Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา กันยายน 2554
คิดแบบนักธุรกิจท้องถิ่น             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ไทยพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์ จำกัด

   
search resources

Construction
ไทยพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์, บจก.
ศิริ แก่นศักดิ์ศิริ




การเดินทางจากกรุงเทพฯ ในเวลาเช้าตรู่ 6 นาฬิกา โดยสายการบินไทยใช้เวลาเดินทางเพียง 45 นาที พร้อมกับผู้โดยสารเต็มลำเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางคือจังหวัดขอนแก่น กลายเป็นเรื่องปกติของนักธุรกิจในปัจจุบัน

จังหวัดขอนแก่น ตามภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ส่วนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ราวๆ 10 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1.7 ล้านคน

จังหวัดขอนแก่นไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นศูนย์การศึกษาและศูนย์กลางธุรกิจ โดยมีมหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันหลักที่รองรับนักศึกษาในภูมิภาคนี้ ทำให้ปัจจุบัน มีการเจริญเติบโตอิงไปกับระบบการศึกษา

โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มเห็นป้ายโฆษณาและหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างก่อสร้างเกิดขึ้นอย่างดาษดื่น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการขยายเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของนักธุรกิจท้องถิ่น และต่างจังหวัด โดยเฉพาะนักลงทุนจากกรุงเทพฯ

ภาพห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่สร้าง แล้วเสร็จไม่นาน หรือห้างโมเดิร์นเทรด เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี รวมไปถึงสถาบันการเงินแทบทุกแห่งก็เข้าไปยึดพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นไว้เกือบหมด

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่งที่พยายามอย่างยิ่งจะเข้าไปขยายกลุ่มลูกค้าในจังหวัดขอนแก่น และในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พิชัย อาชาไพโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี สาขาภูมิภาค 1 ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเล่าว่าธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อในจังหวัดขอนแก่นไปแล้วประมาณ 2 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจค้าปลีก อพาร์ตเมนต์ และภาคบริการ ซึ่งในครึ่งปีแรก 2554 ธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อโตร้อยละ 5-10

การเติบโตของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ผู้บริหารจากส่วนกลางของธนาคารต้องเดินทางไปเยี่ยมเยือนลูกค้าด้วยตนเอง และจัดสัมมนาบ่อยครั้ง เพื่อสร้างสายสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพราะหากวันใดที่ละเลยนั่นหมายความว่าได้เปิดโอกาสให้คู่แข่งเดินเข้าหาลูกค้าได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะในสภาพการแข่งขันของแบงก์ในทุกวันนี้ ทำให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกมากขึ้น

หนึ่งในลูกค้าหลักที่ธนาคารกรุงศรี อยุธยาปล่อยสินเชื่อมาเป็นเวลากว่า 20 ปี คือกลุ่มไทยพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์ นักธุรกิจท้องถิ่นที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี

ปัจจุบันกลุ่มไทยพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์ มีรายได้จากการดำเนินงานประมาณ 2 พันล้านบาท มีบริษัทในเครือประมาณ 8 แห่ง ดำเนินธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง รับเหมา และสร้างหมู่บ้านจัดสรร

การดำเนินธุรกิจของกลุ่มไทยพิพัฒน์ บริหารงานโดยครอบครัวร้อยเปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันมีผู้บริหารรุ่นที่ 3 เข้ามาร่วมทำงานด้วย แต่ยังมีศิริ แก่นศักดิ์ศิริ วัย 68 ปี ผู้ก่อตั้งนั่งเป็นประธานกรรมการ

นอกจากเป็นประธานกรรมการแล้ว เขายังมีตำแหน่งสำคัญอีกหนึ่งตำแหน่งคือ ที่ปรึกษาหอการค้า จังหวัดขอนแก่น ทำให้ คนในวงการธุรกิจการค้าในจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี แม้แต่ธนาคารกรุงศรีอยุธยามักจะเรียกเขาว่า “เจ็กศิริ” อย่างคุ้นเคย

เจ็กศิริเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว มีพี่น้องด้วยกัน 25 คน จึงเป็นเหตุทำให้เขาต้องทำงานหนักตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี เริ่มจากทำงานที่กรุงเทพฯ รับจ้างทั่วไป เขียนหนังสือและสอนภาษาจีน แต่หลังจากแต่งงานและมีบุตร ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่จังหวัดขอนแก่น หลังจากหาเลี้ยงชีพอยู่ในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลา 11 ปี

เขาลงทุนครั้งแรกด้วยเงิน 1 แสนบาท ได้จากขายทองที่ญาติให้มา และมีเสี่ยชอให้ความช่วยเหลือที่ไม่ใช่เงินทอง แต่แนะนำให้รู้จักผู้ประกอบการในจังหวัดด้วยกันในฐานะหลาน และหากหลานไปทำธุรกิจด้วย แล้วไม่มีเงินชดใช้ให้คู่ค้าของเจ็กศิริ มาเก็บเงินที่เสี่ยชอ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่เขามักจะเล่าให้หลายๆ คนฟัง ถึงความใจกว้างของเสี่ยชอ

การเริ่มต้นธุรกิจของศิริ ไม่ได้ขายสินค้าเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ขายทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการส่วนใหญ่ลูกค้าต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้าง จึงทำให้ต้องเดินทางขอนแก่น-กรุงเทพฯ เป็นประจำ และใช้รถไฟเป็นเพื่อนเดินทาง ทุกครั้งของการเดินทางเขาจะอาศัยเป็นที่นอนและอาบน้ำ

เขาใช้เวลาเริ่มต้นธุรกิจและขนสินค้า ใส่ในรถไฟเป็นเวลา 5-6 ปี หลังจากธุรกิจเริ่มไปได้ดีก็มองหาที่ตั้งร้านค้าให้เป็นหลักแหล่ง และได้ซื้ออาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงแรก

หลังจากทำธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น บริษัทได้ขยับขยายไปเปิดบริษัทใหม่เพิ่มที่จังหวัดอุดรธานี เพราะธุรกิจในอุดรธานีเริ่มเจริญเติบโต มีนักธุรกิจท้องถิ่น และต่างจังหวัดเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับเป็นจังหวัดติดกับประเทศลาว ทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้าเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าจำนวนมาก

การทำธุรกิจของกลุ่มไทยพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์ ในช่วงแรกยังไม่ได้ใช้เงินลงทุนจากสถาบันการเงินตั้งแต่แรก แต่เงินที่นำมาลงทุนได้มาจากการเล่นแชร์เป็นหลัก

“เล่นแชร์ 100 กว่าวง วันหนึ่งต้องได้แชร์ 3-5 วง บางครั้งเสียดอกครั้งละ 1 หมื่นถึง 5 หมื่นบาท” เจ็กศิริเล่าถึงวิธีการบริหารเงิน

สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจในอดีตส่วนใหญ่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีความคล่องตัว แต่เมื่อเศรษฐกิจลอยตัว วงแชร์ที่เข้าไปร่วม ก็ล้ม ทำให้บริษัทต้องหันมาบริหารจัดการเงินใหม่ และเริ่มพึ่งพาสถาบันการเงินมาก ขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ธุรกิจจะลดความเสี่ยงมากขึ้นใน ด้านการเงิน แต่กรณีเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไม่ดี เหมือนดังเช่นวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 บริษัทก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียว กัน ในตอนนั้นต้องแบกรับหนี้กว่า 100 ล้านบาท ต้องแก้ปัญหาโดยเน้นประหยัด เช่น ลดเงินเดือนผู้บริหารและพนักงาน กรณีทำงานหลายคนในแบบครอบครัวจะเหลือเงินเดือน 3 หมื่นบาท คนโสด 2 หมื่นบาท และผู้หญิง 1 หมื่นบาท

แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทยังยึดธุรกิจวัสดุก่อสร้างเป็น หลัก รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ในฐานะคู่ค้าหลัก และได้ก่อตั้งบริษัท ที.พี.อาร์ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ในกรุงเทพฯ เพื่อนำเข้าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ สินค้าเกษตร เช่น ปั๊มน้ำ หรือเครื่องเหล็กจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย

ความสำเร็จในการทำธุรกิจกว่า 40 ปี และมีรายได้ถึง 2 พันล้านบาทของกลุ่มไทยพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์ส่วนหนึ่งเกิดจากการสร้างสายสัมพันธ์ร่วมกับลูกค้า โดยเฉพาะการซื้อสินค้าบางครั้งสามารถชำระค่าสินค้าในรูปแบบเครดิตเป็นแนวทางที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากมีผู้บริหารรุ่น 3 เข้ามาร่วม บริหารที่มีทั้งน้องชาย ลูก และลูกสะใภ้ เข้ามาช่วยขยายกิจการเพิ่มขึ้น เช่นในต่าง ประเทศ ซึ่งบริษัทเข้าไปจำหน่ายในประเทศ ลาว ส่วนในเวียดนามได้เข้าไปทดสอบตลาดแล้วพบว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะคู่แข่งจากประเทศจีน

แม้ธุรกิจจะขยายไปต่างจังหวัดและต่างประเทศบ้างแล้วก็ตาม แต่ธุรกิจหลักของบริษัทยังยึดจังหวัดขอนแก่นเป็นหลัก เพราะเป็นแหล่งธุรกิจโดยเฉพาะช่วงเวลานี้เริ่มเห็นชัดมากขึ้น หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะถนนสามารถเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับเพื่อนบ้านทำให้เดินทางได้สะดวกมากขึ้น หรือแม้แต่โดยสารเครื่องบิน

ธุรกิจก่อสร้างของบริษัทจึงขยายไป พร้อมๆ กับการเติบโตของจังหวัดขอนแก่น และจากประสบการณ์ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง และทำธุรกิจก่อสร้าง จึงทำให้บริษัทหันมา สร้างบ้านจัดสรรขายในราคา 1-3 ล้านบาท

แนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยของบริษัทไม่ได้เริ่มเมื่อ 4-5 ปี แต่ได้มองเห็นโอกาสเมื่อ 14-15 ปีที่ผ่านมา เริ่มดำเนินธุรกิจสร้างหมู่บ้านจัดสรร ปัจจุบันทำโครงการหมู่บ้านไปแล้วราว 20-30 แห่ง เช่น โครงการหมู่บ้านจัดสรร Best Home

โอกาสที่มองเห็นทำให้ศิริทยอยซื้อสะสมที่ดินจำนวนมาก แต่เขาไม่เปิดเผย ว่ามีเท่าไร เพียงแต่บอกว่าที่ดินสนามบินขอนแก่นบางส่วนเคยเป็นของเขามาก่อน และยังมีที่ดินเหลืออีกที่จะทำธุรกิจในอนาคต

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่นักธุรกิจ ท้องถิ่นเท่านั้นที่มองเห็น แต่มีนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ หลายรายเข้ามาแสวงหาโอกาสเช่นเดียวกัน เช่น หมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ลากูนา ศุภาลัย หรือพฤกษา เป็นต้น

การไหลบ่าเข้าลงทุนธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น ทำให้ปัจจุบัน ราคาที่ดินก้าวกระโดด โดยเฉพาะพื้นที่ติดกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น พื้นที่เพียง 1 ไร่เศษ มีราคาถึง 60 ล้านบาท

การขยายตัวทางเศรษฐกิจของขอนแก่น และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทำให้บริษัท ต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายจ่ายอัตราค่าจ้าง แรงงานขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือนนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรี จำนวน 15,000 บาท

ปัจจุบันในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัทจ่ายอัตราค่าจ้าง 250 บาท โดยเฉพาะแรงงานที่มีฝีมือ ซึ่งสูงกว่าอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบัน แต่สิ่งที่บริษัทต้อง การคือการพัฒนาฝีมือแรงงานต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอกับอัตราค่าจ้างใหม่ หากไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภค แต่บริษัทก็ยอมรับในนโยบายของรัฐบาล เพราะท้ายที่สุดแล้ว บริษัทไม่ได้รับผลกระทบทั้งหมด หากรัฐบาลสามารถลดภาษีนิติบุคคลได้ตามที่กล่าวอ้างก็ย่อมส่งผลดีกลับมาสู่ผู้ประกอบการ

ส่วนอัตราเงินเดือน 15,000 บาท บริษัทอาจจำเป็นต้องยืดระยะเวลาทดลองงานจาก 3 เดือนเป็น 6 เดือน เพื่อทดสอบ ความรู้ความสามารถของพนักงานใหม่

แม้ว่าจะไม่มีผลตอบแทนของรัฐบาลในด้านอัตราค่าจ้างก็ตาม บริษัทมีนโยบายจ่ายโบนัสตามรายได้และกำไรของบริษัท รวมทั้งมีนโยบายชัดเจนกรณีพนักงานทำงานเกิน 15 ปีขึ้นไป จะได้รับที่ดินหนึ่งแปลงเป็นค่าตอบแทนที่ทำงานร่วมกับบริษัทมาเป็นระยะเวลานาน

การดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน 40 ปี เจ็กศิริมักจะสอนลูกหลานและพนักงานเสมอว่าให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยตัวเขาเองจะเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดและธนาคารกรุงศรีอยุธยายืนยันว่ากลุ่มพิพัฒน์ฮาร์ดแวร์ไม่เคยเบี้ยวหนี้แม้แต่ครั้งเดียว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย