Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2546
Before & After Fashion’s Diva             
โดย ฟรานซิส นันตะสุคนธ์
 

   
related stories

Exclusive ครั้งแรกของ "ลูกเกด" เมทินี กิ่งโพยม บนปกนิตยสารผู้จัดการฉบับล่าสุด "Beauty Asset Management"
Beauty Asset Management
อมาตย์คู่สร้างลูกเกด Erotic Image Maker
เมื่อลูกเกดพากย์ “ยกต่อยก” Boxing’s Passion + Value
Q&A เมทินี กิ่งโพยม
Exclusive 35 วันกับลูกเกด

   
search resources

เมทินี กิ่งโพยม
รัศมี ทองสิริไพรศรี




ลูกเกดสร้างมิติของซูเปอร์โมเดลจากประสบการณ์ทำงานหลากหลาย เหมือนเพชรเจียระไนที่คมและมีประกาย เธอได้สร้างนิยาม "ความเป็นลูกเกด" ที่กล้า มั่นใจ เซ็กซี่ และมีสมอง แม้ไม่ใช่คนแรกที่ทำ เพราะมีคนที่กล้าและดังกว่าเธอในอดีต แต่วันนี้ ลูกเกดกลายเป็นต้นแบบหนึ่ง (Role Model) สำหรับนางแบบรุ่นน้อง อย่าง รัศมี ทองสิริไพรศรี ที่มองเห็น Value และ Know-how ของมืออาชีพที่น่าศึกษา

น้อยครั้งที่จะเห็น "ลูกเกด" เมทินี กิ่งโพยม ไปสายเล็กน้อยในฐานะอาชีพนางแบบชื่อดังของประเทศไทย วัย 31 เธอทำงานต้องรับผิดชอบและรักษาเวลา เมื่อเธอเดินทางถึงโรงแรมพลาซา แอทธินี เธอซ้อม 2 ครั้งก็พร้อมเดินแบบในคอลเลกชั่นเพชร ชุดใหม่ของ "คาร์เทียร์" เพชรชื่อดังระดับ World Class ที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 100 ปี

อีกด้านหนึ่ง "ลูกหมี" รัศมี ทองสิริไพรศรี ในฐานะอาชีพนางแบบวัยเบญจเพส เธอมีจุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงจากการประกวด "เปรียว ซูเปอร์โมเดล 1998" ปีเดียวกับการถ่ายภาพที่เกรียวกราวของเมทินี

แม้ว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ลูกหมีไม่สามารถขึ้นไปเป็นสุดยอดนางแบบเปรียว แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นนางแบบอาชีพแล้ว ขณะที่ผู้ชนะกลับก้าวออกจากวงการแฟชั่นเรียบร้อยแล้ว ความฝันที่จะเป็นนางแบบและมีชื่อเสียง จำเป็นที่จะต้องผ่านเวทีประกวด โดยหวังจะมีแมวมองเห็นค่า แต่บางคนเดินเข้า ไปหาโมเดลลิ่งเพื่อหางานที่ยอมเอเยนซี่หักค่านายหน้า 50%

รัศมียอมรับว่า หลังจากเธอพลาดตำแหน่งก็มีเหล่าโมเดลลิ่งต่างๆ ติดต่อเข้ามาหาให้ไปตามงานออดิชั่นสินค้าต่างๆ หลายงานจนเหนื่อย เธอเห็นว่าถ้ามีโอกาสเธอก็ไป เพื่อให้ได้งาน ไม่ได้หวังว่าจะสามารถมายืน ณ ที่เธอยืนอยู่ตอนนี้ได้

แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเพื่อนของเธอได้ชักชวนไปงานที่จัดโดย Channel V เธอได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้รู้จักพี่ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม นางแบบชื่อดังแห่งยุค ซึ่งจูงมือรัศมีไปหานคร สัมพันธรักษ์ หรือพี่ต้อย นาการา ในที่สุดเธอก็ได้งานเดินแบบครั้งแรกของห้องเสื้อชั้นนำ จนถึงงานวันเปิดตัวชุดคอลเลกชั่นใหม่ของคาร์เทียร์ รัศมีเป็นคนแรกที่เดินแบบ

ในเส้นทางนางแบบทุกสิ่งทุกอย่างมักเกิดขึ้นจากการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานโดยตรง คุณสมบัติการเรียนรู้ และตั้งใจเก็บเกี่ยวเป็นสิ่งที่จะไม่มีใครมาสอนให้ได้ การนำความรู้ในแต่ละงานโชว์ไปผนวกกับงานหน้า ทำให้เกิดเป็นประสบการณ์การทำงานและเรียนรู้ไปด้วยกัน

ขั้นตอนที่นางแบบรับงาน ลูกหมีเล่าว่า บางทีนางแบบนึกภาพพรุ่งนี้ที่จะเดินแบบไม่ออกว่ามันเป็นอย่างไร เพราะเวลาที่เขาเช็กคิวกันจะคุยกันดังนี้

"พรุ่งนี้ว่างไหม"
"ว่าง"
"เป็นงานอะไรพี่"
"พรุ่งนี้ลูกหมีเดิน Hermes"
"เดินกี่ชุด" เพราะการรับงานแต่ละครั้งคุยกันไม่เยอะ เขาบอกว่า
"เดินสองชุด"
"กี่โมงถึงกี่โมง ได้ตังค์เท่าไหร่พี่?"
"ประมาณว่าคุยจบแค่นี้ แต่เขาอาจจะไม่ได้บอกเพิ่มว่า จะมีการเดินแบบเอากระเป๋าปิดนม คุณต้องใส่เสื้อเปิดอก เดินไม่มีกระเป๋าปิดนมแบบโอเด็ต คือมันคาดไม่ถึง และแล้วแต่สไตลิสต์ที่โทรมาคุยกับเราว่า คนนั้นเป็นคนอย่างไร แฟร์กับเราไหม?" ลูกหมีเล่าให้ฟัง

ในงานนี้มีนางแบบเดินกันทั้งหมด 5 คน เป็นนางแบบรุ่นพี่สองคนคือ ลูกเกด และจอย วราลักษณ์ วาณิชย์กุล และที่เหลือเป็นรุ่นน้อง นางแบบทุกคนสวมชุดราตรีสีดำแพรหรูระยับเข้ากับบรรยากาศลึกลับแบบจีน โดยใช้สีดำ แดง ขาว เป็นสีเดินเรื่องราวให้เข้าคอนเซ็ปต์

เมื่อถึงชุดฟินาเล่ที่ลูกเกดต้องพรีเซ็นต์ไฮไลต์ของงานเครื่องเพชรของคาร์เทียร์ชุดสุดท้าย รัศมีเล่าใหัฟังว่า

"พี่เกดต้องเดินชุดนั้น ซึ่งยากที่สุดก็ว่าได้ เพราะมันเป็นชุดยาว และพี่เขาต้องก้าวลงจากเสลี่ยงที่มีผู้ชายสี่คนแบกหาม มองดูภายนอกอาจจะเห็นว่าก้าวลงง่ายๆ แต่ที่จริงมันเป็นเรื่องที่ยากมาก "อู้ฮู้..ยากมากๆ" พี่เขาจะระบายออกมาดังๆ ตอนเข้าถึงหลังเวที แต่ที่เห็นเบื้องหน้า พี่เกดทำได้ เพราะต้องทั้งโชว์ผ้าที่เขาถือ และอีกมือหนึ่งต้องจับกระโปรงและต้องพรีเซ็นต์สร้อยเพชรข้างหลังอีก นั่นคือพี่เกดเป็นโปรเฟสชั่นแนลจริงๆ" นี่คือ role model ที่รัศมีอยากทำได้แบบนี้ ด้วยการพรีเซ็นต์ถูกจุดและท่วงท่าสง่างาม

"ตอนนี้ลูกหมีทำงานมา 5 ปีครึ่ง จากอายุ 19 กว่าๆ พี่ลูกเกดเป็นเหมือนต้นแบบของลูกหมี เพราะตอนที่ลูกหมีเข้าวงการจากการประกวดเปรียว ตอนนั้นพี่เขาก็เริ่มดังแล้ว เรามองพี่เขาเอาเขาเป็นแบบอย่างในการเดิน ดูลักษณะการเดินของเขา แต่ก่อนที่จะได้ทำงานกับพี่เขาเรามองที่เขาเดินภายนอก แต่พอได้ทำงานร่วมกัน เราเลยมองไปที่เขาคิด พูด เป็นคนลักษณะแบบไหน ในช่วง 5 ปีครึ่งที่พอจะรู้ว่าเขาเป็นอย่างไรเขาเป็นพี่ที่น่านับถือคนนึง" ลูกหมีเล่าให้ฟัง

สำหรับเมทินีถือได้ว่า เธอก้าวมาสู่จุดสูงสุดของอาชีพนางแบบแล้ว เป็นที่ยอมรับจากแวดวงนางแบบ ช่างภาพชื่อดัง และดีไซเนอร์เกือบทุกคน เธอเคยรับงานมาจนครบทุกประเภท เคยถ่ายภาพแบบที่หลุดโลกจนไม่คิดว่าจะถ่ายอีกต่อไปในชีวิต ออกงานต่างๆ ด้วยการเดินชุดฟินาเล่ทุกครั้ง ราวกับว่างานที่ติดต่อเธอมานั้น จะจงใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดรอเธอไว้ก่อนแล้ว จึงเป็นผลให้แต่ละงานเป็นตัวถีบให้เธออยู่สูงขึ้นเรื่อยๆ

"สำหรับงานนีเวีย ถ้าถามว่าหมีกล้าไหม? ไม่ค่อยกล้าเพราะครอบครัวหมีไม่เปิดรับแต่แรก แต่พี่เกดเป็นสาวหัวนอก มั่นใจ และผ่านงานเยอะ ทำให้มีพาวเวอร์ตัดสินใจได้ ส่วนปกพี่ลูกเกดในอิมเมจ ครั้งแรกที่เห็น หมีอึ้งเลยคิดว่า มันแรงเหมือนกันนะ เคยคิดว่าถ้าเราทำบ้างจะเป็นอย่างไร? หมีทึ่งความรู้สึกนึกคิดของพี่เกด แต่ก็ซูฮก ชื่นชมเขามากกว่า มีปกแพรวเล่มหนึ่งเอาริบบิ้นพันหน้าอก หมีอยากบอกว่ามันสุดยอด ดารานางแบบเปิดอกกันมากขึ้นหรือไม่ หมีคิดว่าขึ้นอยู่กับคอนเซ็ปต์ของหนังสือมากกว่า ไม่เกี่ยวกับพี่เกดไปจุดชนวน"

สำหรับค่าตัวของนางแบบอาชีพโดยทั่วไปมีอัตราเดินแบบแต่ละงานประมาณ 8,000-10,000 บาท ค่าตัวของนางแบบจะขึ้นตามอายุงาน แม้นางแบบที่อายุงาน 5-10 ปี มีค่าตัวต่างกันเพียง 1,000-2,000 บาท บางครั้งมีงานให้เดินแบบถึงอาทิตย์ละ 5 วัน ช่วงไหนที่มีงานเดินมากรายได้อาจถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ไม่นับรวมงานถ่ายแบบและพรีเซ็นเตอร์โฆษณาที่บางครั้งทำให้มีรายได้หลายล้านบาทในหนึ่งปี

"อย่างพี่ลูกเกดกับลูกหมี เรตก็ไม่ต่างกันไม่มาก พันสองพัน หมีไม่เคยคิดว่า ทำไมคนนั้นมากกว่า? เพราะเราต้องเคารพรุ่นพี่ เขาทำงานมาเยอะ" นี่คือทัศนะรุ่นน้อง

เป็นที่รู้กันว่า ความสามารถทำมาหากินของนางแบบขึ้นอยู่อายและหน้าตา ยิ่งอายุเกิน 35 ก็เหมือนนักมวยที่ถูกบังคับให้ต้องแขวนนวม เช่น คาร่า พลสิทธิ์ ซึ่งร้างลาเวทีแคตวอล์กไปตั้งแต่อายุ 35 โดยไปเป็นพิธีกร พรีเซ็นเตอร์ และเล่นหนัง

ขณะนี้วัยของเมทินี 31 รัศมีมองว่า พี่ลูกเกดคนนี้ยังไงก็ยังอยู่อีกนาน แต่ทุกคนก็ทราบว่า คงจะถึงเวลาที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับช่วงขาลงของอาชีพ เป็นไปได้ว่าที่เมทินีอาจจะเดินไปเรื่อยๆ ถ้าเธอไม่คิดที่จะแต่งงานเหมือนนางแบบคนอื่นที่ออกไปจากอาชีพ เพราะสาเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นเฮเลน-ปทุมรัตน์ ขณะนี้จึงเหลือลูกเกดและซอนย่าที่เป็นโสด

"จากที่ดูๆ ขณะนี้นางแบบที่อยู่ในช่วงอายุ 28 ปีขึ้นไปยังมีประมาณ 6-7 คนที่ยังเดินแบบตามงานทั่วไปอยู่ แต่นับวันก็เริ่มที่จะน้อยลงเรื่อยๆ"

ในแต่ละปีมีการจัดการประกวดนางแบบนายแบบอยู่หลายต่อหลายงาน มีคนหนุ่มสาวนับพันที่ฝันจะมายืน ณ จุดที่สูงที่สุดของการประกวดเพียงคนเดียว ก่อนที่จะผ่านเวทีนั้นๆ ไปสู่อาชีพจริงที่ยากจะหวัง

ก่อนลูกเกดกลับ เธอเดินจากไปด้วยความมีสัมมาคารวะไหว้ลาทุกคนที่รู้จัก พร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจตรงไปตรงมา ไม่เหมือนภาพบนเวทีเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย