Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2555








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2555
เศรษฐกิจท้องทะเลเวียดนามต้องการสันติ             
โดย เจษฎี ศิริพิพัฒน์
 


   
search resources

Economics
International
Vietnam




เวียดนามวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลเอาไว้ โดยมีเป้าหมายให้มีสัดส่วนถึง 55% ของ GDP ในอีก 8 ปีข้างหน้า แต่ตัวแปรที่จะทำให้เป็นไปตามเป้าหมายได้คือ “สันติ”

เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาประเทศเวียดนามมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “เศรษฐกิจทะเลเวียดนาม” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2555 ขึ้นที่จังหวัดบ่าเหรียะ-หวุงเต่า ในกรอบงานสัปดาห์ทะเลและเกาะเวียดนาม สะท้อนวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน และวันมหาสมุทรโลก 8 มิถุนายน 2555

บรรดาผู้แทนที่เข้าร่วมงานเสวนา ได้นำเสนอภาพกว้างๆ เกี่ยวกับลักษณะพิเศษ กิจกรรมเศรษฐกิจทะเลของเวียดนาม และศักยภาพ รวมถึงจุดแข็งการพัฒนาเศรษฐกิจทะเล ตามยุทธศาสตร์ทะเลเวียดนามถึงปี 2563

บนเวทีเสวนามีการให้ความเห็นว่าเวียดนามต้องพัฒนาฐานเทคโนโลยีทางทะเลที่ทันสมัยและสามารถสัมฤทธิผล มีความสามารถบูรณาการสากล มีวิธีการจัดการทะเลโดยรวมตามช่วงเวลา และเครื่องมือวางผังทางทะเล

ผู้แทนบางคนเสนอว่า เวียดนามต้องกำหนดนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจทะเลตามลักษณะเฉพาะของแต่ละเขต

ผู้แทนกระทรวงแผนและการลงทุนได้กล่าวว่า ปีต่อๆ ไปเวียดนามยังคงต้องดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะต้องการเงินทุนมากที่สุด คาดว่าประมาณหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่แหล่งเงินลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจดทะเบียนประกอบการในท้องถิ่นที่ติดกับทะเล ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีเพียงประมาณเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพื่อให้แหล่งเงินลงทุนสำคัญเหล่านี้ประกอบการอย่างสัมฤทธิผล ต้องให้ความสำคัญใน 3 ด้าน คือบรรยากาศในทะเล ฝั่งทะเล และการบริการด้านพลาธิการ

ตอนค่ำภายหลังจากเสร็จสิ้นการเสวนาที่ห้องประชุมธุรกิจร่วมเวียดนาม-รัสเซีย Vietsovpetro กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเวียดนามประสานงานกับ คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบ่าเหรียะ-หวุงเต่า จัดรายการแลกเปลี่ยนเทคนิคทาง ด้านทะเลและเกาะ โดยหว่าง ตรุง หาย รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดประชุม โดยเน้นย้ำความสำคัญของทะเลและเกาะ

เวียดนามมีฝั่งทะเลยาวนับ 1,000 กิโลเมตร มีทรัพยากรล้นเหลือและหลากหลายด้วยปริมาณสำรองค่อนข้างมาก ดังนั้น การพัฒนาแหล่งรายได้จากเศรษฐกิจ ทะเลจึงสำคัญ เช่น การประมง การเพาะ เลี้ยง การแปรรูปสินทะเล การท่าเรือเดินทะเล การต่อเรือ การท่องเที่ยว การติดต่อ สื่อสาร เป็นต้น

หลายปีที่ผ่านมาบรรดาแหล่งรายได้จากทะเลได้นำมาและมีส่วนมากที่สุด ให้แก่กระบวนการพัฒนาประเทศ ปัจจุบัน บรรดาแขนงงานเศรษฐกิจทางทะเลที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมใน GDP ของเวียดนาม ประมาณ 47-48%

ในนั้นการบุกเบิกก๊าซ-น้ำมัน การประมง การขนส่งทางทะเล การบริการท่าเรือเดินทะเลมีสัดส่วนใน GDP ของเวียดนามประมาณ 22%

ยุทธศาสตร์ทางทะเลของเวียดนาม ที่วางไว้จนถึงปี 2563 ได้ตั้งเป้าหมายนำ พาประเทศเวียดนามให้แข็งแรงด้านทะเล และทำความมั่งคั่งจากทะเลให้มีสัดส่วนใน GDP เพิ่มขึ้นเป็น 53-55% และมีส่วนในดัชนีการส่งออกของทั้งประเทศ 55-60% ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่เขตชายฝั่งทะเล

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้นรองนายกรัฐมนตรี หว่าง ตรุง หาย ได้หยิบยก 6 วิธีการแก้ไขปัญหาขั้นต้นของรัฐบาลในเวลาข้างหน้า

1 ใน 6 วิธีการดังกล่าว ได้แก่ การยืนยันอธิปไตย อำนาจอธิปไตย เขตอำนาจศาลของเวียดนามในเขตทะเลและเกาะของปิตุภูมิต่อไป ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี 2525 รวมถึงยืนยันอธิปไตย อำนาจอธิปไตย และเขตอำนาจศาลของเวียดนาม ในบรรดาเขตทะเลเขตเศรษฐกิจจำเพาะไหล่ทวีป ตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเล

“พวกเรายึดถือนโยบายแก้ไขปัญหา พิพาทในทะเลตะวันออกด้วยมาตรการสันติบนพื้นฐานกฎหมายสากล อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลปี 2525 ร้องขอการสนับสนุนจากนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวต่อการกระทำที่ละเมิดอธิปไตย อำนาจอธิปไตย และเขตอำนาจศาลของเวียดนาม ในบรรดาเขตทะเลและเกาะ เน้นการปรับปรุงระบบกลไก และนโยบายกฎหมายเกี่ยวกับขอบเขตทะเลและเกาะ การจัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างพื้นฐานทางนิตินัย อย่างครบวงจร และจัดการอย่างรัดกุม รักษาและบุกเบิกแหล่งรายได้จากทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ ประสานการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมกับการป้องกันประเทศและความมั่นคง ร่วมมือในระดับสากล เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งระดมภาคส่วนเศรษฐกิจภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อบุกเบิกทรัพยากรจากทะเลและเกาะให้มีสัดส่วนมากขึ้นในงบประมาณของรัฐ เพิ่มความหนาแน่นทางเศรษฐกิจทะเล และปฏิบัติให้สำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อนำพาประเทศเวียดนามให้กลายเป็นชาติที่แข็งแรงขึ้นมาจากทะเลและมั่งคั่งจากทะเล” หว่าง ตรุง หาย กล่าว

ในโอกาสนี้กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมประกาศมติมอบรางวัล “ทะเลเขียวบ้านเกิด 2555” และมอบหนังสือชื่นชมให้ 9 หน่วย 8 บุคคลที่มีความสำเร็จหลายอย่างต่อการพัฒนาเศรษฐกิจทะเลและเกาะ, ป้องกันอธิปไตย, จัดการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีด้านการสืบค้นหลักฐานทะเลและเกาะเวียดนาม   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย