายน 2547-2548 ร่วมเรียนหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.17) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

แม้จะเกิดและเติบโตในต่างประเทศ ทว่าด้วยความที่อาศัย อยู่ในประเทศไทยมานาน ทำให้เขาพูดภาษาไทยและนักธุรกิจไทย บางคนบอกว่า “เป็นฝรั่งที่พูดไทยได้ชัดมาก” เขียนและอ่านภาษา ไทยได้บ้าง

บุคลิกของเขาดูใจเย็นและยิ้มง่าย จึงเหมือนว่าเข้ากับคนไทยได้ไม่ยาก แม้จะมีภรรยาเป็นคนชาติเดียวกัน แต่ส่วนหนึ่งทำให้เรียนรู้วัฒนธรรมได้อย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารในบริษัทส่วนใหญ่เป็นคนไทย ซึ่งเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกเมื่อมาร่วมงานในบริษัท เขาบอกกับเฮอร์เบิร์ต ลิงค์ หรือลุงของเขา

“ผู้บริหาร ขอให้เป็นคนไทย”

ความผูกพันของบริษัทบี.กริมกับประเทศไทยเกิดขึ้นมากว่า 1 ศตวรรษ ปีนี้ครบ 133 ปี บริหารงาน 4 รุ่น แม้ตระกูลลิงค์จะไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งเริ่มต้น แต่ธุรกิจก่อตั้งโดยคนเยอรมันและออสเตรีย นักธุรกิจรุ่นแรกๆ

ฮาราลด์ ลิงค์ เป็นผู้บริหารรุ่นที่ 3 เข้ามาสืบทอดธุรกิจ จึงนับได้ว่าตระกูลลิงค์ดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยทุกๆ ด้านกว่า 1 ศตวรรษที่ผ่านมา

เหตุการณ์หลายต่อหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะเกิดไม่ทันแต่ก็สามารถถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ที่เล่าและบันทึก ต่อๆ กันมา

มีเหตุการณ์ที่ฮาราลด์ ลิงค์ มีประสบการณ์ร่วมและจดจำได้ดีจนถึงทุกวันนี้ ก็คือ วิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤติเศรษฐกิจ ประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ทำให้นักธุรกิจไทยและต่างชาติต่างพากันช็อกไปตามๆ กัน

ตอนนั้นไอเอ็มเอฟเริ่มเข้ามาพร้อมกับคำแนะนำให้แก้ไขปัญหา เช่น รัฐบาลต้องทำทุกอย่างให้มีกำไร อย่าขาดทุน ดอกเบี้ย ต้องขึ้น แบงก์ก็ต้องปิด ต้องขายทรัพย์สินในราคาถูกๆ อย่างน้อย ขาย 5 พันล้านต่อบริษัท

คำแนะนำในครั้งนั้นทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ลูกค้าไม่จ่าย เงิน ในขณะที่บริษัทต่างๆ ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารเพิ่มร้อยละ 30 ในตอนนั้นรัฐบาลไม่ให้งานใคร ต้องประหยัด สุดท้ายไม่มีใคร ได้เงิน ธนาคารก็ต้องเพิ่มทุน

การขายทรัพย์สินในราคาถูก ทำให้คนที่ซื้อทรัพย์เข้ามาเก็ง กำไรและได้ผลประโยชน์มหาศาล คนไทยต้องคิดว่ามีอะไรดีสำหรับเมืองไทย อย่าตามประเทศอื่น เพราะคำแนะนำของต่างชาติ บางครั้งก็ให้คำแนะนำที่ดีมาก แต่บางครั้งก็ไม่

ฮาราลด์ ลิงค์ บอกว่า จริงๆ ประเทศเล็กไม่ควรฟังประเทศ ใหญ่ เวลาประเทศใหญ่เสนอนโยบาย หลักการดำเนินธุรกิจ เสนออะไรอย่าฟัง ก็แค่เอาเป็นข้อมูล แต่ควรคิดเองว่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร

สิ่งที่อเมริกันไม่ได้แนะนำว่า ถ้าเปิดเสรีไทยก็ให้เงินบาทลอยตัว ทำให้สามารถคิดเรื่องความเสี่ยงได้ เช่นวันนี้เงินลอยตัว กู้ต่างชาติ และค่าบาทอ่อนลง ไม่คุ้ม หรือซื้อประกันล่วงหน้า เวลานั้นก็ไม่ แบงก์ชาติก็ไม่ประกาศเงินเหลือเท่าไหร่ ก่อนเงินบาท ลอยตัว

“ผมพานักลงทุนต่างประเทศมาเยี่ยมทุกธนาคารเอกชน 4 ใน 5 บอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น อันเดียวถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง อัตราแลกเปลี่ยนไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์”

เมื่อวิกฤติเกิดที่อเมริกา อเมริกาใช้เงินเยอะมาก รัฐใช้เงินเต็มที่ ดอกเบี้ยต่ำสุด และกำหนดตรงกันข้าม ซื้อธุรกิจอะไรถูกๆ ในอเมริกาไม่ได้ ทำทุกอย่างให้ราคาไม่ตก แต่หุ้นไม่ได้ซื้อ ทำให้ไม่ปิดธนาคาร

“นี่เป็นบทเรียน บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกทำเพื่อตัวเขาเอง อย่าคิดว่าเขาหวังดีกับประเทศเล็กๆ มันเป็นหน้าที่ของเขา ทำเรื่องดีให้เขา ไม่ใช่เรื่องดีให้เรา”

สิ่งสำคัญของการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษกิจของไทย คือรัฐและเอกชนต้องสื่อสารและฟังกัน ในห้วงเวลานั้นฟังแต่ไอเอ็มเอฟ ทุกคนตกงาน ไม่มีงาน

บทเรียนที่ต้องเรียนรู้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย