Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา มกราคม 2555
ประเทศไทย 2012             
 


   
search resources

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
Investment




ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าการปรับเปลี่ยนมาตรการจูงใจการการลงทุนในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการจัดสรรระบบภาษี ซึ่งการลดสิทธิประโยชน์ด้านการจัดเก็บภาษี (distortive tax) ให้มีการสอดคล้องกับการลดอัตราภาษี “รายได้ทางธุรกิจ” จะสะท้อนให้เห็นถึงหลักการภาษีในการลดอัตราภาษีและเป็นการขยายฐานนักลงทุน

“สิทธิประโยชน์ทางภาษีนโยบายใหม่จะช่วยให้ประเทศไทยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) และช่วยส่งเสริมศักยภาพของประเทศในการดึงดูด การลงทุนให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการเตรียมพร้อมครั้งนี้ที่จะมุ่งเน้นในเรื่องการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% ในปี 2012 และเป็น 20% ในปี 2013 โดยรัฐบาลยังวางแผนที่จะจัดตั้งกองทุนสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจในมหาวิทยาลัยและส่งเสริมโครงสร้าง พื้นฐานทางกายภาพ เช่น ระบบขนส่งมวลชน และระบบชลประทาน”

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ดังกล่าวปรากฏอยู่ในรายงาน “ประเทศไทยปี 2012”

ซึ่งจัดพิมพ์โดยบริษัทอ๊อกฟอร์ดบิสสิเนส กรุ๊ป หรือโอบีจี ซึ่งเป็นบริษัทจัดพิมพ์รายงานการวิจัย และให้คำปรึกษาแก่นานาประเทศทั่วโลก โดยรายงานล่าสุดของโอบีจี ซึ่งเป็นคู่มือเกี่ยวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ และโอกาสในการลงทุน จัดทำร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นำเสนอรายละเอียดเป็นหมวดหมู่ให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ ประกอบกับบทสัมภาษณ์ของผู้นำที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง เศรษฐกิจและธุรกิจ รวมถึงบทสัมภาษณ์ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีบทวิเคราะห์สำคัญ เกี่ยวกับความพยายามในการฟื้นฟูประเทศไทยหลังวิกฤตการณ์น้ำท่วม

“สถาบันการเงินของรัฐหลายแห่งมีความคาบเกี่ยวโดยมีรูปแบบคล้ายธนาคารพาณิชย์มากขึ้นทุกที และพยายามที่จะให้บริการทางตลาด ซึ่งคลาดเคลื่อนไปจากกลุ่มเป้าหมายที่สถาบันตั้งไว้ ซึ่งผมอยากจะยั้งความคลาดเคลื่อนครั้งนี้ไว้ก่อน และอยาก ให้สถาบันการเงินของรัฐนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (Financial Reporting Standards: IFRS) และนำผู้สอบบัญชีภายนอกที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเพื่อจัดทำบัญชี (Security and Exchange Commission: SEC) เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย”

ในปี 2012 ค่าประกันเงินฝากธนาคารได้ถูกกำหนดขึ้นใหม่ และจะทำให้ผู้ฝากได้รับเงินประกันลดลง ซึ่งคาดว่าการกระทำเช่นนี้จะมีผลผลักดันให้ผู้ฝากอาจได้รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และผู้ฝากต้องพิจารณาถี่ถ้วนขึ้นเมื่อเงินประกันลดลง

รายงานที่จะเกิดขึ้นของโอบีจีเตรียมพร้อมและทำการวิจัย ในประเทศมากกว่าเก้าเดือน โดยทีมงานของนักวิเคราะห์จากโอบีจี รายงานฉบับนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เป็นแนวทางที่สำคัญในหลายแง่มุมของประเทศ รวมทั้งเศรษฐกิจมหภาค โครงสร้างพื้นฐาน การธนาคารและการ พัฒนาภาคการผลิต นอกจากนี้ยังนำเสนอรายละเอียดเป็นหมวด หมู่ให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ ประกอบกับบทสัมภาษณ์ของผู้นำที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง เศรษฐกิจ และธุรกิจ โดยรายงานฉบับนี้มีทั้งรูปแบบตีพิมพ์และออนไลน์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย