Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤศจิกายน 2554
A Leading Solar Country             
โดย ภก.ดร. ชุมพล ธีรลดานนท์
 





ทัศนียภาพจากมุมสูงบนหลังคาบ้านและดาดฟ้าของอาคารรวมถึงสิ่งปลูกสร้างในญี่ปุ่นกำลังแปลงโฉมไปทีละน้อยพร้อมๆ กับเพิ่มหน้าที่ใหม่กลายเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ล่าสุดซึ่งดูละม้ายใบไม้แห่งโลกอนาคตที่จะผลิใบแผ่ขยายกิ่งก้านปกคลุมประเทศญี่ปุ่นนับจากนี้ไป

แต่บรรพกาลแล้วที่สิ่งมีชีวิตทั้งมวลล้วนได้รับประโยชน์จากแสงอาทิตย์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม พลังงานจำนวนมหาศาลเหล่านี้เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวส์ชั่นบนดวงอาทิตย์แล้วปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นคลื่นแสงหลายชนิดที่เดินทางมาแสนไกลจนถึงผิวโลก ซึ่งส่วนหนึ่งถูกสะท้อนกลับสู่อวกาศเมื่อกระทบกับบรรยากาศโลกชั้นนอกและอีกส่วนหนึ่งถูกดูดกลืนไว้ในโมเลกุลของไอน้ำและก๊าซต่างๆ ในชั้นโอโซนอันเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยกรองรังสีซึ่งเป็นอันตรายต่อสรรพชีวิตที่อาศัยบนพื้นโลกนี้ออกไป

ส่วนที่เหลือที่ส่องผ่านลงมาถึงพื้นโลกสามารถ จำแนกได้เป็น (1) แสงแดดประกอบด้วยคลื่นแสงสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ในช่วงความยาวคลื่นแสง 400-800 นาโนเมตรที่ส่องสว่างทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ในเวลากลางวันและเป็นช่วงคลื่นแสงที่พืชนำไปใช้สังเคราะห์แสงผลิตก๊าซออกซิเจนและแหล่งอาหารเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ

(2) คลื่นแสงที่ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ซึ่งมีอยู่ 2 ช่วงคือคลื่นที่มีความยาวแสงสั้นกว่า 400 นาโนเมตร ได้แก่ แสง Ultraviolet หรือที่เรียกย่อๆ ว่าแสงยูวีซึ่งมี 3 ชนิดคือ UV-A, UV-B, UV-C และคลื่นที่มีความยาวแสงมากกว่า 800 นาโนเมตรที่เรียกว่า Infrared ซึ่งสัมผัสได้ในรูปแบบของพลังงานความร้อน

เมื่อพิจารณาถึงอรรถประโยชน์ที่ได้รับแล้วคงไม่มีแหล่งพลังงานใดบนโลกจะยิ่งใหญ่เกินกว่าแสงแดดซึ่งไม่ต้องซื้อหาและไม่มีวันหมดอีกทั้งไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ หากมีกระบวนการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนำพลังงานได้เปล่านี้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้แล้วแสงแดดก็จะกลายเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสามารถนำมาทดแทนพลังงานนิวเคลียร์รวมถึงพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติที่จะร่อยหรอหมดไปภายใน 1-2 ทศวรรษหน้าได้

การวิจัยและพัฒนาโซลาร์เซลล์ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มมานานกว่า 50 ปีแล้ว ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ชี้ นำให้ญี่ปุ่นหยัดยืนในฐานะประเทศผู้นำของเทคโนโลยีสาขานี้มาโดยตลอด เช่น สามารถประดิษฐ์วิทยุ ทรานซิสเตอร์พลังแสงอาทิตย์ได้สำเร็จและวางจำหน่ายเมื่อปี 1962, พัฒนาแผงพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับยานอวกาศและสถานีอวกาศในทศวรรษ 1980, เริ่มวางจำหน่าย Solar Panel ใช้ผลิตกระแส ไฟในบ้านตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้น

อุบัติเหตุโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุคุชิมะแห่งที่ 1 ซึ่งมีสาเหตุจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 11 มีนาคม 2011* เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้บทบาทของพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสนใจมากขึ้นอีกครั้งถึงขั้นบรรจุรวมไว้ในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติกำหนดเป็นนโยบายรัฐระยะยาวที่ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ของญี่ปุ่นให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมให้ใช้แทนที่พลังงานนิวเคลียร์รวมถึงพลังงานเชื้อเพลิงในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อมูลจาก Japan Energy Information Administration 2008 ระบุว่าญี่ปุ่นพึ่งพาพลังงานจากน้ำมัน 46%, ถ่านหิน 21%, ก๊าซธรรมชาติ 17%, นิวเคลียร์ 11%, พลังงานน้ำและพลังงานหมุนเวียน 5% ซึ่งเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นซึ่งขาดแคลนทรัพยากร ธรรมชาติต้องนำเข้าพลังงานส่วนใหญ่จากภายนอกกว่า 80% และพลังงานนิวเคลียร์ยังเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นอยู่ในขณะนี้

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการใช้พลังงาน ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงหากจะเริ่มต้นกันอย่างจริงจังเนื่องเพราะผลกระทบจากอุบัติเหตุ โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุคุชิมะแห่งที่ 1 โดยเฉพาะมิติของการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้ากระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยตื่นตัวแสวงหาแผงโซลาร์มาติดตั้งบนหลังคาบ้านได้ราวกับตื่นทอง

กลไกตลาดตามกฎอุปสงค์และอุปทานของหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นจึงนำมาอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เป็นอย่างดีกล่าวคือ เมื่อจำนวนผู้บริโภคพร้อมใจกันสนอง นโยบายด้านพลังงานของรัฐมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นราคาและค่าติดตั้งแผงโซลาร์ในท้องตลาดก็ค่อยๆ ลดลง

ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตชั้นนำในตลาดญี่ปุ่นได้แก่ Sharp, Kyocera, Sanyo (Panasonic), Mitsubishi และ Toshiba ต่างพร้อมเข้าแข่งขันกันตอบโจทย์ของตลาดด้วยสินค้าอันหลากหลายและบริการหลังการขายที่ดีที่สุดสำหรับบ้านแต่ละแบบของลูกค้าแต่ละราย

กระนั้นก็ตามปัจจุบันสนนราคาของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ อาจจะยังไม่ถูกลงเสียทีเดียวแต่ประชาชนสามารถยื่นเรื่องเพื่อรับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งคืนจากรัฐได้ส่วนหนึ่ง

เมื่อคำนวณในระยะยาวแล้วนับว่าคุ้มทุนทั้งด้านการเงินและด้านจิตใจ กล่าวคือกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ ในช่วงกลางวันจะถูกจ่ายโดยตรงไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทุกชนิดแต่ในเวลากลางคืนไม่สามารถผลิตกระแสไฟได้เองก็ซื้อไฟจากการไฟฟ้า ตามปกติซึ่งจะช่วยให้ค่าไฟฟ้าต่อเดือนลดลง

หากวันไหนมีแสงแดดจัดสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากเกินความต้องการ กระแสไฟส่วนที่เหลือใช้ ก็สามารถขายให้กับการไฟฟ้าได้ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติและสามารถตรวจสอบรายละเอียดการซื้อ-ขายไฟฟ้าได้ ไม่เพียงเฉพาะที่บ้านเท่านั้น อาคาร สำนักงาน บริษัทห้างร้าน ไล่เรียงไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมก็สามารถซื้อ-ขายไฟฟ้าได้ในลักษณะเดียวกัน

พลวัตของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวส่งผลดีในระดับมหภาคช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านพลังงานรองรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นอีกแรงซึ่งหากสัดส่วน การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วความจำเป็นในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์จะถูกทดแทนอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยๆ ลดปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงชนิดอื่นลงตามลำดับความสำคัญ

นอกจากจะช่วยลดปริมาณนำเข้าเชื้อเพลิงแล้วยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ลง 25% ภายในปี 2020 (เมื่อเทียบกับปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดที่ประเทศญี่ปุ่นปล่อยออกมาในปี 1990)

ควบคู่กันนั้นโมเดลพลังงานแสงอาทิตย์ของญี่ปุ่นที่สำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้นี้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นสินค้าส่งออกชนิดใหม่ไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลกโดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเขตศูนย์สูตรที่มีปริมาณแสงแดดเหลือเฟือตลอดปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย