Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2546
โลกสวยด้วยดนตรี             
 





โลกสวยด้วยดนตรี

หากไม่นับทำให้คนบางคนรวยขึ้น เพราะหากินกับคำว่า "ศิลปิน" แล้ว ประโยชน์ของดนตรีในมิติต่างๆ (ทั้งในแง่เมโลดี้ของตัวโน้ต หรือความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่แอบแฝงระหว่างตัวโน้ต) คงไม่ต้องบรรยายในแง่หลักการอยู่แล้ว แต่หนังสือเล่มนี้เป็นมากกว่าการบอกว่าดนตรีกาล นั้นมีคุณค่าต่อชีวิตของมนุษย์อย่างไร เพราะการบอกซ้ำครั้งนี้ มีรายละเอียดเชิงวิจัยและสนับสนุนทางปริมาณอยู่มากพอที่จะทำให้คนอ่านเกิดประกายปัญญามากมาย

อย่างน้อยที่สุดก็คือ หยิบซีดี หรือเทปเพลงที่ชอบออกมาฟังกันได้อย่างสบาย ไม่ต้องขัดเขินในรสนิยมของตนเอง แม้ชื่อหนังสือจะดูเหมือนออกไปทางชื่นชมดนตรีคลาสสิก โดยยกเอาสุดยอดที่เป็นหนึ่งใน 4 อัจฉริยะทางดนตรีโลกตะวันตกอย่าง วูล์ฟกัง อามาเดอุส โมสาร์ท มาเป็นหัวข้อเรื่อง อาจจะทำให้คนที่กลัวต้องปีนบันไดฟังดนตรีนึกขยาดและไม่กล้าหยิบอ่าน แต่เนื้อในกลับเปิดกว้างอย่างมาก เพราะแม้จะชื่นชมโมสาร์ทเป็นพิเศษ แต่ก็บอกว่าดนตรีทุกชนิดเป็นยาวิเศษทั้งสิ้น หากไม่ดัดจริตทำเป็นหัวสูง

แม้กระทั่งดนตรีแร็พที่มีกำเนิดจากสังเวียนแก๊งเด็กนิโกรข้างถนนในชิคาโกและนิวยอร์ก ก็มีคุณค่า และเยียวยาจิตวิญญาณได้ดีทีเดียว

โดยเฉพาะบทที่สองนั้น คนที่นิยมอ่านหนังสือเพื่อ "เข้าถึง" ความหมายของชีวิต จะทำให้มุมมองเกี่ยวกับดนตรี และความหมายของ "เสียงดนตรี" เปลี่ยนแปลงไปจากความรู้สึกและความเชื่อเดิมๆ เป็นบทที่มีคุณค่ามาก แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้เน้นมากนัก เนื่องจากมุ่งไปให้ความสำคัญกับรายละเอียดของคุณค่าในการรักษา "บาดแผลทางอารมณ์และวิญญาณ" พร้อมกับตัวอย่างมากมาย จนทำให้หนังสือค่อนข้างจะเป็นการยัดเยียดเลยทีเดียว

กระนั้น หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ใช่หนังสือประเภท How To... ที่น่าเบื่อแต่อย่างใด หากช่วยให้เข้าใจเรื่องได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยบทสำคัญดังนี้

chapter 1 Sound Beginnings : The Mozart Effects บอกถึงที่มาของชื่อหนังสือว่า ทำไมต้องโมสาร์ท ไม่ใช่ บาค (แต่งดนตรีเหมือนนักคณิตศาสตร์เจ้าระเบียบ) เบโธเฟน (ทำให้ตัวโน้ตอ่อนไหวดุจสายลมกล้า) วากเนอร์ (ชาตินิยมจัด) เดอะ บีทเทิลส์ (ง่ายเกินไป) หรือหลุยส์ อาร์มสตรอง (เหมาะสำหรับกลุ่มจำเพาะ) หรือมาดอนน่า (เบาหวิวและหยาบโลนเกิน) เหตุผลก็คือ ดนตรีของโมสาร์ททำให้อารมณ์สงบ เพิ่มสมาธิ ให้อิสระทางอารมณ์แก่ผู้ฟัง ทำให้จิตและกายสื่อสารกันอย่างสอดคล้องได้ดี และมีความถี่สูงช่วยให้ร่างกายผู้ฟังกระปรี้กระเปร่าที่สำคัญ เท้าติดดิน และเปี่ยมด้วยความไร้เดียงสาของเด็กแรกรุ่น

chapter 2 Sound Listening การเจาะและวิเคราะห์เสียง การได้ยิน และการฟัง เพื่อหาอิทธิพลของเสียง (ทุกชนิด) ต่ออารมณ์และบรรยากาศ รวมทั้งเสียงดนตรี อาทิ

- ทำไมคนผอมจึงมีระบบฟังดีกว่าคนอ้วน
- ทำไมดนตรีร็อคจึงมีอันตรายต่อจิตใจและระบบหูของคนฟัง
- ทำไมดนตรีชั้นสูงไม่เหมาะกับหูของคนบ้านนอกที่เคยชินกับเสียงธรรมชาติ (polyphonic music)
- เป็นดนตรีสากลที่มีความหมายได้อย่างไร
- ทำไมจึงต้องเลือกเล่นดนตรีตามสภาพแวดล้อมทางสังคม
- หูซ้ายและขวา มีระบบฟังที่แตกต่างกันอย่างไร

chapter 3 Sound Healing พัฒนาการของการใช้เสียงดนตรีบำบัดบาดแผลทางอารมณ์ในโลกปัจจุบัน

chapter 4 Sound Voice เครื่องมือสำหรับการใช้ดนตรีบำบัด เป็นรายละเอียดพร้อมตัวอย่าง

chapter 5 Sound Medicine เสียงดนตรีที่เหมาะสมในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ และลดความเครียดในชีวิตประจำวัน มีเรื่องน่าสนใจตรงที่เริ่มย้อนกลับไปใช้ดนตรีพื้นเมืองในวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น เพราะเข้าใจได้ง่ายทั้งกระบวนการเคลื่อนไหว เต้น ร้อง (และตะโกน)

chapter 6 Sound Images อธิบายคุณค่าของเสียงดนตรีในการจัดระเบียบอารมณ์และจิตที่สับสนให้เข้าที่ทาง และเกิดความสอดคล้อง กาย-จิต ขึ้นมาด้วยกระบวนการอย่างไร

chapter 7 Sound Intellect การใช้ดนตรีและเสียงดนตรีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะวิธีการของซูซูกิ (Suzuki Method) ที่ใช้ท่วงทำนองดนตรีชิ้นเยี่ยมที่สั้น มาให้ฟังและเล่นซ้ำๆๆๆ (แบบเดียวกับการสวดมนต์ของนักบวชพุทธศาสนาและฮินดู) ซึ่งช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ได้ดีมาก จากผลการทดลองทั่วโลก

chapter 8 Sound Spirit ดนตรีในฐานะสะพานเชื่อมชีวิต-มรณะ โดยเฉพาะการใช้ดนตรีบำบัดผู้ป่วย และคนชรา เพื่อให้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ พร้อมกับอธิบายว่า เพลงศพ (requiem) นั้น มีคุณค่าเพียงใดทางจิตวิทยา

chapter 9 The Eternal Song บทสรุปสั้นๆ ของเรื่องในหนังสือทั้งหมด

Postlude ตัวอย่างการใช้ดนตรีบำบัดสารพัดโรค ตั้งแต่โรคง่ายๆ จนถึงโรคที่ซับซ้อนเป็นกรณีศึกษา เหมาะสำหรับผู้สนใจจำเพาะโดยตรง

หนังสือเล่มนี้คงไม่เหมาะสำหรับอ่านให้จบรวดเดียว แต่ควรวางไว้ใกล้มือเพื่อหยิบฉวยขึ้นมาคลายเครียดก่อนหันไปฟังดนตรีที่ชื่นชอบ และอยากจะชื่นชอบ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย