Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2529
สุระ-สมบูรณ์...เราจะเป็นแฟนกันได้อย่างไร?             
 


   
search resources

ธนาคารแหลมทอง
สยามวิทยา
สุระ จันทร์ศรีชวาลา
สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์




ความขัดแย้งในธนาคารแหลมทองตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบัน สำหรับคนภายนอกแล้วมันเป็นไปได้ทั้งนั้นว่าเกิดความขัดแย้งทางธุรกิจหรือความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว ผู้ที่จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้ก็คงเป็นสุระ จันทร์ศรีชวาลา และสมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ อย่างไรก็ตาม ในบางปัญหาแม้จะไม่ได้รับคำอธิบายละเอียดอย่างไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ไหนมาก่อน แต่สุดท้ายบางทีก็ต้องย้อนกลับไปที่คำถามว่า เขาขัดแย้งเรื่องอะไรกันแน่!

พลิกดูหัวข่าวหนังสือพิมพ์แนวเศรษฐกิจทุกฉบับในช่วงปลายเดือนมีนาคม ที่ลงข่าวคราวเกี่ยวกับธนาคารแหลมทอง บางคนอาจจะอุทานในใจว่า “เอาอีกแล้วหรือ...” ในขณะที่บางคนพลิกอ่านรายละเอียดหน้าใน ด้วยความรู้สึกเฉยเมยเพราะรู้อย่างไรเสีย เหตุการณ์ทำนองนี้ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และบางคนอาจจะรู้ไปไกลถึงขั้นที่ว่านี่ คือ การเริ่มต้นความขัดแย้งครั้งสุดท้ายของธนาคารแห่งนี้ระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มหนึ่งที่มีสุระ จันทร์ศรีชวาลา เป็นหัวหอก และมีสมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ แม่ทัพของผู้ถือหุ้นใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นปราการตั้งรับ

สัญญาประนีประนอมที่ร่างขึ้นโดยความเห็นชอบของทั้ง 2 ฝ่าย และลงนามต่อหน้าสักขีพยานระดับกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่างชาตรี โสภณพนิช ถูกฉีกกระชากลากทิ้งไม่เหลือซาก โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นผู้ละเมิดสัญญาก่อน

สภาพของการที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหา สภาพที่ต่างฝ่ายต่างมองในแง่มุมของตน สภาพที่ต่างฝ่ายต่างอธิบายเหตุผลในการกระทำของตน และที่สำคัญที่สุดต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก อาจจะเป็นคำอธิบายที่สั้นที่สุดสำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในธนาคารแหลมทองทุกวันนี้

คำอธิบายที่ยาวกว่านี้ แจ่มชัดกว่านี้มีแน่ แต่อยู่ในตอนท้ายของรายงาน หลังจากที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความสงบศึกกันชั่วคราวระหว่าง สุระ จันทร์ศรีชวาลา กับ สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ ในวันที่ 28 ธันวาคม 2527 ดำรงอยู่ได้อย่างเผิน ๆ เพียง 7 เดือนเท่านั้น

เดือนสิงหาคม 2528 สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์แน่ใจแล้วว่าหุ้นธนาคารแหลมทองถูกกว้านซื้ออย่างเงียบ ๆ จากกลุ่มของสุระ จันทร์ศรีชวาลา ดังนั้นในวันที่ 30 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันประชุมคณะกรรมการประจำเดือน สมบูรณ์จึงอาศัยมติเสียงข้างมากในคณะกรรมการ ประกาศเพิ่มทุนของธนาคารแหลมทอง จาก 300 ล้านบาทเป็น 400 ล้านบาท โดยให้สิทธิผู้ถือหุ้นเก่าซื้อหุ้นออกใหม่ได้ในอัตรา 3 ต่อ 1 เพื่อให้รู้แน่ชัดว่าหุ้นทั้งหมดที่กลุ่มนายสุระ จันทร์ศรีชวาลา ถืออยู่จริงนั้นเท่าไรกันแน่

ผลที่ออกมาทำให้สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ขนหัวลุกทีเดียว เพราะปรากฏว่าหุ้นของกลุ่มสุระ จันทร์ศรีชวาลาสูงถึงเกือบ 42 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นทั้งหมด นี่ถ้าเฉลียวใจช้าไปอีกไม่กี่เดือนเก้าอี้กรรมการผู้จัดการมีหวังปิ๋วไปชนิดกู่ไม่กลับ

ถึงขั้นนี้สัญญาประนีประนอมก็หมดความหมาย ธนาคารแหลมทองเริ่มทยอยฟ้องกิจการในเครือข่ายที่สุระ จันทร์ศรีชวาลาบริหารอยู่ แต่คดีฟ้องร้องเหล่านั้นถ้าเปรียบไปก็เป็นแค่หมัดแย็ปรบกวนเท่านั้น

หมัดเด็ดที่สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์และกลุ่มผู้บริหารธนาคารแหลมทองแสดงออกมาว่าเอาจริงกับกลุ่มของสุระก็คือการยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทสยามวิทยา อันเป็นบริษัทแม่ของกิจการในเครือของสุระ ในวันที่ 21 มีนาคม 2529

เช้าวันเดียวกันกับที่ธนาคารแหลมทองยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทสยามวิทยา สื่อมวลชนแทบทุกฉบับก็ได้รับสำเนาคำฟ้องทั้งหมด บ่ายวันนั้นผู้รับผิดชอบข่าวเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะทำอย่างไรกับข่าวชิ้นนี้ดี ก็มีโทรศัพท์แจ้งว่าสุระ จันทร์ศรีชวาลาจะแถลงข่าวในตอนค่ำ

ข่าวที่แถลงในค่ำวันนั้นก็คือปฏิเสธฐานะล้มละลายของบริษัทสยามวิทยา พร้อมทั้งแถลงอีกว่าการฟ้องร้องล้มละลายดังกล่าว อาจจะเกิดจากการที่สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์โกรธแค้นที่ผู้ถือหุ้นของธนาคารแหลมทองกลุ่มของ สุระ จันทร์ศรีชวาลา ยื่นญัตติถอดถอนสมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ออกจากตำแหน่งกรรมการ (เท่ากับถอดถอนออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการโดยปริยาย) เข้าเป็นวาระหนึ่งในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีวันที่ 28 มีนาคม 2529

ก็ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่สุดของวงการธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น 2 กลุ่มในธนาคารได้ลุกลามจนถึงขั้นเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกเสียงให้ถอดถอนกรรมการผู้จัดการออกจากตำแหน่ง!

ผลการประชุมผู้ถือหุ้นในวันนั้นคงต้องขอความกรุณาพลิกไปอ่านในล้อมกรอบ “อย่างนี้หรือที่เรียกว่าแถลงข่าว”

และคงไม่มีใครติดใจสงสัยหรอกว่าต่อไปนี้ คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่งัดจุดอ่อนของแต่ละฝ่ายมาฟาดฟันกันทั้งในศาล (แง่กฎหมาย) และนอกศาล (ใบปลิว...ข่าวลือ.... หาพันธมิตรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายตน ฯลฯ) จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะกำชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด

ประเด็นที่ “ผู้จัดการ” ให้ความสนใจพิเศษและเชื่อว่าผู้อ่านคงสนใจเช่นเดียวกัน ก็คือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับธนาคารแหลมทองทุกวันนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง

เพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหากจะมองจากมุมหนึ่งก็เป็นแค่กรณี CORPORATE TAKE OVER กรณีหนึ่งเท่านั้น เผอิญบ้านเราไม่ค่อยเคยชินกับกรณีตัวอย่างนี้ และเผอิญที่เป็นกิจการธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่ถูกกลุ่มธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งพยายาม TAKE OVER จนเกือบสำเร็จ (อย่างแบงก์สยามเขาไม่เรียกว่า TAKE OVER เขาเรียกว่ากระทรวงการคลังรับหนี้แทน)

มองอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นเพียงแค่ความขัดแย้งระหว่าง “บุคคล” หรือ “กลุ่มบุคคล” เท่านั้น แต่ขยายตัวไปถึงขั้นที่ต้องหักล้างกันในเชิงธุรกิจให้พังกันไปข้างหนึ่ง...ให้สมแค้น ก็พอจะมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน

ยอดปรารถนาของสื่อมวลชนที่ดีทุกฉบับก็คือการทำข่าวการพิพาทขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ หรือระหว่างบุคคลกับบุคคล จะต้องพยายามให้ทั้งสองฝ่ายของฝ่ายตนออกมาเพื่อความสมบูรณ์รอบด้านของข่าวชิ้นนั้น

“ผู้จัดการ” ก็เช่นกัน ได้พยายามติดต่อบุคคลที่ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญของแต่ละฝ่ายที่สามารถไขปัญหาทั้งหมดออกมาให้กระจ่าง ซึ่งก็หนีไม่พ้นสมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ กับ สุระ ศรีจันทร์ศรีชวาลา ซึ่งโชคดีที่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลทั้งสอง

ปัญหาก็ยังไม่หมด เพราะข้อมูลที่ได้มา 2 ด้านนั้น... 2 ด้านจริง ๆ เป็นเหมือนเส้นตรง 2 เส้นมาชนกันทำมุม 180 องศา อย่างชนิดที่ไม่มีทางดึงปลายให้โค้งจรดกันเป็นวงกลมของข่าวที่กลมกลืนกันไปได้

ดังนั้นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดและจะได้ภาพชัดที่สุดสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในธนาคารแหลมทองในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต เราจึงได้ลงคำสัมภาษณ์ทั้งของสมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ และสุระ จันทร์ศรีชวาลา ในประเด็นต่าง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างคิดว่าเป็นสาเหตุที่ก่อปัญหาโดยไม่ตัดทอน สำหรับประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับคู่กรณีฝ่ายเดียวก็จะลงเฉพาะความเห็นของฝ่ายนั้น

ในประเด็นแรกคงต้องพลิกไปอ่านประวัติธนาคารแหลมทองควบไปด้วย แต่สมบูรณ์ นันทาภิวัฒน์ ก็ได้ให้ความเห็นอย่างเปิดเผยมากพอสมควร ในประเด็นนี้สุระ จันทร์ศรีชวาลาเห็นเป็นเรื่องภายในตระกูลนันทาภิวัฒน์เอง จึงไม่ให้ความเห็น

ประเด็นที่สองสื่อมวลชนอื่นให้ความเห็นมามากแล้วว่าสุระ จันทร์ศรีชวาลาได้หุ้นแหลมทองจำนวนมากที่สุดครั้งแรกด้วยสาเหตุอะไร ลองอ่านคำให้สัมภาษณ์ดูเอาเอง ขอเตือนล่วงหน้าถ้าคุณประสาทแข็งไม่พอ...อาจจะช็อก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย