Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา ตุลาคม 2554
ห้วงเวลาต้องระวัง             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารกรุงเทพ

   
search resources

ธนาคารกรุงเทพ, บมจ.
โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
Banking and Finance




แม้ว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปีหน้า โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัฐ มองว่าจะยังดีอยู่ แต่ยังต้องอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัฐ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ นักเศรษฐศาสตร์ มองในมุมมหภาคเกี่ยวกับภาพรวมของประเทศไทยในครึ่งปีหลัง 2554 และในปีหน้าว่า ในปีนี้จีดีพีที่สำนัก งานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดการณ์ ไว้ในไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากผลกระทบ เหตุการณ์สึนามิในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสิ่งที่เกิดขึ้นได้สอนให้ ประเทศไทยรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายในประเทศจะยังคงดีอยู่ในไตรมาส 3 และ 4 แต่จีดีพีจะไม่แตะร้อยละ 4 จะเหลือ เพียงร้อยละ 3.6 เท่านั้น เพราะเหตุการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตชะลอลง

แม้เศรษฐกิจภายในประเทศจะยังดี อยู่ แต่แรงต้านจากต่างประเทศจะมากขึ้นตามลำดับ และมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยนับจากนี้ไปมี 2 เรื่องคือ การค้าโลกที่มีบทบาทสูงต่อประเทศไทย และราคาสินค้าหลายอย่างมีโอกาสต่ำลง

แต่โฆสิตยังเชื่อว่าจีดีพีในปี 2555 ยังเติบโตในอัตราร้อยละ 4 แต่ด้วยแรงต้าน ภายนอกประเทศจะส่งผลต่อธุรกิจส่งออกของไทย โดยเฉพาะลูกค้าที่ส่งออกไปยัง กลุ่มสหรัฐอเมริกาและยุโรป ผู้ประกอบการ จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรุนแรง และมองว่า เป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะวัตถุดิบ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิต สินค้าจะไม่มีความชัดเจนด้านราคา

ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดแผนธุรกิจของ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นนโยบายขององค์กร นี้เริ่มมาค่อนข้างนาน ที่โฆสิตมักกล่าวย้ำเสมอว่า

“บุคลิกของธนาคารกรุงเทพเกาะติดการเจริญเติบโตของประเทศ”

การเป็นธนาคารที่มีทรัพย์สินอันดับ หนึ่ง หรือ 2,011,856.76 ล้านบาท ของสถาบันการเงินในประเทศ และเป็นองค์กร ที่มีอายุ 67 ปี มีกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่มากที่สุด แต่เมื่อเวลาผ่านไปคงเป็นไปไม่ได้ที่ธนาคารกรุงเทพจะยึดติดกับลูกค้ารายใหญ่ อย่างเดียว ขณะที่ยังมีจุดอ่อนลูกค้ารายย่อย

การพบปะครั้งล่าสุดระหว่างโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ และชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพกับสื่อมวลชน แม้จะไม่เปิดเผยว่าธนาคารกรุงเทพจะมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการธุรกิจอย่างไร แต่นัยของการแข่งขัน ที่รุนแรงของสถาบันการเงินภายในประเทศ รวมไปถึงธนาคารต่างชาติที่เข้ามาชิงพื้นที่อีกด้านหนึ่ง สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือกรอบความร่วมมือของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กำลังบีบให้ธนาคารต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข

โฆสิตบอกว่าธนาคารจะเน้นลูกค้ารายกลาง ลูกค้าปลีก และรายย่อยมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยเป็นเรื่องใหญ่สำหรับธนาคารที่กำลังหาบุคลิกให้ตัวเองและหน้าที่หลักนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ ของศิริเดช เอื้องอุดมสิน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่

เป้าหมายในการเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยทำให้ธนาคารเริ่มคำนึงถึงการขยายสาขาให้เพิ่มมากขึ้น เพราะสาขา เป็นช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงองค์กรแห่งนี้

ขณะที่ลูกค้าขนาดกลางมีผู้บริหาร มาเสริมในปีนี้คือ ธงชัย อานันโทไทย ผู้ช่วย ผู้จัดการใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ธงชัยเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารสินเอเซีย แต่หลังจากธนาคารกรุงเทพผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้ขายหุ้นให้กับธนาคารไอซีบีซีจากประเทศ จีน ทำให้เขากลับมาร่วมงานในธนาคารกรุงเทพอีกครั้ง

ส่วนการรวมตัวของประเทศในกลุ่ม อาเซียน 10 ประเทศ หรือเออีซี กลายเป็น สิ่งที่ธนาคารกรุงเทพมองว่าใกล้ตัวมากขึ้น และประชาคมอาเซียนจะร่วมมือเชื่อมโยงกันอย่างก้าวกระโดด

การลงทุนธุรกิจในต่างประเทศที่ผ่าน มาธนาคารให้ความสำคัญในประเทศจีนเป็นลำดับแรก แต่จากนี้ไปเป้าหมายคือ เออีซีเริ่มจริงจังมากขึ้น ซึ่งธนาคารมองว่า อย่างน้อยก็มีความได้เปรียบกว่าธนาคารอื่นๆ ปัจจุบันธนาคารมีสาขากระจายอยู่ใน เอเชียและทั่วโลก มากที่สุดคือมาเลเซีย มี 5 สาขา เวียดนาม 2 อินโดนีเซีย 1 ลาว 1 ฟิลิปปินส์ 1 สิงคโปร์ 1 จีน 4 ฮ่องกง 2 ไต้หวัน 3 ลอนดอน 1 นิวยอร์ก 1 ญี่ปุ่น 2 ส่วนพม่าตั้งตัวแทนดูแล 1 แห่ง

ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัด การใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารตั้งทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมา 2 คน เพื่อติด ตามสถานการณ์เออีซี เงื่อนไข กฎระเบียบ ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อนำไปเป็นข้อมูลให้คำปรึกษากับลูกค้าที่สนใจเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน

“เราทำงานหลายๆ เรื่อง เพียงแต่เราไม่ได้ออกมาบอกกล่าวเท่านั้น” เป็นคำกล่าวของไชยฤทธิ์ที่สะท้อนให้เห็นบุคลิกของสถาบันการเงินตราสัญลักษณ์บัวหลวงได้เป็นอย่างดี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย