Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2533








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2533
วิทยาลัยมหานครลงทุนเพื่อสร้างมันสมอง             
 


   
search resources

Education
วิทยาลัยมหานคร
เลอเกียรติ วงศ์สารพิกูล




ปัญหาการขาดแคลนวิศวกรเพื่อรองรับกับความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทางด้านอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ได้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ มีการประเมินว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน วิศวกรขาดแคลนถึง 20,000 คน แต่ในสถาบันการศึกษาทั้งในภาครัฐและเอกชนสามารถผลิตบุคลากรด้านนี้ได้เพียงปีละ 2,000 คน เท่านั้น

การลงทุนเพื่อการสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ๆจึงเป็นช่องว่างในทางการตลาดที่กว้างใหญ่ไพศาลเสียจริงๆ

ขณะเดียวกัน การสร้างสถาบันทางการศึกษาเพื่อสร้างวิศวกรขึ้นมาโดยเฉพาะ อีกทั้งเป็นสถาบันที่มีที่มีคุณภาพเป็นเลิศและเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระหว่างประเทศ อาจเป็นเรื่องที่น่าท้าทายเสียยิ่งกว่า!

วิทยาลัยมหานครจึงเกิดขึ้นด้วยปัจจัยที่สอดรับกันเช่นนี้

"ความมุ่งมั่นแต่ประการเดียวของเราก็คือ การได้ชื่อว่าเป็นสถาบันที่เป็นเลิศทัดเทียมกับมาตรฐานต่างประเทศในการผลิตวิศวกรชั้นเยี่ยม" ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม อธิการวิทยาลัยมหานครกล่าว

เดิมดร.สิทธิชัยจบการศึกษาระดับปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย และเคยเป็นอาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนั้นชั่วระยะหนึ่ง จนกลับมาเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นเวลาถึง 14 ปี เคยเป็นคณะบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะบดีคณะบัณฑิตวิทยาลัย เป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกมาก่อตั้งวิทยาลัยมหานคร

ลำพังดร.สิทธิชัยคนเดียวย่อมไม่มีทางผลักดันวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่งต้องการกำลังทรัพย์มหาศาลมาลงทุนดำเนินการอย่างแน่นอนผู้สนับสนุนคนสำคัญของวิทยาลัยมีด้วยกันสองคน คนแรกคือยงศักดิ์ คณาธนะวนิชย์ เจ้าของบริษัทแหลมทองสหการ ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ และธุรกิจการเกษตรครบวงจร

อีกคนคือทางด้านครอบครัวปลัดกระทรวงมหาดไทยคนล่าสุดคืออนันต์ อนันตกูล

โดยเฉพาะที่ดินจำนวน 20 ไร่ที่หนองจอกอันเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยนั้นเป็นของคุณพ่อของปลัดอนันต์นั่นเอง

ผู้สนับสนุนทั้งสองคนรู้จักกับ ดร.สิทธิชัยมาเก่าแก่โดยเฉพาะยงศักดิ์นั้นมีกิจการต้องพึ่งพาวิศวกรเป็นจำนวนมาก ซึ่งย่อมจะต้องเข้าใจถึงความจำเป็นในการลงทุนเพื่อสร้างบุคลากรด้านนี้เป็นอย่างดี

"เราไม่ได้มองถึงเรื่องระยะคืนทุนหรือกำไรเป็นปัจจัยหลัก เพราะหากมองเรื่องนั้นเป็นสำคัญ ก็น่าจะไปลงทุนด้านอื่นดีกว่า" ดร.เลอเกียรติ วงศ์สารพิกูล ผู้จะรับหน้าที่เป็นคณะบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของวิทยาลัยกล่าว

การลงทุนในเบื้องต้นคือ 140 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสร้างอาคารเรียน ห้องสมุด ห้องแลบและเตรียมการด้านอื่น ซึ่งการก่อสร้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วทันเปิดเทอมในเดือนมิถุนายนนี้

โดยเฉพาะห้องสมุดนั้น ดร.เลอเกียรติกล่าวว่า ทางวิทยาลัยตั้งใจจะให้เป็นแหล่งรวมตำราวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของไทย

ส่วนหลักสูตรการเรียนการสอนนั้น ก็ผ่านการรับรองจากทบวงมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายความว่า เมื่อนักศึกษาเรียนจบจากวิทยาลัยมหานครแล้ว จะสามารถโอนหน่วยกิตไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลียได้ทันที ส่วนนักศึกษาที่จะรับในงวดแรกคือ 200 คน

"ค่าใช้จ่ายของนักศึกษาต่อหัวต่อปีก็ประมาณ 3 หมื่นบาท ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นอัตราค่าใช้จ่ายในการผลิตวิศวโดยทั่วไป เพียงแต่ในมหาวิทยาลัยของรัฐนั้น นักศึกษาเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าหน่วยกิตเพียง 1-2 พันบาทต่อปี ที่เหลือนั้นเป็นภาระของรัฐไป" ดร.เลอเกียรติอธิบาย

ทางด้านอาจารย์นั้น นอกเหนือจาก ดร.สิทธิชัยและ ดร.เลอเกียรติซึ่งมาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังแล้ว ยังมีอาจารย์จากสถาบันเดียวกันมาร่วมทีมอีก 3-4 คน และอาจารย์จากที่อื่นๆ อีก 5-6 คนซึ่งพียงพอต่อการเริ่มต้นในระยะแรก นอกจากนั้นก็มีลูกสาวของยงศักดิ์ 1 คนและลูกสาวของอนันต์อีก 2 คนมาเป็นกรรมการสภาวิทยาลัยอีกด้วย

"ปัญหาขาดแคลนอาจารย์ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ก็รุนแรงพอๆ กับขาดแคลน บัณฑิตวิศวะนั่นแหละ ก็คุณคิดดูนะอาจารย์จบปริญญาตรีเงินเดือน 4-5 พัน ถ้าจบปริญญาเอกอย่างเก่งก็ 8 พันบาท อาจารย์ก็เลยลาออกไปสู่ภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก ทางวิทยาลัยของเราก็เห็นปัญหานี้อัตราเงินเดือนที่เราให้ก็ย่อมจะให้มากกว่าพอสมควรตามวุฒิ และประสบการณ์และอาจจะเปิดโอกาสให้อาจารย์ไปทำงานวิจัยภายนอกได้ภายแต่ต้องตกลงเรื่องชั่วโมงทำงานให้ชัดเจน" ดร.เลอเกียรติกล่าว

เรื่องความนิยม และความยอมรับ ในสายตาคนทั่วไปต่อสถาบัน ซึ่งวิทยาลัยเอกชนย่อมจะสู้ มหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้นั้น ดร.เลอเกียรติ กล่าว

"มหาวิทยาลัยของรัฐมีระยะเวลาสะสมประสบการณ์และชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน ย่อมได้เปรียบ แต่ผมก็เชื่อว่าด้วยการทุ่มเททั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์การเรียนการสอน เราอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่ก็เชื่อว่านักศึกษาของเราจะต้องมีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในสายตาคนทั่วไปอย่างแน่นอน"

นักศึกษารุ่นแรกที่จะจบในอีก 4 ปีข้างหน้า ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุด!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย