Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2529
ยุทธจักรน้ำเปลี่ยนนิสัย "กำลังขบกากน้ำตาลที่เททิ้ง"             
 


   
search resources

สุราทิพย์, บจก.
Alcohol




อย่างไรก็ตาม เรื่องการค้นคว้าของ ดร. จรูญ คำนวนตา ก็ใช่ว่าจะไม่มีผลชักจูงบรรดานักลงทุนและบุคคลในวงการแอลกฮอล์เสียเลยทีเดียว แหล่งข่าวบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้ายี่ห้อ "สิงห์" ได้บอกกับ "ผู้จัดการ" ว่า "บุญรอดนี่เราแทบไม่มีคนรู้เรื่องยีสต์ที่ดี ๆ เลย แต่ทางเราก็เคยคิดเหมือนกันที่จะจัดการกับส่าที่เหลือทิ้งปีหนึ่ง ๆ ถ้าคิดเป็นมูลค่าก็เหยียบหลายร้อยล้านบาทเหมือนกัน แต่คงเป็นเรื่องที่กำลังขบคิดเท่านั้นเองในระดับที่ปรึกษาผู้ใหญ่ของบริษัท..."

ด้านค่ายสุรา "หงส์" ซึ่ง "ผู้จัดการ" ก็ได้รับการเปิดเผยจาก ชาญวิทย์ ชนะจรัญวิทย์ ผู้จัดการโรงงานสุรา กรมสรรพสามิต ...บริษัทสุราทิพย์โสธรา จำกัด (จังหวัดฉะเชิงเทรา) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเหล้ายี่ห้อ "หงส์เหมราช" ...ว่า... "อาจารย์จรูญฯ นั้นที่จริงก็มีความใกล้ชิดกับบริษัทเรามาก จนกลายเป็นที่ปรึกษากลาย ๆ ไปแล้ว เรื่องยีสต์ที่ค้นพบนั้นผมไม่ทราบในรายละเอียด แต่ที่ว่าบริษัทของเรายังไม่สนใจในเรื่องยีสต์ที่แกค้นพบนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเพราะบริษัทของเรามุ่งในการค้าขายเรื่องเหล้าเป็นสินค้าหลัก แล้วเพิ่งอยู่ในระยะแรกของการลงทุน ในโอกาสต่อไปมันมีความเป็นไปได้มากทีเดียวที่เราอาจจะมีการลงทุนต่อเนื่อง เอาส่วนที่เหลือนั้นไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่มันเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับการผลิตโปรตีนสร้างอาหารสัตว์ ในตอนนี้เท่าที่เราทำผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาหลังจากการหมักแล้ว ก็เป็นการเอามาทำเป็นปุ๋ยครับ มันมีทั้งแคลเซียมและไนโตรเจนแต่ยังขาดฟอสฟอรัส ก็มีคนมาซื้อปุ๋ยไปจากเรา ทีนี้ต่อไปหากมีการลงทุนอย่างอื่นที่คุ้มค่ากว่าเราอาจจะเปลี่ยนไป แต่ยังไม่ใช่ในตอนนี้ครับ..." นั่นเป็นการเปิดเผยของผู้ที่รู้เรื่องเหล้าในด้าน "ผลิต" และ "หมัก" อย่างดีอีกผู้หนึ่ง

อรรนพ ศรีรัตน์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการศูนย์บริการเบียร์สดของบุญรอดบริวเวอรี่ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้ติดตามการค้นคว้าของ ดร. จรูญในเรื่องยีสต์ ให้ข้อสังเกตว่า "เรื่องประโยชน์นั้นมันคงใช้ได้ในเรื่องของการผลิตอาหารสัตว์และผลิตแอลกอฮอล์ในเมืองไทยคงยังทำไม่ได้ เพราะโรงเหล้าเขาคงห่วงเรื่องรสชาติเป็นสำคัญ มันอาจจะมีผลเรื่องรสและกลิ่น ทุกวันนี้เขาถือว่าก็มีกำไรมหาศาลอยู่แล้ว นอกจากนั้นมันอาจจะต้องมีการลงทุนด้านเครื่องจักรใหม่ด้วย ระยะนี้คงยังไม่มีใครพร้อม แต่ต่อไปไม่แน่นะเหมือนกัน.."

ธนิต ธรรมสุคติ ซึ่งเป็นหนอนหนังสืออีกราย และปัจจุบันก็รับผิดชอบงานด้านประชาสัมพันธ์ของบริษัทสุราทิพย์ ให้ความเห็นกับ "ผู้จัดการ" ว่า.. "พูดถึงเรื่องพวกนี้ผมสนใจติดตามอ่านข่าวสารมาก ในตอนนี้ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นเขากำลังตื่นตัวกันมากมายทีเดียวสำหรับเรื่องของยีสต์ อย่างผมอ่าน Science Digest ฉบับเมื่อต้นปีนี้เอง มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับยีสต์อยู่เรื่องหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นเขาค้นพบ กลายเป็นเรื่องที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการค้นคว้า จำได้ว่ามันมีคุณสมบัติที่จะเปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นน้ำตาลได้เลย...น่าสนใจทีเดียว ผมคิดว่าบ้านเมืองเรานั้นมันเป็นเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ด้านนี้เป็นสิ่งเดียวที่คนไทยเราจะล้ำนำหน้าประเทศอื่น ๆ เขาได้ คนไทยเราก็เก่งพอในเรื่องเหล่านี้.."

มีผู้รู้บางรายให้ข้อคิดเกี่ยวกับการค้นคว้าครั้งนี้ว่า "เข้าใจว่าการทดลองของ ดร. จรูญ นั้นยังอยู่ในขั้น "แล็บ เทสท์"... มันเป็นเพียงผลของการทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้นเอง ยังสรุปไม่ได้ว่าเชื้อนี้จะสามารถเอามาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรม มันจะต้องมีการทำ "แมส เทสต์" หรืออาจถึงขั้นที่จะต้องมีการทดสอบในโรงงานจริง ๆ กันเลย อย่าลืมว่าห้องแล็บกับในโรงงานนั้นสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน แต่การที่จะทำการทดสอบในขั้นเป็นปริมาณมาก ๆ หรือในโรงงานนั้น มันจะต้องมีการลงทุนที่สูงมากแกคงขาดการสนับสนุนในจุดนี้.."

แต่จะเป็นยังไง "ผู้จัดการ" นั้นไม่ทราบเหมือนกัน ..ทราบแต่เพียงว่าในตอนค้นพบนั้นเป็นทางญี่ปุ่นให้เงินอุดหนุน...แล้วตอนนี้เป็นบทที่อเมริกาเข้ามาสนับสนุนต่อ ว่ากันถึง "ให้พยายามเพราะพันธุ์จนสามารถขึ้นในน้ำเค็มด้วย..."

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย