Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์3 กุมภาพันธ์ 2555
รุมชิงตลาดคอมพ์ เอชพี-เอซุส เดิมพันเบอร์ 2             
 


   
search resources

ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย), บจก.
Computer
อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย, บจก.




ตลาดคอมพิวเตอร์เมืองไทยปัจจุบันนี้ต้องยกให้กับค่าย “เอเซอร์” ที่ยึดบัลลังก์เบอร์หนึ่งของตลาดได้ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่กับพื้นที่อันดับรองๆ ลงไป คือพื้นที่สมรภูมิที่เบียดแข่งกันแบบหายใจรดต้นคออย่างมาก ไล่ตั้งแต่อันดับ 2-5 พร้อมที่จะเปลี่ยนมือตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม วันนี้ “เอซุส” อีกหนึ่งค่ายใหญ่จากไต้หวัน ประกาศว่าสามารถยึดอันดับสองในตลาดคอนซูเมอร์จากเอชพีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการเบียดแย่งอันดับสองในตลาดคอมเมอร์เชียลจากเอชพีให้ได้ นั่นหมายความว่าจะส่งให้เอซุสยึดเบอร์สองตลาดคอมพิวเตอร์เมืองไทยแบบเบ็ดเสร็จ

แรงกระเพื่อมของการแข่งขันระหว่างเอซุสและเอชพี ส่งผลให้ปีนี้สมรภูมิคอมเมอร์เชียลดูจะมีสีสันและคึกคักตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากมีเม็ดเงินจากภาครัฐ องค์กร และเอสเอ็มบีเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดให้ขยับขึ้นไปอีก ส่งผลให้ทุกแบรนด์ต่างมีความเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อตลาดและการแข่งขันมากขึ้น

ทำตลาดแบบโทเทิลโซลูชั่น

ค่าย “เอชพี” แม้จะเพลี่ยงพล้ำสูญความเป็นเบอร์ 2 ในตลาดโน้ตบุ๊กคอนซูเมอร์ให้คู่แข่งไปหมาดๆ ทว่าในตลาดคอมเมอร์เชียล ยังคงครองความแข็งแกร่ง จึงต้องป้องบัลลังก์นี้ไว้ให้มั่น โดยล่าสุด ออกโรงควงแขนพันธมิตร “อินเทล” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รุ่น ควบคู่กับการเดินหน้าเพิ่มแวลู และทำตลาดแบบโทเทิลโซลูชั่น

ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีแห่งโอกาสของตลาดคอมเมอร์เชียล เพราะนอกจากเม็ดเงินจากหน่วยงานภาครัฐเดิมแล้ว มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นยังช่วยผลักดันตลาดนี้ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มบี) เนื่องจากมีความต้องการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ

จากข้อมูลของไอดีซี ประเมินภาพรวมการลงทุนไอทีขององค์กรธุรกิจยังมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเม็ดเงินกว่า 50% มาจากกลุ่มเอสเอ็มบี ตามด้วยองค์กรขนาดใหญ่ ภาครัฐ และภาคการศึกษา 

นั่นทำให้เอชพีมองเห็นโอกาส และได้ผนึกอินเทล เดินสายแนะนำผลิตภัณฑ์ 3 รุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “Smart Business Solution” ได้แก่ HP Pro 3330, HP Pro 3335 และ HP Pro 3340 Business PCs เพื่อเจาะลูกค้าทั้ง 4 กลุ่ม

คอมพิวเตอร์ HP Pro 3330 ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน นวัตกรรมวัสดุผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการนำกลับมารีไซเคิล โดยคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรดีไซน์ใหม่เหล่านี้ ใช้พื้นที่ในการจัดวางอย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในออฟฟิศได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อ และรองรับการต่อขยายในอนาคต

ขณะที่ HP Pro 3340 Business PCs สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ไอทีสำคัญๆ ในสำนักงานได้อย่างลงตัว ช่วยลดภาระการบริหารจัดการด้านไอทีที่ยุ่งยาก สามารถปรับตั้งค่าให้รองรับทุกความต้องการในการใช้งาน ตั้งแต่ออปชั่นหน่วยความจำในตัวเครื่อง ไปจนถึงเทคโนโลยีหน่วยประมวลผล และกราฟิกการ์ด เพิ่มหน่วยความจำในตัวเครื่องได้สูงสุดถึง 16 GB

มอนตี้ หว่อง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า การทำตลาดคอมเมอร์เชียลของเอชพีปีนี้ ยังมุ่งโฟกัสซอฟต์แวร์ หรืออินฟอร์เมชั่นมากขึ้น เพื่อเสริมจากจุดแข็งเดิมของเอชพีที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และที่สำคัญตอบโจทย์การให้บริการแบบครบวงจร (Total Solution) ยิ่งขึ้น 

ไม่ว่าจะเป็น โซลูชั่น HP Client Automation ที่ช่วยจัดการคอมพิวเตอร์ให้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมช่วยลดค่าใช้จ่ายในเวลาเดียวกัน, โซลูชั่น HP Virtual Room รองรับการประชุม และการพรีเซนต์งานผ่านระบบทางไกลในแบบเรียลไทม์ รวมถึงโซลูชั่นจอแสดงผลแบบครบไลน์

เอซุสเดินเกมต่อทันที

ขณะที่ผู้ท้าชิงอย่างค่ายเอซุสก็มาแรงแบบฉุดไม่อยู่เช่นกัน หลังประสบความสำเร็จในการโค่นเบอร์ 2 ในตลาดโน้ตบุ๊กคอนซูเมอร์ ก็เปิดเกมรุกตลาดคอมเมอร์เชียลต่อทันที พรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ปัจจุบันตลาดคอมเมอร์เชียลมีสัดส่วน 18% ของตลาดรวมคอมพิวเตอร์ 4 ล้านเครื่อง ซึ่งหลังจากเริ่มบุกตลาดเป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา อัสซุสมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 5% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ปีนี้จึงต้องการปั๊มส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 10%

แนวทางบุกตลาดคอมเมอร์เชียลของเอซุส จะเน้นเข้าหาดีลเลอร์ที่มีความชำนาญเพื่อทำตลาดร่วมกัน ควบคู่กับการเดินหน้าเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ในกลุ่มคอมพิวเตอร์พีซี ล่าสุดส่ง All in One PC ขนาด 27 นิ้ว มาพร้อมหน้าจอทัชสกรีนเจาะตลาด

ไอดีซีคาดองค์กรใหญ่ยังลงทุน

คลื่นความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่มาผนวกรวมเข้ากับมหาอุทกภัย ส่งผลกระทบใหญ่ต่ออำนาจการซื้อและการลงทุนในประเทศไทย นั่นทำให้ผู้ขายสินค้าและบริการด้านไอที ต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น ในการรักษาระดับการเติบโตของรายได้ภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายในอุตสาหกรรมไอซีทีปี 2555

อย่างไรก็ตาม ไอดีซียังคงเชื่อว่าระดับการลงทุนขององค์กรใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะทำให้ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังพลิกกลับมาสดใสอีกครั้ง

อรรถพล สาธิตคณิตกุล Research Manager for Cross products & Consulting, IDC Asia/Pacific บอกว่า ไอดีซีคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายและการลงทุนด้านไอทีจะได้รับแรงหนุนจากการผสมผสานกันของเทคโนโลยีและรูปแบบการประกอบธุรกิจใหม่ๆ ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากที่จะรักษาระดับการขยายตัวของตลาดไอซีที แต่ก็มีเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่จะกลายเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นตลาดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ smart-devices consumerization และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ cloud-computing ซึ่งตัวเลขการคาดการณ์ล่าสุดของไอดีซีแสดงให้เห็นว่าตลาดไอซีทีของไทยน่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 10.4% โดยมีมูลค่าตลาด 1.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555

ไอดีซีใช้ข้อมูลที่ได้จากงานศึกษาวิจัยล่าสุด ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการระดมสมองของนักวิเคราะห์ทั้งที่ประจำประเทศไทยและประจำภูมิภาค มาจัดทำเป็นงานวิจัยเรื่องการคาดการณ์ถึงแนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลกระทบมากที่สุดต่อทิศทางของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทย

ทั้งนี้ หนึ่งในแนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อไอซีทีไทย คือการใช้จ่ายยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในอุตสาหกรรมไอซีทีของไทย แม้ว่าสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยจะยังไม่สดใสนัก แต่ไอดีซีเชื่อว่าในปี 2555 การใช้จ่ายจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วนของไอซีที ไม่ว่าจะเป็นตลาดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การบริการด้านไอทีหรือการบริการด้านโทรคมนาคม โดยจะเป็นอีกปีที่การเติบโตหลักมาจากฝั่งฮาร์ดแวร์

ในมุมมองของไอดีซี ยังมีการระบุว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากกล่าวถึงพีซี เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอันดับแรกคือโน้ตบุ๊กและเดสก์ทอป แต่ในปัจจุบันกระแสของสมาร์ตดีไวซ์ อย่างสมาร์ตโฟนและมีเดียแท็บเลต กำลังทะยานก้าวข้ามกระแสเดิมของโน้ตบุ๊กและเดสก์ทอป ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของพีซี

ไอดีซีเชื่อว่าทั้งผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ยังคงมีความต้องการใช้โน้ตบุ๊กและเดสก์ทอป อยู่ แต่ในปี 2555 จะเป็นครั้งแรกที่ยอดจัดส่งของสมาร์ตดีไวซ์ (ทั้งหมด 6.7 ล้านเครื่อง) มีจำนวนสูงกว่ายอดจัดส่งของโน้ตบุ๊กและเดสก์ทอป (ทั้งหมด 4.1 ล้านเครื่อง) 

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย