Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2529
เมื่อดาวหางฮัลเล่ย์โผล่ที่ชั้น 30 แบงก์กรุงเทพ             
 


   
search resources

ธนาคารกรุงเทพ, บมจ.
คึกฤทธิ์ ปราโมช
ปรเมศวร์ วัชรปาน




"ดาวหางดวงนี้ (ฮัลเลย์) มาขึ้นชัดแจ้งอีกทีในปี พ.ศ.2453 ขึ้น เมื่อราว ๆ กลางปี เดือนกรกฎาคม..สิงหา...กันยา....ในระหว่างนั้น แต่ขึ้นคราวนั้นผมยังไม่เกิดแต่ถึงจะยังไม่เกิดก็อยู่ในท้องแม่ (ฮา) ... เพราะฉะนั้นนี่แหละ ... ที่ว่ามันมากับฮัลเลย์ ... มันอาจจะเป็นมันนี้ก็ได้ไม่รู้ได้ (ฮา-ปรบมือ) ... ผมนั่งดูป้ายอยู่ข้างล่างก็ชักตะขิดตะขวงใจว่า ... เอ๊ะ ... ใครมา (ฮา)"

ข้อความทั้งหมดในเครื่องหมายคำพูดนั้นก็คือถ้อยคำจากฝีปากของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ในการกล่าวนำการอภิปรายเรื่อง "มันมาพร้อมกับดาวหางฮัลเลย์" ในห้องประชุมชั้น 30 อาคารธนาคารกรุงเทพ เมื่อตอนบ่ายวันที่ 10 เมษายน 2529 ท่ามกลางผู้ฟังแน่นขนัดประมาณ 2,000 คน ไม่รวมพนักงานของธนาคารอีกหลายร้อยคน เพราะได้มีการถ่ายทอดเสียงการอภิปรายครั้งนี้ไปยังทุกชั้นในอาคาร

"อาจารย์หม่อม" (ตามที่พิชัย วาศนาส่ง เรียก) ได้เล่าลำดับเหตุการณ์ในอดีตนับตั้งแต่พระเยซูกำเนิด ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงดาวหางดวงนี้ ไล่ลำดับมาเรื่อยจนกระทั่งปี 2453 อันเป็นปีที่พระพุทธเจ้าหลวง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต โดยรวม ๆ แล้วอาจารย์หม่อมบอกว่าดาวหางฮัลเลย์มาเยือนโลกครั้งใดมักจะมีเหตุร้ายๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ

สำหรับการมาใกล้โลกของดาวหางฮัลเลย์ในปีนี้ อาจารย์หม่อมโยนลูกไปให้โหรหนุ่มปรเมศวร์ วัชรปาน เป็นผู้อภิปรายต่อ โดยอ้างว่าตนเองอยากจะเป็นผู้ฟังมากกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะจบการพูดในรอบแรกอาจารย์หม่อมก็อดไม่ได้ที่จะปล่อย "หางเครื่อง" ใส่ปรเมศวร์

"ที่ว่ามันมากับฮัลเลย์ก็อยากจะรู้ว่าอะไรที่มันมา ... แต่ผมก็เรียนไว้แล้วว่าผมเกิดมาเกือบจะพร้อมกับการมาของฮัลเลย์ครั้งก่อน อยู่ในท้องแม่มาตั้งฮัลเลย์มันโผล่ (ฮา) .... ผมก็ต้องถือว่าผมมา (ฮา) .... และมาจนมันกลับมาอีกทีแล้ว .... อายุก็ 75 เข้าไปแล้ว ตอนนี้ก็นั่งดู ๆ เหมือนกันว่ามันมาคราวนี้ผมจะตายหรือไม่ตาย (ฮา) แต่เรื่องผมจะตายหรือไม่อยากรู้ถามโหรปรเมศวร์ดูทีหลังครับ (ฮา) ....เพราะแกดูผมทีไรแกบอกว่าผมตายทุกที (ฮา) ผมก็ไม่เคยตายตามใจหมอก็อยู่มาได้จนทุกวันนี้ (ฮา) ผมก็มีอยู่เท่านี้แหละครับคุณพิชัย"

ผู้อภิปรายคนต่อไปก็คือปรเมศวร์ วัชรปาน ที่นั่งหัวร่องอก่องอขิงกับลูกเล่นของอาจารย์หม่อม ปรเมศวร์ แม้จะพูดได้ค่อนข้างดี แต่ไม่ค่อยได้ใจความนัก ประการแรกอาจจะเป็นเพราะเป็นผู้เดียวที่ไม่ได้พูดถึงดาวฮัลเลย์ในแง่วิทยาศาสตร์จึงต้องพูดอย่างระมัดระวังเต็มที่ อย่างที่สองปรเมศวร์นั่งอยู่ระหว่างหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กับพิชัย วาศนาส่ง .... ที่ต่างก็เป็นนักพูดที่มีชื่อเสียงเกริกไกร หนุ่มปรเมศวร์ ก็คงเกิดความรู้สึก "เกร็ง" อย่างน่าเห็นใจ

โดยสรุปแล้วปรเมศวร์ วัชรปาน ไม่สู้เห็นด้วยว่าดาวหางมีอิทธิพลต่อวิชาโหราศาสตร์ แต่เน้นว่าปรากฏการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นพร้อมกับดาวหางนั้น มีสาเหตุมาจากอิทธิพลของดาวนพเคราะห์ที่กุมมันอยู่ในลัคน์และราศีต่างๆ มากกว่า ในตอนใกล้ ๆ จะจบการอภิปราย ปรเมศวร์ได้พูดถึงการมาเยือนโลกของดาวหางฮัลเลย์ไว้เป็นนัยอย่างน่าสนใจดังต่อไปนี้

"การที่จะไปหลงเชื่อว่าดาวหางฮัลเลย์ เป็นสื่อแห่งความพินาศต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยถูกต้องนักผมว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์เองมากกว่าที่หาเหตุอ้างเอาปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้มาใช้เพื่อเป็นผลประโยชน์แก่ตัวเอง หรือว่าให้เกิดเหตุการณ์ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อกลุ่มของพวกตน"

แต่ที่เป็นทีเด็ดของปรเมศวร์จริง ๆ ก็เห็นจะเป็นการอภิปรายในตอนท้ายสุด ที่เรียกรอยยิ้มจากอาจารย์หม่อมได้อย่างกว้างขวาง รวมทั้งเสียงฮาของผู้ฟัง

"เกี่ยวกับดาวหางนั้น .... ที่ให้คุณก็มี .... เพราะว่าเมื่อดาวหางขึ้นไม่ใช่ว่ามีแต่ผู้ยิ่งใหญ่ตาย ผู้ยิ่งใหญ่มาเกิดก็มีเหมือนกัน (หันไปมองหน้า ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนดู-ฮา) จากการศึกษาของผม ผู้ที่เกิดในปีที่ดาวหางขึ้นก็มีอเล็กซานเดอร์ เดอะ เกรท นโปเลียน โปนาปาร์ด ควีนอลิซาเบธที่ 1 ฯลฯ แต่ผมยังหวังว่าผู้ที่เกิดในปีที่ดาวหางขึ้นนั้นคงไม่ใช่ว่าดาวหางไปแล้วไปด้วย (ฮา) เพราะว่าอย่างอาจารย์หม่อมท่านก็ยังแข็งแรงอยู่ (ฮา)"

ผู้อภิปรายอีก 2 คนต่างก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วยกันทั้งคู่ คนแรกคือ "ดาว จรัสแสง" คอลัมนิสต์ข่าววิทยาศาสตร์ของหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งก็ว่าไปในเรื่องดาวหางฮัลเลย์ในแง่มุมวิทยาศาสตร์ และคนที่สองคือนิพนธ์ ทรายเพชร ผู้อำนวยการท้องฟ้าจำลองและเลขานุการสมาคมดาราศาสตร์ไทยและเทศที่ดำเนินการเกี่ยวกับดาวหางดวงนี้

"ผู้จัดการ" คงไม่เขียนถึงรายละเอียดของผู้อภิปราย 2 คนหลัง เพราะส่วนใหญ่ก็เหมือนข้อมูลที่ตีพิมพ์อยู่ตามหนังสือต่าง ๆ ร่วม 10 ฉบับในขณะนี้....ใช่ครับ.....ซื้ออ่านกันเอง

ทางด้านผู้ฟังนั้นระดับเจ้าหน้าที่บริหารชั้นสูงของธนาคารกรุงเทพดูเหมือนจะมาแทบทุกคน ดร. อำนวย วีรวรรณ นั่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ดร. ชาตรี โสภณพนิช เข้ามาตอนบ่าย 3 โมงและออกไปตอนบ่าย 4 โมงเศษ ๆ นอกจากนั้นก็มี วิระ รมยะรูป ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ที่เกี่ยวก้อยมากับพีรพงษ์ ถนอมพงศ์พันธ์ ดร.นิมิต นนทพันธาวาทย์ ดร. สาธิต นนทพันธาวาทย์ ดร. สาธิต อุทัยศรี ดร. สุรศักดิ์ นานานุกูล และประจวบ อินอ๊อด

รายการอภิปรายครั้งนี้เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลา 16.30 น. ตามหมายกำหนดการเป๊ะ ตอนยืนรอลิฟต์ที่มีคนออกันแน่น ช่างภาพของ "ผู้จัดการ" บ่นเป็นเชิงเสียดายว่า ไหน ๆ ก็จัดอภิปรายกันที่แบงก์แล้ว น่าจะให้พวกนายแบงก์มีโอกาสพูดบ้างว่า ในแง่เศรษฐกิจหรือการเงิน...มีอะไรบ้างที่สงสัยว่ามาพร้อมดาวหางฮัลเลย์

บ่นเรียบร้อยพี่แกก็รำพึงออกมาว่า "ฮัลเลย์ วากา คีมา ลองเทเล" ถามไปว่าแปลว่าอะไร คำตอบก็คือ สภาพเศรษฐกิจและการเงินของเมืองไทยแบบนี้ นายแบงก์ทั้งหลายคงพูดเสียงเดียวกันว่า "ฮัลเลย์ วังกา ขี่หมา ลงทะเล (ดีกว่า)"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย