Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา ตุลาคม 2554
เมื่อคุณสามารถตั้งหมายเลขและซื้อทะเบียนรถยนต์ได้เอง             
โดย ชาคริต เทียบเธียรรัตน์
 





เวลาเราจะออกรถ หลังจากที่สั่งจองเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว คนที่ชอบเรื่องเลขเรื่องดวงต้องมองสิ่งต่อมาก็คือป้ายทะเบียนรถยนต์ สำหรับประชาชนชาวไทย ถ้าอยากได้เลขสวยๆ ก็ต้องดั้นด้นไปขนส่งที่หมอชิตเพื่อขอจองเลขเด็ดจากเจ้าหน้าที่ ส่วนเลขตองหรือเลขที่เหมือนกันสี่ตัวอย่าง 777, 888, 999 หรือเลขสี่ตัวแบบ 7777, 8888, 9999 ต้องไปประมูล เพื่อเอาเงินไปช่วยชาติให้ได้ภาษีเพิ่มเติม

เมื่อผมหันมามองรอบๆ ตัวในนิวซีแลนด์ สิ่งที่น่าสนใจคือรถยนต์หลายคันไม่ใช่แค่ทะเบียนสวยแต่มีทะเบียนหลายแบบจนน่าแปลกใจ ในบ้านเราจะพบว่าทะเบียนที่ดูแปลกตาเช่นที่เป็นทะเบียนยาวแบบรถในยุโรปจะเป็นเพียงกรอบทะเบียนไม่ใช่ป้ายจริงๆ และการที่จะได้ตัวเลขสุดสวยก็ต้องไปที่ขนส่ง เพื่อขอเลือกเลขที่เราอยากได้ ซึ่งแม้จะเป็นการพัฒนา มากถ้าวัดกับอดีต แต่เมื่อผมมองจากมุมมองในต่างประเทศผมเห็นว่าเรายังพัฒนาไปได้อีกขั้น

ในนิวซีแลนด์การขอป้ายทะเบียนรถสักคันเป็นเรื่องง่ายอย่างที่หลายๆ คนอาจจะไม่เชื่อ ส่วนป้ายแดงแบบบ้านเรานั้นเขาใช้ป้ายสีเหลืองที่เอาไว้ให้ลองรถเท่านั้น ในวันรับรถยนต์เขาจะออกป้ายได้ทันท่วงที ผมขออธิบายขั้นตอนการขอทะเบียนรถใน นิวซีแลนด์คร่าวๆ คือ เขาไม่มีสมุดทะเบียนแบบในบ้านเรา ทุกอย่างที่เขาทำจะเป็นขั้นตอนทางอิเล็ก ทรอนิกส์ แม้ว่าประชากรจะมีเพียง 4 ล้าน 3 แสนคน แต่มีรถยนต์ที่วิ่งบนท้อง ถนน 2 ล้าน 5 แสนคัน เท่ากับมีรถยนต์ต่อหัวประชากร สูงเป็นอันดับที่ 8 ของโลก

ขณะที่ประเทศไทยแม้จะผลิตรถยนต์ปีละ 1 ล้าน 6 แสนคัน แต่ส่งออกเสียกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้ มีรถในประเทศราวๆ 6 ล้าน 3 แสนคันโดยประมาณอาจจะบอกว่าเรามีรถมากกว่านิวซีแลนด์เกือบสามเท่า แต่ถ้าอัตรารถยนต์ต่อประชากรแล้วเราเป็นอันดับที่ 78 ของโลกตามหลังเขาถึง 70 กว่าอันดับ ที่ผมเขียนมาตรงนี้ไม่ได้ต้องการบ่งชี้ให้เราซื้อรถยนต์ เพิ่มแต่ผมต้องการชี้ว่าถ้าเราบริหารจัดการได้ดีเท่าไร เราก็จะสามารถอำนวยความสะดวกและสามารถทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจกับสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น

การออกรถยนต์ในนิวซีแลนด์สามารถกระทำ ได้โดยมีตัวเลือกให้สองสามอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือการไปเลือกทะเบียนได้เอง โดยการเลือกทะเบียน นั้นจะเป็นระบบกลางและสามารถทำได้ที่ไปรษณีย์หรือสมาคมยานยนต์ หรือให้สะดวกคือถามศูนย์รถยนต์ เนื่องจากว่าบรรดาศูนย์ที่มียอดขายแน่นอน จะสามารถขอทะเบียนไปเป็นล็อตใหญ่ๆ ได้และสามารถทำทะเบียนให้แบบออนไลน์ได้เลย หรือแม้แต่บรรดาไปรษณีย์หรือสมาคมยานยนต์เองก็ออนไลน์ได้และสามารถทำป้ายทะเบียนให้ได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาที ในนิวซีแลนด์นั้นทะเบียนไม่ต้อง มีชื่อจังหวัด เพราะเป็นระบบทะเบียนกลางในประเทศ นิวซีแลนด์นั้น การขอเลขสวยๆ ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถยนต์ ต่างสามารถขอได้หมด โดยการโทรศัพท์ไปจองได้หมด

อย่างไรก็ตาม กรมทะเบียนนิวซีแลนด์ก็มีวิธีหาเงินแบบคนหัวใส คือการรับทำป้ายทะเบียนเอง โดยทำเว็บไซต์ www.plates.co.nz ขึ้นมาโดยให้ประชาชนออกแบบป้ายทะเบียน โดยคนที่เข้ามาทำป้ายสามารถเลือกได้ว่าจะเอาป้ายเดิมมาแต่งหรือต้องการออกแบบทะเบียนเอง โดยคนที่เอาป้ายมาออกแบบเองก็สามารถเริ่มจากการเปลี่ยนสีของป้ายเพราะในนิวซีแลนด์เขาไม่แยกระหว่างป้ายดำ ป้ายเขียว ป้ายเหลืองแบบบ้านเรา เขามีแค่ป้ายดำอย่างเดียว

ดังนั้นถ้าไม่ชอบป้ายสีดำก็สามารถเลือกสีได้ โดยเสียค่าเลือกที่ 199 ดอลลาร์ หรือ 5,000 บาท แต่ถ้าอยากเป็นป้ายที่มีคำเขียนด้วย ผู้ซื้อสามารถเลือกที่จะใส่ลวดลายเช่นชื่อจังหวัด เพราะว่าเป็นทะเบียนจากกองกลางถ้าอยากใส่ชื่อจังหวัดเข้าไปต้องเสียเงินซื้อป้ายทะเบียนที่มีชื่อจังหวัด บางคนชอบ ให้ใส่ราศีของเจ้าของรถ หรือลวดลายต่างๆ เช่นดอกไม้ หรือลายประจำชาติ เช่น นกกีวีกับใบเฟิน หรือลายเมารี ภูเขา รวมทั้งลายกีฬาอย่างรักบี้หรือฟุตบอล นอกจากนี้ผู้ซื้อยังสามารถเขียนคำพูดต่างๆ ไปบนป้ายทะเบียนโดยเสียสนนราคาที่ 399 ดอลลาร์หรือหนึ่งหมื่นบาท ตรงนี้รวมไปถึงการเลือกเอาป้าย ทะเบียนแบบยุโรปมาตรฐานคือ ทะเบียนยาวและเป็น ดาวสี่ดวงของนิวซีแลนด์ หรือธงอังกฤษ ธงไอร์แลนด์ และมีทะเบียนแบบอเมริกาหรือแอฟริกาใต้ให้เลือก รวมทั้งป้ายยาวพร้อมตัวอักษรจีนที่แปลว่าโชคดี ให้กับผู้ต้องการออกรถยนต์เลือก

นอกจากนี้ยังมีออพชั่นเช่นป้ายทะเบียนยุโรป ด้านซ้ายและยี่ห้อรถยนต์ด้านขวาด้วยสนนราคาที่ 499 ดอลลาร์ หรือ 12,500 บาท สำหรับคนที่อยาก ได้ป้ายพร้อมยี่ห้อรถ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกสำหรับ คนที่ชอบเลขและตัวอักษรคือ เพิ่มอีกร้อยดอลลาร์เป็น 599 หรือ 15,000 บาท ทางกรมทะเบียนจะอนุญาตให้เลือกอักษร 3 ตัวและเลข 3 ตัว ซึ่งผู้ซื้อสามารถจัดเลขก่อนอักษรเพื่อความแปลกก็ได้ เช่น ถ้าทะเบียนเป็น ABC123 คนที่ซื้อก็สามารถจัดเป็น 123ABC แทนก็ได้ และยังสามารถเลือกป้ายทะเบียน แบบไหนก็ได้ที่ผู้ซื้อสนใจ ไม่ว่าจะเป็นแบบที่มียี่ห้อรถ ทะเบียนยุโรป หรือแบบใดๆ ก็ได้ และในราคาที่ สูงสุดคือ 999 ดอลลาร์ หรือ 25,000 บาท ลูกค้าสามารถเลือกตัวอักษรหรือตัวเลขอะไรก็ได้ 6 ตัว เช่น ชื่อตนเองหรือบางคนเลือกชื่อต่างๆ หรือคำพูด เช่น johnny, wilson หรือ iloveu บางคนอาจจะชอบเลขเช่น 999999 หรือ 123456 และสามารถเลือกลูกเล่นได้ตามแต่คนที่อยากได้และเมื่อสั่งจองไปแล้วทางกองทะเบียนก็จะส่งป้ายทะเบียนไปให้ทาง ไปรษณีย์

เมื่อหันมามองในบ้านเราแล้วจะเห็นได้ว่า การอำนวยความสะดวกในเรื่องทะเบียนรถยนต์ในต่างประเทศนั้นสูงกว่าบ้านเรามาก ไม่ว่าจะเป็นการ ทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือการให้ประชาชน เลือกสิ่งที่ต้องการโดยมีสนนราคาที่เป็นมาตรฐานที่แน่นอนอยู่แล้ว จากที่ผมเห็นชาวไทยจำนวนไม่น้อย ที่ชอบมีตัวเลือกที่หลากหลายและผมเองก็เชื่อว่าถ้าเราสามารถปรับเรื่องเล็กๆ อย่างเรื่องทะเบียนให้ได้มาตรฐานสากล เราก็จะสามารถก้าวไปทำเรื่องที่ใหญ่กว่าให้เป็นสากลได้ต่อไปและจะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าเพื่อพร้อมที่จะรับการมาของการค้าเสรีอาเซียนในปี 2015/2020   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย