Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์9 กุมภาพันธ์ 2555
เซ็นทรัลทุ่ม3หมื่นล.สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่             
 


   
search resources

เซ็นทรัลกรุ๊ป
Retail




กางแผนกลุ่มเซ็นทรัลเขียนประวัติศาสตร์ในปี 2555 ด้วยเป้ายอดขายเฉียด 2 แสนล้านบาท เติบโตสูงสุดถึง 35% ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาทสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ยิ่งใหญ่ขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เตรียมลงทุนในอินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า เดินหน้าผนึกพันธมิตร เน้นการควบรวมกิจการ เพิ่มมูลค่าทั้งแบรนด์เก่าและแบรนด์ใหม่ ขยายสาขาทั้งห้างใหม่และโรงแรม พร้อมพัฒนาช่องทางธุรกิจใหม่ มั่นใจธุรกิจพร้อมรับศึกการค้าเสรีระดับโลกไม่ใช่เฉพาะแค่เออีซีที่กำลังจะมาถึง

กลุ่มเซ็นทรัลที่นำโดย สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริหาร CMB (CEO Management Board) ได้วางยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลในปี 2555 ให้เป็นปีที่ท้าทายที่สุดภายใต้ “Our Challenge 2012” ที่กลุ่มเซ็นทรัลจะปรับวิกฤตให้เป็นโอกาสและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและมั่นคงยิ่งขึ้น

“5 ปีที่ผ่านมาเราใช้เวลาสร้างองค์ประกอบทางธุรกิจให้พร้อมที่สุด ปีนี้จึงถือเป็นปีแห่งความท้าทายของทุกกลุ่มธุรกิจที่จะต้องผลักดันให้กลุ่มเซ็นทรัลมีการเติบโตสูงสุดถึง 35%”

การเติบโตถึง 35% เป็นสิ่งที่คณะกรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัลได้ร่วมกันวางยุทธศาสตร์ที่จะพาทุกกลุ่มธุรกิจให้เติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยการทุ่มเม็ดเงินลงทุนถึง 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในปี 2555

การกำหนดตัวเลขการเติบโตดังกล่าว ส่งผลให้ในปีนี้กลุ่มเซ็นทรัลต้องทำรายได้สูงถึง 188,000 ล้านบาท จากยอดรายได้รวม 139,600 ล้านบาทในปี 2554

“เรากำลังจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกลุ่มเซ็นทรัลด้วยการทำรายได้เฉียดสองแสนล้านบาท”

กลุ่มเซ็นทรัลได้กำหนดนโยบายในการทำธุรกิจปี 2555 จะมุ่งสานต่อกลยุทธ์ “ดำเนินการฟื้นฟูปรับปรุง แสวงหาพันธมิตร การควบรวมกิจการ เพิ่มมูลค่า ขยายสาขา พัฒนาช่องทางใหม่ ก้าวไปสู่อินเตอร์ และรับผิดชอบต่อสังคม” นอกจากนี้ยังมีการให้ความสำคัญกับเรื่องการบริหารความเสี่ยงที่เข้มข้นอยู่แล้วให้เข้มข้นขึ้นไปอีก เพื่อเตรียมพร้อมรับกับวิกฤตด้านต่างๆ เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มเซ็นทรัลก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างกรณีน้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี 2554 ก็ทำให้ยอดขายของกลุ่มเซ็นทรัลหายไปถึง 7,000 ล้านบาท กำไรหายไปทันที 1,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมมูลค่าความเสียหายในทรัพย์สินอีกหลายร้อยล้านบาทด้วย

สุทธิธรรม ย้ำว่ากลุ่มเซ็นทรัลยังคงยึดแนวทางในการเติบโตทางด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการควบรวมกิจการ หรือ M&A(Mergers&Acquisitions) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ส่งผลให้กลุ่มเซ็นทรัลประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา และสร้างปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ให้วงการค้าปลีก ด้วยการลงทุนกว่า 11,000 ล้านบาท ซื้อกิจการของห้างสัญชาติอิตาลี la Rinascente ซึ่งเป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี และกลุ่มธุรกิจอาหารได้ขยายพอร์ตธุรกิจด้วยการซื้อกิจการร้านอาหารญี่ปุ่น Ootoya ด้วยเงินลงทุนกว่า 720 ล้านบาท

กลุ่มเซ็นทรัลยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างให้พอร์ตโฟลิโอของกลุ่มเซ็นทรัลยิ่งใหญ่ขึ้น และเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ โดยในกลุ่มธุรกิจโรงแรมนั้นยังคงเน้นการขยายธุรกิจเซนทาราผ่านการรับจ้างบริหารตามกลยุทธ์ Asset-Light Strategy หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในปี 2554 ซึ่งได้เซ็นสัญญาดำเนินการกับโรงแรมต่างๆ 23 แห่ง และเปิดบริการในปีที่ผ่านมา 4 แห่ง เป็นโรงแรมในประเทศ 3 แห่งและต่างประเทศไทยอีก 1 แห่ง ส่วนการลงทุนสร้างโรงแรมเองนั้น กลุ่มเซ็นทรัลเล็งจะเปิดโรงแรมแห่งที่สองในมัลดีฟส์

และในปี 2555 กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โครงการเซ็นทรัลเอ็มพาสซี่ คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 เปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสันประมาณ 5 สาขาต่อปี โดยในปีนี้จะเปิดสาขาที่สุพรรณบุรี บางแค เมกะบางนา สุราษฎร์ธานี และลำปาง พร้อมขยายสาขาท็อปเดลี่และกลุ่ม Specialty Store รวมมากกว่า 200 สาขา ขยายศูนย์การค้าและธุรกิจภายใต้การบริหารของซีพีเอ็นประมาณ 3 ศูนย์การค้าต่อปี และการเปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน หลังจากเปิดห้างเซนและเซ็นทรัลในจีนเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว

นอกจากนี้จะมีการขยายสาขาในแบรนด์ใหม่ๆ ในกลุ่มธุรกิจอาหาร ได้แก่ Ootoya, Yoshinoya, Chabuton และ The Terrace มีการเพิ่มสาขาของเคเอฟซี มิสเตอร์โดนัท Auntie Anne's รวมถึงการปรับภาพลักษณ์สาขาต่างๆ ของทุกแบรนด์เพื่อให้ดูทันสมัยอยู่เสมอ

“เราจะมีการเซ็นสัญญากับแบรนด์ใหม่อีกมากในปีนี้ น่าจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตให้กับกลุ่มเซ็นทรัล”

สุทธิธรรม มองว่าหากไม่มีปัจจัยลบเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่ากลุ่มเซ็นทรัลจะสามารถผลักดันธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน โดยสุทธิธรรมเชื่อว่าภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ มีแนวโน้มกำลังฟื้นตัว เริ่มเห็นกำลังซื้อของประชาชนกลับมา โดยหวังว่านโยบายและมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะมีส่วนช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและช่วยให้เกิดการขยายตัวของภาคการบริโภค ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า

นอกจากนี้หากภาครัฐมีการสนับสนุนด้วยการชูเรื่องการชอปปิ้งให้เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำหรับการท่องเที่ยว น่าที่จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจที่จะเข้ามาชอปปิ้งในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และทำให้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลดียิ่งขึ้นด้วย

“เราได้ใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมานำมาปรับใช้และวางเป็นกลยุทธ์ในปีนี้ และเราก็เชื่อมั่นในประสบการณ์ของคณะกรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัลทุกคนที่สั่งสมมาจะนำพาธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปตามเป้าหมาย ซึ่งเราได้เปรียบบริษัทอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารอยู่ตลอดเวลา”

สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มเซ็นทรัลในปี 2554 ที่ผ่านมามียอดขายรวมทั้งสิ้น 139,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% จากปี 2553 เกินกว่าเป้าที่ได้ตั้งไว้ที่ 133,500 ล้านบาท จากเงินลงทุนทั้งสิ้น 38,000 ล้านบาท จากที่ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 20,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการซื้อกิจการของห้างla Rinascente และการซื้อกิจการร้านอาหารญี่ปุ่น Ootoya นอกจากนี้ก็เป็นการลงทุนในโครงการใหม่ เช่น โครงการศูนย์การค้าในจังหวัดเชียงราย พิษณุโลก พระรามเก้า ท็อปเดลี่ 60 สาขา ไทวัสดุ 9 สาขา พาวเวอร์บาย 13 สาขา และซูเปอร์สปอร์ต 15 สาขา พร้อมกับเปิดตัวแบรนด์ใหม่และสาขาใหม่ในกลุ่มอาหาร ได้แก่ Ootoya, Yoshinoya รวมถึงแบรนด์แฟชั่นของกลุ่มค้าส่ง Accessorize, MNG, Lasenza และ Agnes b

ทั้งนี้หากคิดอัตราการเติบโตในแต่ละกลุ่มธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลในปีที่ผ่านมาทั้ง 5 กลุ่มนั้น กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) มีการเติบโต 17% กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) เติบโต 11% กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (CMG) เติบโต 21% กลุ่มธุรกิจโรงแรม (CHR) เติบโต 20% และกลุ่มธุรกิจอาหาร (CRG) เติบโต 24%

พร้อมสู้ศึกเสรีค้าปลีกโลก

สุทธิธรรม กล่าวถึงความพร้อมของกลุ่มเซ็นทรัลในการเตรียมรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 ว่ากลุ่มเซ็นทรัลเตรียมความพร้อมการแข่งขันกับต่างชาติไว้นานแล้ว และเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะแข่งขันในระดับโลกที่มากกว่าเออีซีด้วยซ้ำ

“เราอินเตอร์มานานแล้ว เรามีความพร้อมในกลุ่มธุรกิจของเรา”

ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลมีการค้ากับต่างประเทศมาตลอด เนื่องจากประเทศไทยให้เสรีกับธุรกิจค้าปลีกมานานแล้ว ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลมีการเตรียมความพร้อมรับกับเรื่องนี้ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของกลุ่มธุรกิจให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่ระดับโลกให้ได้ โดยกลุ่มเซ็นทรัลมีเทคโนโลยี มีโนว์ฮาว มีการบริหารแบบครอบครัวที่ผู้ใหญ่มองทะลุการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไว้ล่วงหน้า มีการเตรียมคนในครอบครัวทั้งเรื่องการศึกษาในต่างประเทศ และการสร้างสมประสบการณ์กันอย่างยาวนาน ทำให้วันนี้กลุ่มเซ็นทรัลมีขีดความสามารถอย่างมากที่จะแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลก

“เราโดนคู่แข่งอัดทั้งระเบิดและปืนใหญ่ตั้งแต่เรามีแค่มีดดาบ เรายังยืนหยัดอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้และเติบโตขึ้นจากอดีตอย่างมากมาย วันนี้กลุ่มเซ็นทรัลจึงมีขีดความสามารถที่จะแข่งขันกับใครก็ได้ในโลก” สุทธิธรรมกล่าว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย