Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2546
ชีวิตชาวเอเชียในเมืองชิคาโก ไม่ง่ายอย่างที่คิด             
โดย มานิตา เข็มทอง
 





เวลาที่เข้าไปในชิคาโก เมื่อเห็นรถหรูแพงอย่างเช่น LEXUS หรือ BMW แบบ HUV จะพบว่า คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยส่วนใหญ่จะเป็นคนเอเชียวัยหนุ่มสาวไปถึงวัยกลางคน เป็นเหตุให้คนอเมริกัน หรือแม้กระทั่งเอเชียด้วยกันเองส่วนใหญ่คิดว่า คนเอเชียซึ่งถือเป็นคนกลุ่มน้อยในประเทศนี้ร่ำรวยมากกว่าคนอเมริกันเองเสียอีก คนเอเชียในอเมริกาส่วนใหญ่ ถูกมองว่าเป็นคนรวยมีเกินจะกิน ขับรถคันหรู ชอปปิ้ง สินค้าแบรนด์เนมแพงริบ ข้อสมมติฐานนี้อาจจะเป็นจริงได้ หากพิจารณาจากรายได้ที่พวกเขาได้มาจากการทำธุรกิจร้านอาหาร ร้านของชำ ซูเปอร์มาร์เก็ต ปั๊มน้ำมัน ร้านซักรีด ไปจนถึงหมอและพยาบาล สารพัดอาชีพ ชนิดทำกัน 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ แทบจะไม่มีวันหยุดพักผ่อน...คนเหล่านี้มีรายได้เพียงพอที่จะใช้จ่ายอย่างอิ่มเอม แต่ชีวิตเช่นนี้มิได้เกิดกับคนเอเชียทุกคนในชิคาโก...

ตัวเลขสำมะโนประชากรในพื้นที่ชิคาโกล่าสุดประจำปี ค.ศ.2000 พบว่า ความต่างระหว่างรายได้ของคนเอเชียที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองกับชานเมืองนั้นต่างกันมาก โดยชาวเอเชียผู้มีอันจะกินที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่นอกเมืองชิคาโกมีและรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนในเมืองถึงกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ตัวเลขในปี ค.ศ.1999 คนเอเชียในชานเมืองมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 70,686 ต่อปีต่อครัวเรือน (มีสมาชิก 4 คน ต่อหนึ่งครัวเรือน) และมีเพียง 4% เท่านั้นที่ยากจนหรือมีรายได้ต่ำกว่า 17,029 เหรียญสหรัฐต่อปี ในขณะที่ชาวเอเชียในตัวเมืองบางกลุ่ม มีรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ยเพียงปีละ 40,519 เหรียญสหรัฐ และมีอัตราของผู้มีรายได้ต่ำสูงถึง 18% ซึ่งต่ำกว่าพวกผิวดำและพวกละติโนเสียอีก โดยในจำนวนนั้นมีชาวเกาหลีมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นชาวเวียดนาม จีน อินเดีย และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีเท่ากับคนเอเชียอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ตามชานเมืองและที่มีรายได้สูงกว่า (จากรายงานไม่ปรากฏตัวเลขของคนไทยอาจเป็นไปได้ว่า จำนวนคนไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ)

ในตัวเมืองชิคาโก คนเกาหลีเป็นพวกที่มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ที่สุดในหมู่ชาวเอเชียด้วยกัน จากสถิติพบว่า มากกว่า 40% ของชาวเกาหลี สัญชาติอเมริกันมีสถานะยากจนมาก โดยตัวเลขเฉลี่ยของรายได้อยู่ที่ประมาณ 4,000 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสถิติเหล่านี้ไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ Chicago Tribune รายงานว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่คนเกาหลีทะลักเข้ามาในอเมริกามากที่สุด โดยเฉลี่ย 34,000 คนต่อปี ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา หรือไม่ก็เป็นพวกหนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงาน และในที่สุดเมื่อตัวเองได้ถือสัญชาติอเมริกันก็สมัครขอให้พ่อแม่ของพวกเขาเข้ามาในแผ่นดินอเมริกันด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 65 ปีขึ้นไป และอาศัยอยู่ในตัวเมืองชิคาโก เนื่องจากสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าอยู่ตามชานเมือง แต่ที่สำคัญคนเหล่านี้ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีเท่ากับคนหนุ่มสาว ทำให้ไม่สามารถหางานที่ให้ค่าจ้างสูงได้ ส่วนใหญ่จึงต้องทำงานรับจ้างตาม โรงงานหรืองานบริการทั่วไปที่จ่ายเป็นชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ชีวิตของคนสูงอายุชาวเกาหลีไม่ค่อยมีความสุขนักในเมืองใหญ่ และนี่เองที่เป็นที่มาของสถิติตัวเลขที่แสดงออกมาว่า คนเกาหลีในเมืองชิคาโก ยากจนที่สุด

นอกจากนั้น ชีวิตหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของคนอินเดียก็ไม่ดีไปกว่าคนสูงวัยชาวเกาหลีมากนัก ตัวอย่างเช่น Khan คุณแม่วัย 30 ปี พร้อมด้วย Marayees สามี เดินทางมาจากประเทศอินเดียเมื่อ 4 ปีก่อน พวกเขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ยังไม่สามารถหางานที่ดีทำได้ และพวกเขาเป็นหนึ่งใน 19% ของคนอินเดียที่มีรายได้ต่ำและอยู่ในตัวเมืองชิคาโก สามีของ Khan เคยทำงานให้สายการบินแห่งหนึ่ง แต่ถูก Layoff เมื่อช่วงที่เกิดวิกฤติ ทุกวันนี้ Marayees รับจ้างขับรถแท็กซี่ในตอนเย็น และทำงานพิเศษช่วงกลางวันกับบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว ในขณะที่ Khan ต้องล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนางพยาบาล เนื่องจากไม่มีเวลาที่จะไปเรียนต่อ เธอต้องเลี้ยงดูลูกน้อยอีก 3 ชีวิตและเธอเพิ่งถูกให้ออกจากงานที่เคยทำประจำที่ Salvation Army เนื่องจากองค์กรถูกตัดงบประมาณ (Salvation Army เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร รับบริจาคสิ่งของเพื่อนำมาจำหน่ายในราคาถูกให้แก่คนยากจน และรายได้ส่วนใหญ่ที่ได้มาก็บริจาคต่อให้คนยากจน) ตอนนี้เธอรวบรวมเงินจำนวน 6,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อเรียนต่อหลักสูตรใบประกาศด้านความสวยความงามและทรงผม เพื่อเธอจะได้มีธุรกิจเป็นของตนเอง Khan เล่าว่า ก่อนที่เธอจะตัดสินใจมาอเมริกา เธอคิดว่าอเมริกาจะเป็นที่ที่เธอสามารถทำงานได้อย่างดีแต่เมื่อเธอมาถึง เธอพบว่าหนทางนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด...

ชาวเอเชียอีกสัญชาติหนึ่งที่ดูเหมือนจะได้ภาษีมากกว่าสัญชาติอื่น เนื่องจากเป็นอาณานิคมของ อเมริกันคือ ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 55,000 เหรียญสหรัฐและมีเพียง 10% เท่านั้น ที่มีปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษ ชาวฟิลิปปินส์เริ่มเข้ามาในอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.1964-1965 และส่วนใหญ่เป็นพวก White-collar ในวงการแพทย์ การเข้ามาหางานในตัวเมืองชิคาโก จึงไม่มีอุปสรรคมากนัก แต่กระนั้นก็ยังคงมีชาวฟิลิปปินส์ที่ยากจน ไม่มีบ้าน ไม่มีอาชีพ เป็นคนจรจัดอยู่ตามถนนในเมือง...จากตัวเลขสถิติและจากตัวอย่างคำบอกเล่าของชีวิตจริงเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่มองคนเอเชียในอเมริกา ในภาพรวมภาพใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ มีอันจะกิน ในขณะที่ความเป็นจริง...ยังมีคนเอเชียอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลัง ผจญกับอุปสรรคที่ไม่สู้จะราบรื่นนัก...

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย