Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์8 กันยายน 2554
บีเจซีกับ Anniversary Marketing มุ่งโปรดักส์คุณภาพ - เจาะฐานลูกค้าเก่า             
 


   
search resources

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บมจ.
Glass




ค่ายเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือบีเจซี บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าคอนซูเมอร์ และบริษัทในเครือฯ อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีจีไอ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แก้ว กับกลยุทธ์ทำการตลาดแบบAnniversary Marketing ในโอกาสครบ 6 ทศวรรษ เน้นการพัฒนาคุณภาพงานบรรจุภัณฑ์แก้ว และเพิ่มบริการในกลุ่มลูกค้าฐานเดิม พร้อมเร่งมือบุกหนักตลาดในเอเชีย โดยล่าสุดจับมือ โอเว่นส์ อิลลินอยส์ เร่งขยายเครือข่ายการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว สยายปีกขึ้นเบอร์ 1 ในตลาดต่างประเทศภายในปี 2555 นี้

แผนการตลาดเชิงรุกครั้งนี้ภายใต้ Anniversary Marketing อัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บีเจซี ผู้ถือหุ้นหลักในทีจีไอ โดยกล่าวว่า บีเจซีเดินทางมาครบ 60 ปี และก้าวสู่ปีที่ 61 ซึ่งเน้นการทำตลาดที่เข้มข้นมากขึ้น โดยล่าสุดร่วมทุนกับโอ-ไอ ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วรายใหญ่ที่สุดในโลก เข้าซื้อกิจการของบริษัท มาลายากล๊าส โปรดักส์ ซึ่งมีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วอยู่ในประเทศไทย จีน มาเลเซีย และเวียดนาม ส่งผลให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วของบีเจซีมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 2,400 เป็น 3,425 ตันต่อวัน จากทั้ง 5 โรงงาน และเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“การดำเนินการซื้อกิจการครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งในการผลิตเพิ่มสูงขึ้น สามารถรองรับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเน้นต่อยอดตลาดกับฐานลูกค้าเดิมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย อาทิ กลุ่มอาหารเครื่องดื่ม ทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เกลือแร่ น้ำเกลือ ยา รวมไปถึงเครื่องสำอาง”

สำหรับเป้าหมายในปี 2554 ทีจีไอ ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีนี้โต 14% เป็นมูลค่ายอดขายในประเทศ 8,600 ล้านบาท โดยยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทีจีไอ ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศอยู่ที่กว่า 40% คิดเป็นมูลค่า 4,300 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 10,800 ล้านบาท โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นเดือนที่ ทีจีไอ มียอดขายสูงที่สุดในรอบ 60 ปี โดยคาดว่ายอดขายรวมจะสูงถึง 12,300 ล้านบาทภายในปี 2554

6 ทศวรรษแห่งโปรดักส์คุณภาพ

อัศวิน กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของบรรจุภัณฑ์และการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คุณภาพ” เป็นหัวใจสำคัญในแผนงาน เพราะนโยบายขององค์กร จะมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำที่ยึดมั่นในธรรมาภิบาล มุ่งสร้างบรรจุภัณฑ์แก้วคุณภาพดีเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทุกระดับ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา เราใช้เวลา 50 ปีแรก ขยายกำลังการผลิตเป็น 1,700 ตันต่อวัน แต่เราใช้เวลาเพียง 10 ปีหลังขยายกำลังการผลิตอีกเท่าหนึ่งจนเป็น 3,425 ตันในปัจจุบัน จากที่เรามีเพียง 2 โรงงานในประเทศไทย จนเป็น 3 โรงงานในประเทศไทย และ 2 โรงงานร่วมทุนในประเทศมาเลเซียและประเทศเวียดนาม

ทีจีไอจะก้าวขึ้นสู่ปีที่ 61 ด้วยความแข็งแกร่ง จากการผนึกพันธมิตรระดับโลกอย่างโอเว่นส์ อิลลินอยส์ ในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย และขยายฐานตลาดให้ก้าวไกล และกว้างขวางขึ้น จะสร้างความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่ง มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดบรรจุภัณฑ์แก้วอย่างต่อเนื่องตลอดไป”

ด้าน มร.อัลเบิร์ต พี แอล สตรุคเคน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากโอ-ไอ กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จของโอ-ไอในภูมิภาคเอเชียนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง บีเจซีและทีจีไอ ซึ่งได้แบ่งปันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพตลาดและวัฒนธรรมในเอเชียให้กับโอ-ไอ ทำให้เรามองเห็นถึงศักยภาพของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ รวมถึงวิธีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคปลายทางได้ดียิ่งขึ้น

การร่วมทุนนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างโอ-ไอ และบีเจซี โดยทั้ง 2 บริษัทมีแผนจะร่วมกันสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเวียดนาม และได้ดำเนินการซื้อที่ดินเป็นที่เรียบร้อย แต่หลังจากบริษัท มาลายากล๊าส ประกาศขายกิจการ เราจึงตัดสินใจขยายความร่วมมือเป็นการร่วมซื้อกิจการแทน ซึ่งโดยปรกติแล้ว เป็นการยากมากที่จะเข้าซื้อกิจการโดยการร่วมทุน เพราะทั้ง 2 บริษัทจะต้องมีความเชื่อใจกันอย่างลึกซึ้ง และทาง โอ-ไอ คงไม่ตัดสินใจเช่นนี้หากไม่มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ต่อบีเจซี พันธมิตรของเรา

ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์แก้วเป็นที่ต้องการในตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทีจีไอจะช่วยให้เราตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม โอ-ไอ มั่นใจว่าเรามีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และจะมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไป” มร.อัลเบิร์ต พี แอล สตรุคเคน กล่าวสรุป   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย