Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2529
ล็อกซเล่ย์ จากอึ้งยุกหลง ล่ำซำ มาถึง คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช จนเข้าสู่ธงชัย ล่ำซำ             
โดย รุ่งอรุณ สุริยามณี
 


   
search resources

ล็อกซเล่ย์, บมจ.
ชัชนี จาติกวณิช
กำจร สถิรกุล
อึ้งยุกหลง ล่ำซำ




นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง เคยกล่าวไว้ว่า ธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จโดยทั่วไปแล้ว มักจะเป็นธุรกิจที่มีการวางรากฐานที่ดี ดูเหมือนว่าล็อกซเล่ย์ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่น่าเป็นจริงดังคำกล่าวนี้ จากบริษัทก้วงโกหลง จำกัด จนถึงบริษัทต่าง ๆ ในเครือล็อกซเล่ย์ ขายตั้งแต่สินค้าเทรดดิ้ง เฟิร์ม ธรรมดาจนก้าวสู่สินค้ารูปแบบไฮเทคโนโลยี การพัฒนาบริษัทจะก้าวไกลแค่ไหนอยู่ที่ผู้บริหารเป็นหลักสำคัญ นับแต่ อึ้งยุกหลง ล่ำซำ ผู้บริหารยุคบุกเบิกจนมาถึงรุ่นลูกคือ โชติ, จุลินทร์ และเกษม สามพี่น้องตระกูลล่ำซำที่ถูกส่งไปศึกษายังประเทศอังกฤษ เพื่อเจรจาติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศ แล้วเข้าสู่ยุคคุณหญิงชัชนี จาติกวณิช ลูกสาวโชติ ล่ำซำ ที่เข้ามาล็อกซเล่ย์โดยเริ่มเป็นเลขาของบริษัทเพื่อเรียนรู้งาน และได้เป็นผู้บริหารธุรกิจคนต่อมา ความเป็นชาตินิยม มีเมตตา ไม่ใช้นิสัยหยุมหยิมแบบผู้หญิงเข้ามาบริหารงาน รวมทั้งการรู้จักใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาบริหารคน ทำให้เป็นที่รักของพนักงานล็อกซเล่ย์ ความที่เป็นคนรักและไว้ใจลูกน้องจนมีเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกมาครั้งหนึ่ง การกระจายอำนาจให้พนักงานที่มีความสามารถซึ่งมิใช่บุคคลในตระกูลเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับกรรมการบริหารทำให้พนักงานเกิดกำลังใจ ความที่เป็นสตรีธุรกิจที่ใจกว้างจึงลาเกษียณ ทั้งที่มีอายุเพียง 56 ปี เพื่อยกตำแหน่งกรรมการผู้จัดการให้คนรุ่นหนุ่มไฟแรงอย่าง ธงชัย ล่ำซำ ลูกน้องที่ได้รับการเทรนงานจากคุณหญิงชัชนีมากว่าสิบปีขึ้นแทน ทายาททางธุรกิจของล็อกซเล่ย์ในยุคไฮ-เทคต่อจาก คุณหญิงชัชนี จึงเป็นบทบาทของธงชัย ล่ำซำ....

ล็อกซเล่ย์เป็นชื่อของบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการค้าขายซึ่งถ้าเอ่ยชื่อออกมาน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเรียกว่าขายกันตั้งแต่ไม้ตีพริกยันเครื่องบิน

สินค้าที่ล็อกซเล่ย์ทำการค้าขายอยู่นั้นมากมาย จนขนาดที่พนักงานในบริษัทเองถึงกับเอ่ยปากออกมาว่าเคยคิดจัดทำการรวบรวมไว้แล้วแต่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากมีสินค้าหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา

การทำธุรกิจในเครือล็อกซเล่ย์มีบุคคลหนึ่งที่ได้เห็นความเจริญเติบโตมาโดยตลอด และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการบริหารงานบริษัทในเครือล็อกซเล่ย์ให้ก้าวหน้าต่อมา คือ คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช

และเป็นผู้ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงจากพนักงานหลาย ๆ คนที่ทำงานด้วยว่าเป็นนักบริหารหญิงที่มิได้บริหารงานแบบผู้หญิง

ธุรกิจในเครือล็อกซเล่ย์ เริ่มกันมาตั้งแต่เมื่อ 60-70 ปีที่แล้วในตอนปลายสงครามโลก ครั้งที่ 1 นายอึ้งยุกหลง ล่ำซำ (หรือโง่ย จุ๋ยนั้ม) เจ้าของโรงสี โรงเลื่อย และผู้รับสัมปทานทำป่าไม้ในนามบริษัท ก้วงโกหลง จำกัด ได้ร่วมกับ มร. แอนดรูว์ บิตตี้ แห่ง W.R. Loxley Company ของฮ่องกง ดำเนินกิจการค้าขายด้วยกัน มีการขยายตัวไปถึงสหราชอาณาจักรและทวีปยุโรป

อึ้งยุกหลงมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศอยู่เสมอ จึงได้ส่งบุตรชายทั้งสาม อันได้แก่ โชติ, จุลินทร์ และเกษม ไปร่ำเรียนวิชาการค้า, การเงิน ที่อังกฤษ

โชติ บุตรชายคนโตของอึ้งยุกหลงได้รับช่วงงานบริหารต่อจากบิดาร่วมกับมร.วิลเลียม บิตตี้ (หลานคนโตของแอนดรูว์ บิตตี้) จนกระทั่งปี 2479 มีการปรับปรุงกิจการและจัดตั้งเป็นบริษัทชื่อ ล็อกซเล่ย์ ไรซ์ คอมพานี รับโอนกิจการค้าข้าวและอื่น ๆ ของบริษัทก้าวโกหลงกับ W.R. Loxley Company มาทั้งหมด

กิจการขยายตัวไปยังประเทศต่าง ๆ ขณะนั้นการค้ามีค้าข้าว, ไม้, แชลแล็กและพืชกสิกรรมอื่น ๆ เรือและประกันภัย

เมื่อจุลินทร์ ล่ำซำ บุตรชายคนที่สองของอึ้งยุกหลงสำเร็จการศึกษาจากอังกฤษได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทอีกคนหนึ่ง และบริษัทฯ ได้ซื้อกิจการประกันภัยหลายแห่งและเข้าไปดำเนินธุรกิจด้านนายหน้าเดินเรือด้วย

สำนักงานเดิมย้ายจากสำเพ็งไปอยู่ตึกนายเลิศ ถนนเจริญกรุง ต่อมาได้ย้ายไปอยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น พี่น้องตระกูลบิตตี้ได้เดินทางออกจากประเทศไทยก่อนหน้าที่กองทัพญี่ปุ่นจะเข้าประเทศไทยได้เพียง 1 วัน

"จำได้ว่ามีลุงคนหนึ่งชื่อลุงสุข ซึ่งตอนนี้เกษียณไปแล้ว เป็นผู้นำสองพี่น้องฝรั่งลงเรือแจว แจวจากกรุงเทพฯ ไปถึงกาญจนบุรี ส่งขึ้นบกที่กาญจนบุรีแล้วแยกกัน ส่วนสองพี่น้องฝรั่งเดินเท้าเข้าไปยังประเทศพม่า และหาทางไปจนถึงอินเดียได้ในที่สุด" คนเก่าแก่คนหนึ่งที่ได้ยินได้ฟังเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังต่อๆ ไป

ในการค้าขายกับพวกบิตตี้นั้นโดยมากสินค้าที่นำมาขายจะเป็นสินค้าของอังกฤษ ฉะนั้นเมื่อญี่ปุ่นยกพลเข้ามาได้ บริษัทฯ จึงเพียงดำเนินธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคในระยะสงครามนี้และเมื่อสะพานพระพุทธยอดฟ้าถูกโจมตีทางอากาศทุกวัน ผู้บริหารบริษัทจึงตัดสินใจย้ายที่ทำการมายังตึกธนาคารกสิกรไทยที่ถนนเสือป่า

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้ดำเนินการค้าข้าวเองเพื่อจัดส่งข้าวให้ฝ่ายพันธมิตรเป็นค่าปรับสงคราม บริษัทจึงต้องเปลี่ยนนโยบายหันมาขายสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าประเภทอื่น ๆ และตอนนี้เองบริษัทก็เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ) จำกัด และพวกบิตตี้ได้กลับเข้ามาและเอาเครื่องจักร เครื่องปั๊มน้ำ เข้ามาขาย

ในระยะเดียวกันนี้ โชติ ล่ำซำ ได้ถึงแก่กรรม แต่กิจการยังคงดำเนินต่อมาโดยการนำของจุลินทร์และเกษม ล่ำซำ รวมทั้ง มร. ซี.พี. บิตตี้ โดยมีบุตรีของโชติ ล่ำซำ ที่ชื่อชัชนี จาติกวณิช มาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแผนก

ชัชนี จาติกวณิช เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2470 บิดาชื่อโชติ ล่ำซำ มารดาชื่อ น้อม นามสกุลเดิม อึ๊งภากรณ์ เป็นพี่สาวของ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์

มีเรื่องเล่ากันว่าเดิมคุณหญิงชัชนี ใช้ชื่อรัชนี แต่ที่เปลี่ยนมาเป็นชัชนีเพราะสมัยที่ยังเป็นเด็ก คุณหญิงชัชนีเป็นคนขี้โรค ไม่สบายบ่อย ๆ พระท่านทักว่าชื่อนี้ไม่ดี ถ้าเปลี่ยนชื่อความเจ็บป่วยอาจจะหายไป นายแม่ (คุณนายน้อม) จึงเปลี่ยนชื่อให้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ

คุณหญิงชัชนีมีพี่น้องร่วมสายโลหิต ได้แก่ บัญชา ล่ำซำ ประธานธนาคารกสิกรไทยเป็นพี่ชายคนโต, ชูจิตร แต่งงานกับโฆษิต สีบุญเรือง แห่งเทพนครพาณิชย์, บรรยง แต่งงานกับภรณี (โพธิวิหค), ชนาทิพย์ แต่งงานกับโชติ จูตระกูล และยุติ แต่งงานกับโกศัลย์ (จาติกวณิช) น้องสาวเกษม จาติกวณิช อดีตประธานเชียร์วิศวะจุฬาฯ ซึ่งเป็นเพื่อนกับบัญชา ล่ำซำ อดีตประธานเชียร์คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ และเกษม จาติกวณิช ได้แต่งงานกับคุณหญิงชัชนี มีบุตรชาย 2 คน

คุณหญิงได้รับการศึกษาที่เซ็นต์โยเซฟ คอนแวนต์, มาแตร์เดอี ร่ำเรียนภาษาฝรั่งเศสทั้ง ๆ ที่บิดาอยากให้เรียนบัญชี และเมื่อเห็นว่าลูกสาวเป็นคนดื้อจึงให้ออกมาเป็นเลขาส่วนตัว และให้เรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีนที่บ้าน ทำงานเป็นเลขาให้บิดาที่ล็อกซเล่ย์ ต้องคอยติดตามบิดาไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกงและสิงคโปร์บ่อย ๆ มร.บิตตี้ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเห็นความสามารถจึงได้ส่งเสริมให้บิดามารดาส่งไปศึกษาต่อที่ Ashridge House of Citizenship, Hertjardshire England

ในช่วงที่คุณหญิงชัชนีทำงานเป็นเลขาอยู่ที่ล็อกซเล่ย์ พนักงานในขณะนั้นยังมีเพียงไม่กี่คน ทุกคนในบริษัทรู้จักเลขาของบริษัทคนนี้ดีในชื่อ คุณคิต (ชื่อเล่นของคุณหญิงชัชนี) และเป็นคนที่ใจดีต่อลูกน้องมาก

"สมัยที่คุณหญิงเป็นเลขาของบริษัทนั้น เวลาที่ลูกน้องเดือดร้อนโดยมากจะวิ่งไปหาคุณคิตแทบทั้งนั้น ไม่เคยไปขอหยิบยืมเงินของบริษัทเลย และมักจะได้รับความช่วยเหลือเสมอ ส่วนใหญ่คุณหญิงจะควักเงินส่วนตัวให้ แต่เป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาโกหก ถ้าเกิดจับได้ว่าโกหก เป็นที่แน่นอนว่าคนนั้นจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออีกต่อไป พวกคนงานเขารู้นิสัยข้อนี้ดี" ลูกหนี้เก่าแก่ของคุณหญิงย้อนอดีตให้ฟัง

ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาจากการเป็นเลขาของบริษัทฯ มากว่า 20 ปี จนกระทั่งจุลินทร์และเกษมเสียชีวิตล่วงเลยมาจนถึงเดือน เม.ย. 2518 มร. ซี.พี. บิตตี้ ลาเกษียณอายุไป คุณหญิงชัชนีได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารล็อกซเล่ย์เต็มตัว โดยมีพี่ชายคนโตคือบัญชาเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ

เมื่อรับงานแล้วสิ่งหนึ่งที่คุณหญิงชัชนีเริ่มทำ คือปลดและเลิกจ้างชาวต่างชาติหมด และเอาคนไทยเข้ามาแทนทุกตำแหน่ง

"คนไทยที่จบมามีฝีมือก็มีแล้ว แล้วเราก็ช่วยคนไทยด้วย ช่วยลดทุนของบริษัทไปด้วย มีค่าอะไรจิปาถะ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง เอาภรรยาเข้ามาด้วย และเงินเดือนสูงกว่าอัตราปกติ คนอื่น ๆ เราเอาเงินพวกนั้นมาจ้างคนไทยได้มากขึ้น" จากคำสัมภาษณ์คุณหญิงชัชนีในครั้งหนึ่ง

การปรับตัวของล็อกซเล่ย์ให้เข้ากับสถานการณ์ของตลาดดูเป็นความฉลาดของผู้บริหารอย่างมากในการที่เป็นผู้มองเห็นการณ์ไกล

"เมื่อก่อนอิมพอร์ตเครื่องยนต์ของอังกฤษเข้ามา แต่ตอนหลังตลาดเปลี่ยนไป ญี่ปุ่นบุกเข้ามามาก เราต้องยอมรับว่าเส้นทางเดินเรือไกลกว่าและค่าขนส่งสูงกว่า ญี่ปุ่นเขาดั๊มป์ราคามากและให้เงินผ่อน ส่วนของอังกฤษเป็นของดีแต่ราคาแพง ค่าของเงินก็แข็งเวลาที่เราซื้อเราต้องซื้อในราคาที่สูง เมื่อดูแล้วแนวโน้มตลาดในระยะหลัง ๆ เป็นของสินค้าญี่ปุ่น เพราะมีการปรับปรุงใหม่ ๆ" พนักงานขายคนหนึ่งของล็อกซเล่ย์ให้ข้อสังเกต

การค้าขายที่ติดต่อกับสินค้าฝรั่งอย่างเดียวเริ่มเปลี่ยนมาคบค้ากับประเทศในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่น เป็นต้น และจากเทรดดิ้ง เฟิร์มธรรมดา กลายเป็นมาเน้นสินค้าจำพวกไฮ เทคโนโลยี

"ไฮ เทคโนโลยี เป็นของจำเป็น ประเทศไทยต้องไปทางนั้น เพราะเราเริ่มอินดัสเตรียลไลซ์ และเป็นของที่ต้องมีคนมีทุนทำ มีช่องทางที่จะส่งคนไปเทรนได้ หาประสบการณ์ใหม่ ๆ ความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาทรานส์เฟอร์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ สำหรับของที่ไม่ใช่ไฮเทคโนโลยี ใคร ๆ ก็เอาเข้ามาได้" จากบทสัมภาษณ์คุณหญิงครั้งเดียวกัน

ธุรกิจในเครือล็อกซเล่ย์ทั้งหมดมีอยู่ 2 บริษัทที่คุณหญิงดำรงตำแหน่งประธาน และกรรมการผู้จัดการคือ บริษัทล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ) จำกัด และบริษัทล็อกซเล่ย์เทรดดิ้ง จำกัด

บริษัทล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ) จำกัด ถือได้ว่าเป็นบริษัทแม่ เมื่อดูแผนผังองค์กรภายในของบริษัทในปัจจุบันตำแหน่งของคุณหญิงชัชนีเป็นประธาน เดิมคุณหญิงชัชนีดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่เมื่อปี 26 ได้ลาเกษียณไปนั่งแท่นประธานเครือบริษัทล็อกซเล่ย์

ว่ากันว่าในการบริหารงานนั้น คุณหญิงชัชนีเปรียบเหมือนพ่อบ้าน มีสุนทร ชูพันธ์ เป็นแม่บ้าน และเมื่อสุนทรเกษียณไปอยู่แคนาดา สืบตระกูล สุนทรธรรม คือแม่บ้านของบริษัทคนต่อมา

ฝ่ายโครงการพิเศษ ไม่มีสินค้าแต่เป็นอะไรก็ได้ที่เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อมองเห็นว่าโครงการนี้ล็อกซเล่ย์พอจะเข้าไปได้ ซึ่งล็อกซเล่ย์ค่อนข้างจะจับไปในแนวไฮ-เทคฯ มีอยู่ 2 โครงการ คือ หนึ่ง เป็นเครื่องบิน สอง เป็นรัฐวิสาหกิจ อาทิ โครงการทางด่วนพิเศษ, สถานีวิทยุหรือสัญญาณรถไฟ ที่จะเปลี่ยนใหม่ รวมทั้งรถถังหรือเครื่องบิน หรืออาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องมือ บทบาทของล็อกซเล่ย์คือที่ปรึกษาในการขาย ความที่ล็อกซเล่ย์เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้สืบตระกูลเป็นผู้มีส่วนแบ็กอัพมากในเรื่องการเจรจากู้เงิน เพราะมีชื่อเสียงดีจึงได้เป็นที่ปรึกษาของงานหลายงาน แต่ล็อกซเล่ย์จะเข้าไปในหน้าที่ที่ปรึกษาจะไม่ขายเอง

ในส่วนของโครงการพิเศษนี้จะเป็นรัฐบาลมากกว่า แต่ถ้าเป็นของเอกชนจะได้กำไรมากกว่า งานของล็อกซเล่ย์จะเข้าไปประมูลสู้ด้วยเพื่อหวังผลภายหน้า อย่างเช่นการขายอะไหล่ได้นั่นเอง

ธงชัย ล่ำซำ (บุตรของจุลินทร์ ล่ำซำ กับภรรยาที่ชื่อพรรณี สุวรรณสุข) คือคนที่นั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการต่อจากคุณหญิงชัชนีที่ลาเกษียณไป

กรรมการบริหารของล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ) มีอยู่ 5 คน ได้แก่

สืบตระกูล สุนทรธรรม คุมด้านธุรการและบัญชี

ดิลก หิรัณยัษฐิติ คุมฝ่ายสินค้ายุทโธปกรณ์

สุจินต์ สุวรรณชีพ มีชื่อว่าเป็นผู้ที่เก่งมากด้านอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรม ขายสินค้าประเภทไฮเทค อย่างโครงการพิเศษ เครื่องจักรอุตสาหกรรม พลังงานเทคโนโลยีอย่างเครื่องทำความร้อนด้วยแสงอาทิตย์ เครื่องควบคุมพลังไฟเพื่อควบคุมกระแสไฟฟ้าเพื่อความประหยัด ทีมติดตั้งส่วนสมองที่พัฒนาสินค้าและติดตั้งดูแลรักษา

ภาณุ ภาณุประภา มีความถนัดด้านตลาดอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คุมกลุ่มลิฟต์และวิศวกรรม วัสดุก่อสร้างและเคมีภัณฑ์ โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนที่ขายดีที่สุดของบริษัท อันแยกได้อีกเป็นเท็กซไทล์ และนอนเท็กซไทล์

ภุชพงศ์ พิศาลบุตร คุมฝ่ายออฟฟิศออโตเมชัน มีคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงานซึ่งประกอบด้วยเครื่องพิมพ์ดีด เครื่องคิดเลข เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องโทรสาร ไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งมียี่ห้อที่ทำชื่อเสียงมากคือโอลิเวตตี้

ส่วนที่แตกแยกออกมาคือชิปปิ้งซึ่งเป็นตัวแทนสายการเดินเรือของยูโกสลาฟที่มีคนรู้จักกันไม่กี่คนเพราะสายนี้มีคนเก่าทำไม่กี่คน

การมีสายการเดินเรือเป็นของตนเองทำให้สะดวกต่อการส่งออกของบริษัทมาก

ในส่วนที่เป็นสปอร์ตแวร์แอนด์ชูส์นั้น ล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ) เป็นผู้ขาย แต่ผู้ผลิตคือบริษัทในเครือที่ชื่อบริษัทล็อกซเล่ย์อุตสาหกรรมรองเท้า

บริษัทล็อกซเล่ย์อุตสาหกรรมรองเท้าเป็นบริษัทในเครือล็อกซเล่ย์ ที่ตั้งขึ้นมาเป็นบริษัทล่าสุด

มีเรื่องเล่าสนุก ๆ กันระหว่างเจ้าหน้าที่ที่รู้เรื่องดีว่าบริษัทล็อกซเล่ย์อุตสาหกรรมรองเท้าตั้งขึ้นมาโดยความตั้งใจว่าจะส่งออก 80% และขายในประเทศ 20% แต่เมื่อผลิตออกมาแล้วปรากฏว่าต้องนำมาขายในประเทศทั้งหมด เรื่องของเรื่องคือว่าเมื่อตอนที่ชักชวนไต้หวันมาร่วมมือกันนั้น ไต้หวันว่าจะช่วยเหลือด้านโนว์ฮาวและเครื่องจักร ฝ่ายไทยก็เริ่มผลิต แต่เมื่อผลิตออกมาแล้วปรากฏว่าหาตลาดไม่ได้เพราะไต้หวันไม่ได้บอกไว้ว่าจะหาตลาดด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยผะอืดผะอมเพราะผลิตออกมาแล้วถ้าไม่รีบขาย แบบรองเท้าที่ออกมาจะล้าสมัย จึงจำเป็นต้องนำออกมาขายในประเทศ แต่เมื่อปีที่แล้วก็มีสหรัฐฯ เป็นเจ้าแรกที่สั่งเข้ามา ออร์เดอร์หนึ่งล็อตพอกล้อมแกล้มไปได้

รองเท้าที่ผลิตออกมาขายนี้มียี่ห้อว่าแอคทีฟ สัญลักษณ์คนวิ่ง มีเรื่องสนุกเบื้องหลังยี่ห้อนี้อีกเช่นกัน เดิมรองเท้าที่ผลิตนี้ จะใช้ชื่อว่าพูม่าตราเสือกระโจน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ติดขัดที่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ชื่อของเขาเป็นจำนวนเงินมาก ประกอบกับเหตุผลที่คุณหญิงชัชนีเป็นผู้นิยมไทยจึงไม่ง้อฝรั่ง ตั้งขึ้นมาเองกะให้ดังด้วยชื่อนี้แหละและไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย และเมื่อมีออร์เดอร์ล็อตแรกจากสหรัฐฯ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของล็อกซเล่ย์จะต้องไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ยี่ห้อคนวิ่งของไทยไว้ที่อเมริกา เป็นการกันไว้ก่อนจะถูกใครมาเลียนแบบ (เมื่อถึงตอนที่ชื่อมันดังขึ้นมา) ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ไปจดไว้ที่อเมริกานี้ถ้าคนที่ไม่อยู่ใกล้ชิดคุณหญิงจะไม่รู้เรื่องนี้ นั่นคือคุณหญิงชัชนีชอบรูปปั้นนกฮูกมาก ทำไมถึงชอบนั้นเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ "ผู้จัดการ" จะไปสืบทราบมาได้อีกและไม่ต้องสงสัยเลยเมื่อทราบว่าทะเบียนเครื่องหมายการค้ารองเท้าที่คุณหญิงให้ไปจดที่อเมริกานั้นคือหัวนกฮูก ใต้หัวนกฮูกเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า CAVANI

บริษัทที่สำคัญอีกแห่งในเครือล็อกซเล่ย์ซึ่งคุณหญิงชัชนีไปนั่งบริหารงานในตำแหน่งประธานกรรมการคือบริษัทล็อกซเล่ย์เทรดดิ้ง

ล็อกซเล่ย์เทรดดิ้งจะขายสินค้าด้านอุปโภคบริโภค ที่ทำงานอยู่ที่ตึกกุ๊กอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันกุ๊ก, นมหนองโพ, ซอสหอยนางรม, น้ำผลไม้จอยส์, แป้งชุบทองและน้ำจิ้มโกกิ, ชาขิงตรางอบ, น้ำพริกศรีราชา, น้ำปลาตราตาชั่ง, กะปิตราเงือกน้อย, สับปะรดกระป๋อง, แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้าตราโม่, วุ้นเส้นฮวดใช้ และกะทิคั้นสำเร็จตราสมุย ในบรรดาสินค้าที่กล่าวชื่อมาทั้งหมดนี้ มีน้ำมันพืชกุ๊กที่ผลิตโดยบริษัทในเครือล็อกซเล่ย์คือธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช ซึ่งมีโรงงานใหญ่ที่สุดในเอเชียอยู่ที่พระประแดง

ในล็อกซเล่ย์เทรดดิ้งนี้มีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง ที่ทำให้คุณหญิงชัชนีเสียความรู้สึกมากคือ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งล็อกซเล่ย์เทรดดิ้งเปิดตัวออกไปและทำท่าว่าดีเพราะคนรู้จักน้ำมันกุ๊กกันมาก แบรนด์นี้ออกไปได้ดีเมื่อทำไปได้ประมาณ 3-4 ปี มีการตรวจเช็กและผลปรากฏว่ามีการโกงขึ้น ผู้ที่โกงมิใช่ใครหากแต่เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีตำแหน่งใหญ่มากในบริษัท และเป็นคนที่คุณหญิงชัชนีรักและไว้ใจมากเพราะเป็นคนเก่งปล่อยให้รับผิดชอบไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พนักงานหลาย ๆ คนที่เคยได้ทำงานกับคุณหญิงชัชนีมาก่อนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณหญิงชัชนีเป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา ไม่จุกจิกจู้จี้ และรักลูกน้องรวมทั้งเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขัน แต่เมื่อพบลูกน้องทรยศอย่างที่มีพนักงานเก่าของล็อกซเล่ย์บอกไว้แต่ต้นแล้วว่าคุณหญิงชัชนีไม่ชอบคนโกหก เรื่องที่เกิดขึ้นนี้จึงเป็นเรื่องที่ทำให้ขันไม่ออก และเมื่อคุณหญิงไปพูดที่ไหนก็ตามจะยังฝังใจในเรื่องนี้และมักจะพูดเรื่องการยักยอกไว้เสมอ

"จำได้ว่าตอนนั้นคุณหญิงพูดออกมาว่า คนที่โกงเขาไม่ได้โกงบริษัท แต่เขาโกงผู้ร่วมงานของเขาเอง โกงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะนำไปเป็นการขึ้นเงินเดือนหรือเป็นโบนัสเป็นอะไรที่เป็นผลประโยชน์ของผู้ร่วมงาน แต่เขากลับโกงผู้ร่วมงาน เราถูกโกงเราจะต้องทำกำไรอีกมากสักเท่าไหร่จึงจะคืนส่วนที่ถูกโกงไป" เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมงานรู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

คุณหญิงชัชนีเคยได้พูดในเรื่องบริวารไว้ตอนหนึ่งว่า "คนที่อยู่ในวงการค้าเดียวกันมองดิฉันหลายคน แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่เขาบอกว่าดิฉันมีบุญนะมีบริวารเยอะดี ดิฉันบอกว่ายอมรับว่ามีบริวารดี ๆ เยอะ แต่ก็มีมากไม่พอ ไม่พอกับธุรกิจที่เรามี ดิฉันยอมรับว่าหลายคนดี ดีมาก ๆ ในส่วนของเขาแต่ถ้าปล่อยให้เขาสองคนพูดกัน มันไม่ค่อยจะมีผลดีจนกว่าจะมีตัวดิฉันหรือใครที่เขายอมรับนั่งตรงกลาง.."

"..ดิฉันเป็นเชื่อเรื่องความสามารถของคนหนุ่มสาว เพียงแต่ดิฉันยังอยู่ให้เป็น...คล้าย ๆ กับมีเบรกนิดหน่อย จากประสบการณ์ที่ผ่าน ๆ มาเอาสองอันมาประสมประสานกัน"

ด้วยความคิดเช่นนี้เอง คุณหญิงเลือกเกษียณอายุไปเมื่อปี 2526 นั่นคือเมื่อคุณหญิงอายุเพียง 56 ปี ด้วยเหตุผลที่เคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า "ดิฉันเทรนคนขึ้นมาพอแล้วคือคุณธงชัย ล่ำซำเขาได้รับการเทรนจากดิฉันมาสิบกว่าปี เขาเป็นคนที่มีความสามารถสูงมาก อยู่ในวัยฉกรรจ์ที่จะออกไปทำงานเกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีพวกนั้นได้ดีกว่า"

ธงชัย ล่ำซำ จึงกลายมาเป็นทายาทธุรกิจคนล่าสุดของล็อกซเล่ย์ และมิใช่ใครอื่นไกลที่ไหน แต่เป็นลูกผู้น้องที่เกิดจากอาของคุณหญิงชัชนีเอง (จุลินทร์ ล่ำซำ)

ส่วนคุณหญิงเองยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานเครือบริษัทล็อกซเล่ย์เดือนเว้นเดือนจะมีการประชุมบอร์ดใหญ่ คุณหญิงจะมานั่งประชุมด้วย และใช้เวลาว่างเล่นกีฬาเทนนิสที่โปรดปรานหรือกอล์ฟกับเกษม จาติกวณิช ผู้สามี และหนึ่งวันในแต่ละอาทิตย์เพื่อร่วมทานข้าวกับนายแม่ หรือเข้าร่วมกับกิจกรรมที่เป็นกรรมการอยู่ อาทิ มูลนิธิแม่บ้านอาสา, มูลนิธิธารน้ำใจ, มูลนิธิวิภาวดีรังสิต, มูลนิธิจอห์นเอฟเคเนดี้ และเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และเหตุหนึ่งที่มักจะไม่เห็นคุณหญิงชัชนีปรากฏตัวในงานสังคม นั้นคงจะเป็นเพราะคำพูดของผู้หญิงนักบริหารคนนี้เองว่า "ฉันว่าคนที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต้องประสบผลสำเร็จในครอบครัวด้วยจึงจะถือว่าประสบผลสำเร็จ"

ฉะนั้นจึงเป็นอันเชื่อแน่ได้ว่างานสังคมที่นอกเหนือจากการงานย่อมจะไม่มีวันมาแย่งเวลาในครอบครัวของผู้หญิงนักบริหารที่ชื่อชัชนี จาติกวณิชไปได้เลย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย