Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2529
บีดีซี-เอเอสแอล เมื่อคอมพิวเตอร์ "เด็ค" ต้องฟาดฟันกับ "เด็ค" ด้วยกัน             
 


   
search resources

บางกอก ดาต้า เซ็นเตอร์ บีดีซี
Computer
DIGITAL EQUIPMENT CORP.




นับตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมาแล้วที่วงการคอมพิวเตอร์ของไทยเมื่อจะพูดถึงผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ภายใต้เครื่องหมายการค้า "เด็ค" ก็ต้องพูดถึง "บีดีซี" ด้วยว่า "บีดีซี" มีฐานะเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทยของ "เด็ค"

แต่ในระยะไม่กี่เดือนมานี้ การพูดถึง "บีดีซี" นอกจากจะต้องพูดถึง "บีดีซี" แล้วก็อาจต้องพูดถึง "เอเอสแอล" ด้วย เพราะเผอิญ "เอเอสแอล" ก็ขายผลิตภัณฑ์ของ "เด็ค" เหมือนกัน

การเข้ามาของ "เอเอสแอล" นั้นก็เข้ามาพร้อม ๆ กับข้ออ้างที่ว่า "ตลาดคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยยังมีที่ว่างเพียงพอสำหรับผู้ที่ขายเด็คมากกว่าหนึ่งราย"

ส่วนเจ้าเก่าอย่าง "บีดีซี" ก็ยืนยันความเป็น "หนึ่งเดียวคนนี้" ว่า "ดีบีซี" ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวถูกต้องทุกประการ

เพราะฉะนั้นการที่มีผู้ขายผลิตภัณฑ์ "เด็ค" โผล่เข้ามาแย่งชิงชิ้นปลามันไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ หัวเด็ดตีนขาดก็จะเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้

พูดง่าย ๆ ก็คือมีแต่จะพังกันไปข้างหนึ่งเท่านั้น

"เด็ค" (DEC) เป็นผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของบริษัท DIGITAL EQUIPEMT CORP แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกในด้านมินิคอมพิวเตอร์ (โดยเมื่อปี 2527 สามารถเอาชนะยอดขายของไอบีเอ็มไปได้อย่างหวุดหวิดแต่เมื่อรวมทุกผลิตภัณฑ์แล้วยังเป็นรองไอบีเอ็มห่างพอสมควร) ในปัจจุบันได้มีการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ของ "เด็ค" ทั่วโลกมากกว่า 400,000 เครื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทยก็มีการติดตั้งไปแล้วราว 160 เครื่อง ใช้งานต่างกันไป

เรียกว่าสำหรับตลาดบ้านเราแล้ว "เด็ค" ก็ต้องนับเป็นผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้ายี่ห้อหนึ่งทีเดียวแหละ

"เด็ค" ติดตั้ง "บีดีซี" หรือบางกอกดาต้าเซนเตอร์ (BANGKOK DATA CENTER) เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (EXCLUSIVE DISTRIBUTOR) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งด้านการขายให้บริการและการซ่อมบำรุง ฯลฯ เมื่อปี 2524 "โดยเรามีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรถูกต้องทุกอย่าง…" อนุวัฒน์ วนานุเวชพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปของบางกอกดาต้าเซนเตอร์บอกกับ "ผู้จัดการ"

ซึ่งก่อนหน้าที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ของ "เด็ค" นั้น "บีดีซี" คว่ำหวอดอยู่ในยุทธจักรคอมพิวเตอร์มานานพอสมควร

"บีดีซี" ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2514 โดยนักธุรกิจชาวราชาสนามม้า-บุญวงศ์ อมาตยกุล ร่วมกับกรรมการของราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยหรือ "สนามม้านางเลิ้ง" อีกหลายท่าน

ในช่วงเพิ่งเริ่มก่อตั้งนั้น "บีดีซี" ได้เช่าเครื่องยี่ห้อ ซีดีซี ของบริษัท คอนโทรลดาต้า ประเทศไทยมาใช้เพื่อให้บริการแก่ "สนามม้านางเลิ้ง" ในด้านการควบคุมการแข่งม้า และให้บริการเช่าเวลาเครื่องคอมพิวเตอร์กับหน่วยราชการ และเอกชนทั่วไป เพราะการควบคุมการแข่งขันเป็นงานหลักจะใช้เวลาทำงานก็เพียงในช่วงวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์เท่านั้น

ก็เริ่มต้นจากพนักงาน 34 คน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานด้านซอฟต์แวร์

พอล่วงเข้าปี 2516 "บีดีซี" ขยายธุรกิจจาก "ศูนย์ให้บริการคอมพิวเตอร์" มาเป็นตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อแรกที่ขายก็คือไอซีแอล ของอังกฤษ

เมื่อไอซีแอลปิดกิจการเลิกผลิตคอมพิวเตอร์แล้ว "บีดีซี" ก็ขายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์อีก 2-3 ยี่ห้อเป็นเครื่องพิมพ์ (PRINTER) บ้าง เป็นเครื่องเทอร์มินัล (TERMINAL) บ้าง จนกระทั่งปี 2524 ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ "เด็ค" ภายใต้การดูแลและสนับสนุนของ DIGITAL EQUIPMENT CORP. เขตภาคพื้นตะวันออกไกลซึ่งตั้งสำนักงานในสิงคโปร์

ปัจจุบัน "บีดีซี" มีพนักงาน 130 คน ยอดขายเมื่อปี 2528 ที่ผ่านมาประมาณ 140 ล้านบาท

คงต้องบอกกล่าวกันอีกสักนิดว่า การเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ "เด็ค" นั้นมีอยู่ 2 รูปแบบ

แบบแรกเรียกว่า DISTRIBUTOR และอีกแบบเรียกว่าโออีเอ็มหรือ ORIGINAL ENUSER MANUFACTURING

"สองแบบนี้จะมีความแตกต่างกันคือ กรณีของ DISTRIBUTOR จะมีฐานะเป็นตัวแทนของบริษัทแม่โดยตรง ซึ่งทั่วโลกขณะนี้มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 15 รายเท่านั้น ส่วนโอเอ็มอีมีเป็นร้อย ๆ ราย เพราะโออีเอ็มเป็นเพียงผู้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทแม่มาขายต่ออีกทีหนึ่ง โดยมีข้อผูกพันและมิได้เป็นตัวแทนจำหน่ายเช่นเดียวกับ DISTRIBUTOR" อนุวัฒน์ วนานุเวชพงศ์ชี้แจงให้ฟัง

อนุวัฒน์ผู้เพิ่งจะได้รับการ "โปรโมต" ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของ "บีดีซี" หลังจากตำแหน่งนี้ถูกปล่อยว่างมาระยะหนึ่งด้วยเหตุผล ภายในบางประการกล่าวยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "บีดีซี" เป็น DISTRIBUTOR ของ "เด็ค" แต่ผู้เดียวในประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิทธิทุกอย่างที่ควรมีควรได้ เช่น การใช้เครื่องหมายการค้าของ "เด็ค" เอกสารต่าง ๆ ที่เป็น ความลับทาง "บีดีซี" จะได้รับการสนับสนุนเช่นเดียวกับ DISTRIBUTOR ทั้งหลายทั่วโลก

"และบริษัทแม่ก็ไม่มีนโยบายจะตั้ง DISTRIBUTOR หลาย ๆ รายในแต่ละประเทศเพราะจะทำให้แย่งตลาดกัน จึงได้กำหนดให้มี DISTRIBUTOR แต่ผู้เดียวในแต่ละประเทศ โดยมีการตั้งให้เป็น EXCLUSIVE DISTRIBUTOR อย่างเช่นในไทยก็คือ บางกอกดาต้าเซนเตอร์ ในไต้หวัน คือ ไชน่าคอมพิวเตอร์ หรืออินโดนีเซียก็คือบริษัท แอสตร้ากราเฟีย เป็นต้น"

ส่วนโออีเอ็ม จะขายได้เฉพาะสาขาของงานหรือเฉพาะกิจการที่ได้ทำสัญญาไว้กับบริษัทแม่ของ "เด็ค"

"อย่างเช่น โอเอ็มซี ซึ่งมี SPECIAL AREA ด้านแบงกิ้งก็จะขายอยู่ในไลน์ของแบงกิ้งเท่านั้น จะขายนอกไปจากนี้ไม่ได้ ต้องว่ากันเฉพาะ SPECIAL AREA ที่ทำสัญญาไว้เท่านั้น" อนุวัฒน์ หรือที่คนในวงการคอมพิวเตอร์ชอบเรียกกันว่า "คุณช้วน" ยกตัวอย่างที่แสดงถึงข้อแตกต่างระหว่าง DISTRIBUTOR กับ โออีเอ็มให้ฟัง

และอนุวัฒน์ก็ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นคงเส้นคงวาเช่นเดิมว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมกับบริษัทแม่แล้วนั้น

"เอเอสแอล" ไม่ได้เป็นทั้ง DISTRIBUTOR หรือแม้กระทั่งโออีเอ็มเลยสักอย่าง"

แต่ "เอเอสแอล"" ก็นำผลิตภัณฑ์ของ "เด็ค" เข้าตลาดเมืองไทยอย่างเงียบ ๆ มานานหลายเดือนแล้ว โดยที่ลูกค้ารายใหญ่ของ "เอเอสแอล" ที่เซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยเป็นรายแรกก็คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

"เอเอสแอล" หรือ AUTOMATED SYSTEM LIMITED นั้นเป็นกิจการของนักธุรกิจฮ่องกง และเป็นกิจการในเครือของกลุ่ม "ซีเอสเอ" ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดย OVERSEAS CHINESE BANKING CORPORATION

และผลิตภัณฑ์ของ "เด็ค" ที่ "เอเอสแอล" จะติดตั้งให้ลูกค้าอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็คือเครื่อง รุ่น VAX 11/750 จำนวน 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งติดตั้งที่สำนักงานใหญ่บางกรวย ส่วนอีกเครื่องหนึ่งก็ติดตั้งที่เหมืองแม่เมาะจังหวัดลำปาง

มูลค่าทั้ง 2 เครื่องรวมเบ็ดเสร็จก็ราว ๆ 550,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 14,300,000 (อ่านว่า 14 ล้าน 3 แสนบาทถ้วน ๆ) ซึ่งแหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็บอกว่า "ราคาที่เราตกลงทำสัญญากับเอเอสแอลฮ่องกงถูกกว่าราคาของผู้ขายเครื่องเด็คในนี้มาก เราจึงตัดสินใจเลือกเอเอสแอลแทนที่จะเป็น "บีดีซี"

หรือพูดกันตรง ๆ ก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนั้นได้ตกลงใจภายหลังการเปิดประมูลเมื่อปลายปี 2528 แล้วว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่จะใช้ที่เหมืองแม่เมาะเชื่อมต่อกันอีกเครื่องหนึ่งที่สำนักงานใหญ่บางกรวยนั้นเครื่อง VAX 11/750 เป็นเครื่องที่เหมาะสมที่สุด (เพราะสามารถใช้กับแพ็กเกจด้าน CAD CAM ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด) ก็เพียงว่าจะเลือกเครื่องของใครเท่านั้น ซึ่งเมื่อเอเอสแอลเสนอราคาที่ถูกกว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็เลือกฝ่ายนี้ ส่วนผู้ขายทะเลาะกันหรือไม่อย่างไรก็เป็นเรื่องของผู้ขาย ลูกค้าย่อมไม่เกี่ยวอยู่แล้ว… ว่างั้นเถอะ

เอเอสแอลนั้นเมื่อจับลูกค้ารายใหญ่อย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้แล้วก็จัดการตั้งบริษัทในนี้บริษัทหนึ่งชื่อ EIGHT BIT CORP. ซึ่งก็มีคนไทยเข้าร่วมหุ้นด้วย

อีกทั้งท่าทีในระยะใกล้ ๆ นี้ก็แสดงออกมาค่อนข้างชัดเจนว่า จะขายเครื่องของ "เด็ค" ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่นำพาว่าใครเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ในนี้มาก่อน เพราะกรรมการผู้จัดการของเอเอสแอล-ปีเตอร์โก๊ะ ก็บอกว่า "ประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ เพราะฉะนั้นยังมีที่ว่างพอสำหรับตัวแทนจำหน่ายที่มากกว่าหนึ่ง…"

ท่าทีเช่นนี้ของเอเอสแอลถูกตอบโต้อย่างทันควันจากบางกอกดาต้าเซนเตอร์

"เราจะนำเรื่องนี้แจ้งไปยังบริษัทแม่ประมาณเดือนหนึ่งแล้ว บริษัทแม่ก็ยืนยันใช้สิทธิอันชอบธรรมของเรา และจะมีมาตรการออกมาจัดการคลี่คลายปัญหาอย่างแน่นอนที่สุดในเร็ววันนี้ด้วย แต่จะเป็นมาตรการอะไรนั้น ขออุบไว้ก่อน เอาไว้ทราบกันตอนที่เราลงมือดีกว่า…" อนุวัฒน์ วนานุเวชพงศ์ ประกาศออกมาเมื่อไม่นานนี้

ก็คงจะต้องติดตามดูกันต่อไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย