Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤษภาคม 2555
โคล้ด เลอ ลอแรง จิตรกรโปรดของสันตะปาปา             
โดย สุภาพิมพ์ ธนะพรพันธุ์
 


   
search resources

Art




นิทรรศการ William Turner et ses peintres ที่กรุงปารีส หลังจากแสดงที่กรุงลอนดอนในชื่อ William Turner and his painters ทำให้ทราบว่าวิลเลียม เทอร์เนอร์ชอบภาพเขียนของโคล้ด เลอ ลอแรง (Claude le Lorrain) นิโกลาส์ ปุสแซง (Nicolas Poussin) และอองต็วน วัตโต (Antoine Watteau) โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพ Port de mer avec l’embarquement de la reine Saba และภาพ paysage avec Jacob et ses filles ของโคล้ด เลอ ลอแรง ถึงกับบ่งไว้ในพินัยกรรมว่าขอให้แขวนภาพของเขาชื่อ Dido building Carthage เคียงข้างภาพเขียนของโคล้ด เลอแรงที่ National Gallery

นั่นเป็นครั้งแรกที่เห็นชื่อโคล้ด เลอ ลอแรง ทำให้อยากรู้จักมากขึ้น ประจวบกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre) จัดนิทรรศการ Claude le Lorrain, le dessinateur face a la nature ในปีถัดมา จึงเป็นโอกาสได้สัมผัสจิตรกรผู้นี้

โคล้ด เลอ ลอแรงมีชื่อจริงว่าโคล้ด เจลเล (Claude Gell”e) เขาเกิดในแคว้น ลอแรน (Lorraine) ผู้คนจึงเรียกเขาว่า Claude le Lorrain ซึ่งแปลว่า โคล้ด ชาวเมืองลอแรนนั่นเอง

โคล้ด เลอ ลอแรง เกิดในปี 1600 ที่เมืองชามาญ (Chamagne) ในแคว้นลอแรน พ่อแม่เสียชีวิตขณะเขาอายุ 12 ปี เขาหัดทำขนม อีก 2 ปีต่อมาติดตามช่างทำขนมไปกรุงโรม ทำงานเป็นพ่อครัวให้จิตรกรชื่อ อะกอสติโน ตัสซี (Agostino Tassi) ได้เห็นการเขียนรูปของจิตรกรผู้นี้ จึงลองเขียนดู อะกอสติโน ตัสซีเห็นแววอาร์ติสต์จึงสอนให้เขียนภาพทิวทัศน์ กรุง โรมในยุคนั้นเป็นศูนย์กลางศิลปะที่อาร์ติสต์ จากถิ่นอื่นมุ่งมา

โคล้ด เลอ ลอแรงเดินทางไปเนเปิสล์ (Naples) ในปี 1617 ทำงานเป็นผู้ช่วยของกอฟเฟรโด วัลส์ (Goffredo Wals) อาร์ติสต์ที่เขียนรูปทิวทัศน์ เขาอยู่ที่นี่จนถึงปี 1621 แล้วเดินทางไปฝรั่งเศส สวิส และบาวาเรีย ก่อนกลับไปเขียนรูปที่โรม ช่วงแรกนั้นชีวิตค่อนข้างลำบาก ทว่าเริ่มมีชื่อเสียงในปี 1634 แม้จะเขียนแต่ภาพทิวทัศน์ของกรุงโรมและทัศนีย-ภาพนอกเมืองกรุง ซากปรักหักพัง ต้นไม้ ฝูงสัตว์ แต่ความโดดเด่นอยู่ที่ “แสง” ในภาพเขียนของเขา ผลงานของโคล้ด เลอ ลอแรงต้องพระทัย สันตะปาปาอูร์แบงที่ 8 (Urbain VIII) จึงให้เขียนรูปให้ในปี 1639 คือภาพ Paysage avec vue de Castel Gandolfo ในเวลาเดียวกัน กษัตริย์เฟลิเปที่ 4 (Felip” IV) แห่งสเปนให้เขียนรูปทิวทัศน์ให้ 4 รูปด้วยกัน นับแต่นั้นโคล้ด เลอ ลอแรงได้ลูกค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกขุนนางและเจ้าผู้ครองนครทั้งหลาย เรื่องราวของภาพเขียนเกี่ยวกับอารยธรรมกรีก-โรมัน เทพนิยายกรีก (mythologie) และเรื่องราวจากคัมภีร์ไบเบิล ในบรรยากาศที่สงบนิ่ง ช่วงปลายทศวรรษ 1640 ผลงานเด่นของเขาคือ Paysage avec Apollon et les muses

ในการเขียนภาพทิวทัศน์ โคล้ด เลอ ลอแรงจะออกนอกสถานที่ เพื่อจับตาดูแสงที่แปรเปลี่ยนในแต่ละช่วงของวัน และประจงถ่ายทอดลงเป็นภาพ

แรกทีเดียวโคล้ด เลอ ลอแรงเขียนภาพเมืองท่าที่เขาจินตนาการเองบ้าง วาดจากของจริงบ้าง ผลงานช่วงนี้ส่วนหนึ่งมีอยู่ที่พิพิธภัณฑ์การเดินเรือ (Mus”e de la marine) ในกรุงปารีส หลังจากนั้นเขาหันมาเขียนภาพเกี่ยวกับเทพนิยายกรีก (mythologie) และคัมภีร์ไบเบิล เช่น ภาพ Apollon et la sibylle de Cumes, Mariage d’Isaac et Rebecca, Jacob et les filles de Laban, D”barquement de Cl”opatre, Ulysse remet Chrys”is a son pere เป็นต้น

ชื่อเสียงนำมาซึ่งเงินทอง แต่โคล้ด เลอ ลอแรงใช้ชีวิตเรียบง่าย ช่วยเหลือคนจน เขาถึงแก่กรรมในปี 1682 บ่งในพินัยกรรมให้ประกอบพิธีศาสนาในบ้านเกิด ของเขาในลอแรนด้วย ศพของเขาฝังที่โบสถ์ แซงต์-หลุยส์-เดส์-ฟรองเซส์ (Saint-Louis-des-Fran”ais) ในอิตาลี

โคล้ด เลอ ลอแรงให้ความสำคัญกับแสง ภาพของเขามีความลึก ไม่แบนๆแบบยุคเรอแนสซองส์ (Renaissance) ภาพเขียนของเขามีอิทธิพลต่อจิตรกรฝรั่งเศส ฮอลแลนด์และอังกฤษ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งวิลเลียม เทอร์เนอร์ (William Turner) ริชาร์ด วิลสัน (Richard Wilson) ปอล เซซานน์ (Paul C”zanne) หันเหจากกลุ่มอิมเพรสชั่นนิสต์ด้วยการเขียนภาพด้วยโครงสร้างแบบเดียวกับโคล้ด เลอ ลอแรง ดังในภาพ Vue de l’Estaque

ระหว่างมาเที่ยวฝรั่งเศส วิลเลียม เทอร์เนอร์ได้เห็นภาพเขียนของโคล้ด เลอ ลอแรงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre) เขาประทับใจภาพ Le d”barquement de Cl”opatre a Tarse จนเกิดแรงบันดาล ใจเขียนภาพ Le d”clin de l’empire carthaginois ผสมผสานประวัติศาสตร์และธรรมชาติเข้าด้วยกัน

ประติมากรโอกุสต์ โรแดง (Auguste Rodin) ปั้นรูปโคล้ด เลอ ลอแรงซึ่งตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะ Parc de la P”pineie ที่เมืองนองซี (Nancy)

ในโอกาสที่โคล้ด เลอ ลอแรงเสียชีวิตครบ 400 ปีในปี 2001 มีการจัดนิทรรศการภาพเขียนของเขาที่พิพิธภัณฑ์เมืองเอปินัล (Epinal)   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย