Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 พฤศจิกายน 2546
ROJANAฉวยอสังหาฯบูมทุ่ม1.2พันล.ทำคอนโดฯหรู             
 


   
search resources

สวนอุตสาหกรรมโรจนะ, บมจ.
โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้
จิระพงษ์ วินิชบุตร
Real Estate




"สวนอุตสาหกรรม โรจนะ"ฉวยจังหวะตลาดอสังหาฯบูมสุดๆ เตรียมแตกไลน์ทำธุรกิจคอนโดมิเนียมหรู บริเวณสุขุมวิท 41 ใช้เงินลงทุน 1,200 ล้านบาท คาดเปิดโครงการและก่อสร้างในไตรมาสแรกปีหน้านี้ ขณะเดียวกัน เตรียมร่วมทุนซื้อโรงไฟฟ้าในจีน ขนาดกำลังผลิต 80-100 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำดิวดิลิเจนซ์ คาดสรุปผลได้ในกลางปี 2547 ส่วนผลกำไรปีนี้อยู่ที่ 400 ล้านบาท โตกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 50-100 ล้านบาท

นายจิระพงษ์ วินิชบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะจำกัด (มหาชน) (ROJANA) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมแตกไลน์ธุรกิจทำโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยเพื่อเช่าหรือขาย โดยเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน บริเวณ สุขุมวิท 41 ในนามบริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ROJANA ถือหุ้นทั้งหมด คาดว่าใช้เงินลงทุน 1,200 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างและเปิดจองขายในไตรมาสแรกของปี 2547

โครงการดังกล่าวจะใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี ทำให้บริษัทรับรู้รายได้ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว โดยประเมินว่า ROJANA จะรับรู้กำไรจากโครงการ อาคารชุดที่พักอาศัยในปี 2547 ประมาณ 200 ล้านบาทและปีถัดไป อีก 200 ล้านบาท

สาเหตุที่ตัดสินใจลงทุนทำคอนโดมิเนียมดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ากำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตลาดบนค่อนข้างมาก ขณะที่เศรษฐกิจในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ายังไปได้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการหันมา ทำธุรกิจคอนโดฯระดับบน

ซึ่งขณะนี้บริษัทฯเตรียมซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวขนาด 2.5 ไร่ ราคาประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการคอนโดฯ โดยแต่ละยูนิตมีขนาดตั้งแต่150-350 ตรม. ราคาเสนอขาย 7 หมื่น/ตรม.

แหล่งเงินทุนที่ใช้ในโครงการ นั้น มาจากกระแสเงินสดในบริษัทประมาณ 400 ล้านบาท ที่เหลือมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินในประเทศ

นายจิระพงษ์ คาดว่า หลังจากปิดโครงการ อาคารชุดที่พักอาศัยในปี 2549 บริษัทฯยังไม่มีแผนจะลงทุนโครงการใหม่เพิ่มเติม เพราะต้องการรอดูสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนั้น และทำเลโครงการจะต้องดีด้วย บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 4,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท

เล็งซื้อโรงไฟฟ้าในจีน

นายจิระพงษ์ กล่าวถึงการลงทุนนอกเหนือ จากโครงการคอนโดฯในปี 2547 ว่า บริษัทฯเตรียมเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะเข้าไปซื้อโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เจ้าของโครงการมีปัญหาทางการเงินหรือนโยบาย บริษัทแม่ต้องการให้ถอนการลงทุน เนื่องจากเห็น ว่าธุรกิจดังกล่าว ROJANA มีประสบการณ์บริหารโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นโอกาสดีในการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ

"ธุรกิจโรงไฟฟ้า หากซื้อได้ราคาต่ำ ได้ รีเทิร์นค่อนข้างดี โดยเน้นซื้อโรงไฟฟ้าของยุโรป และสหรัฐฯที่ลงทุนไว้แล้ว แต่มีปัญหาทางการเงิน ทำให้ต้องขายธุรกิจนี้ไป เราเองก็มีประสบการณ์ บริหารโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้า ไปดูแลโรงไฟฟ้า ซึ่งการไปลงทุนครั้งนี้จะร่วมกับพันธมิตรที่ถือหุ้นอยู่โรจนะ พาวเวอร์อยู่แล้ว"

ขนาดโรงไฟฟ้าที่จะเข้าไปลงทุน 80-100 เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าของจีนระยะยาว ซึ่งเหมือนกับธุรกิจไฟฟ้าที่บริหารงานอยู่ ทำให้มีรายได้และกำไรแน่นอนในระยะยาว หากการเข้า ไปตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน (ดิวดิลิเจนซ์) เป็นที่น่าพอใจ คาดว่าจะลงนามสัญญาซื้อขายโรงไฟฟ้าได้ภายในไตรมาส 2/2547

ด้านแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการทำธุรกิจโรงไฟฟ้านั้น จะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน รวมทั้งบริษัทฯอาจตัดสินใจออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้เพื่อไม่ให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเกินไป หลังจากก่อนหน้านี้ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ (ROJANA-W1) จำนวน 300 ล้านหน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 2 หุ้นสามัญต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ราคาเสนอขาย 0 บาท ต่อหน่วย อัตราการใช้สิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ราคาใช้สิทธิ 3.00 บาท ต่อหุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 600 ล้านบาทเป็น 900 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่เคยตั้งไว้เพียง 300-350 ล้าน บาท เนื่องจากยอดขายที่ดินได้เพิ่มสูงขึ้น รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าส่วนขยายจากเดิม 122 เมกะวัตต์ เป็น 165 เมกะวัตต์และเงินปันผลจากการเข้าไปถือหุ้นในบมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) และปี 2547 บริษัทฯจะมีกำไรสุทธิโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากรับรู้รายได้ในส่วนของโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยและนิคมอุตสาหกรรมที่ฉางโจว ประเทศจีน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย