The 3rd Generation

โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

มูลค่าการซื้อขายหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างดึงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ มิใช่เป็นเพียงการบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่ยังเป็นภาพสะท้อนถึงบทบาทของพัฒนาการทางเทคโนโลยี ที่ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเล่นหุ้นของนักลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังเริ่มขยายตัวขึ้น อย่างรวดเร็ว

หากย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2532 เมื่อครั้งที่การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ยังคงใช้วิธีเคาะกระดาน คนส่วนใหญ่ล้วนแต่หัวเราะ เพราะไม่เชื่อ เมื่อมีคนออกมาบอกว่าหากมีการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ มูลค่าการซื้อขายหุ้น มีโอกาสจะพุ่งขึ้นถึงวันละ 10,000 ล้านบาท

ฉันใดก็ฉันนั้น มูลค่าการซื้อขายหุ้น ที่พุ่งขึ้นถึงระดับ 6.5 หมื่นล้านบาท เมื่อต้น เดือนพฤศจิกายน ซึ่งหลายคนล้วนตื่นเต้น ตกใจ แต่ในมุมมองของผู้ที่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ย่อมคาดการณ์ได้ก่อน แล้วว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมาก

ตลาดหุ้นในปัจจุบันเมื่อมองในเชิง ของพัฒนาการแล้ว สามารถกล่าวได้เต็มปากว่าได้ก้าวเข้ามาสู่ Generation ที่ 3 ต่อจากยุคเคาะกระดาน และเปลี่ยนมาเป็น ยุคของการนำระบบ Computer Matching เข้ามาใช้ในการซื้อขายเมื่อเกือบ 15 ปีก่อน

ใน Generation นี้ ตลาดหุ้นได้ก้าวเข้าสู่ยุคของอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี ซึ่งจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการ ลงทุน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายรวมตลอดตั้งแต่กระบวนการศึกษาหาข้อมูล การนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ ไปจนกระทั่งถึงการตัดสินใจว่าจะซื้อ หรือขายหุ้น

"พฤติกรรมของนักลงทุนกำลังเริ่มเปลี่ยนไป ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้ มีนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ที่เขาสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตมาวิเคราะห์ และตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็น ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่การตลาด" กิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เคยบอกกับ ผู้จัดการ" ไว้ ตั้งแต่ครั้งเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว

อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นเทคโนโลยี ที่ทำให้การซื้อขายหุ้นในวันนี้ สามารถทำได้ง่ายอย่างไร้ขีดจำกัด

"การซื้อขายหุ้นทุกวันนี้ สามารถทำ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ไม่จำกัดว่าต้องผ่านเฉพาะช่องทางห้องค้าของโบรกเกอร์เหมือนในอดีต" ดร.วิทยา วัชระวิทยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเซ็ทเทรด ดอท คอม ย้ำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงกับ "ผู้จัดการ"

ความสะดวกสบายอย่างไร้พรมแดนนี่เอง ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มูลค่าการซื้อขายหุ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน

"ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายหุ้นที่ผ่านทางช่องทางอินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนประมาณ 8% คิดคร่าวๆ ในวันที่มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 60,000 ล้านบาท เป็นคำสั่งซื้อขายที่มาจากอินเทอร์เน็ต ประมาณ 4,800 ล้านบาท" ดร.วิทยาคำนวณ

บริษัทสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ได้เริ่มนำเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตเข้ามาให้บริการกับนักลงทุนตั้งแต่เมื่อต้นปี 2543 เริ่มจากบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปส์ เป็นแห่งแรกในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดตั้งบริษัทเซ็ทเทรด ดอท คอม ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลการพัฒนากระบวน การซื้อขายหุ้นผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ

ปัจจุบันมีบริษัทสมาชิกหลักทรัพย์ที่ให้บริการการซื้อขายหุ้นทางอินเทอร์เน็ตประมาณ 25 ราย ในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่เป็นสมาชิกของเซ็ทเทรด ดอท คอม จำนวน 15 ราย

ตั้งแต่เริ่มมีบริการนี้มากว่า 3 ปี ในปีนี้เป็นปีที่การลงทุนผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จำนวนบัญชีที่เปิดเพื่อซื้อขายผ่านช่องทางนี้ ได้ขยายตัวจาก 1.8 หมื่นบัญชีในไตรมาสแรก เป็น 2.1 หมื่นบัญชีในไตรมาสที่ 2 และ 2.9 หมื่นบัญชี เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 3

เมื่อคิดเป็นสัดส่วนแล้วตกประมาณ เกือบ 10% ของจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นโดยรวม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 แสนบัญชี

"แนวโน้มยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเท่าที่ผมเฝ้าดู ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา มีการเปิดบัญชีใหม่วันละไม่ต่ำกว่า 50 บัญชีทุกวัน เฉลี่ยในแต่ละเดือนจะมีบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 บัญชี" ดร.วิทยาบอก

ส่วนมูลค่าการซื้อขายเมื่อวัดจากจำนวนเงินแล้ว ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ซึ่งมูลค่าการซื้อขายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต มีส่วนแบ่งประมาณ 8% ขณะที่ตัวเลขรวมของทั้ง 3 ไตรมาส การซื้อขายผ่านช่องทางของอินเทอร์เน็ตมีส่วนแบ่งเพียง 5%

เซ็ทเทรด ดอท คอม ได้ตั้งเป้าหมายสำหรับปีหน้าไว้ว่าจะต้องมีบัญชีซื้อขายหุ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 หมื่นบัญชี

ดร.วิทยามองว่าการนำเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในการซื้อขายหุ้น ทุกวันนี้ ไม่แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ธนาคารพาณิชย์นำระบบ ATM เข้ามาใช้ในการเบิก ถอนเงินสดให้กับลูกค้า เพราะหลังจากใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมของคนให้เคยชิน กับเทคโนโลยีใหม่ไประยะหนึ่ง ATM กลับกลายเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากกว่า การเข้าไปทำธุรกรรมกับเคาน์เตอร์สาขา

เมื่อวันที่ 15-18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตัวแทนของบริษัทสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่มหนึ่งได้เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดูงานด้านการซื้อขายหุ้นผ่าน ช่องทางอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ

การเลือกไปดูงานยังประเทศเกาหลี ใต้ ดร.วิทยาให้เหตุผลว่าเป็นเพราะประเทศนี้ถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบการซื้อขายหุ้นทางอินเทอร์เน็ต เพราะได้มีการเริ่มนำระบบนี้มาใช้ในการซื้อขายแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี ตั้งแต่ยุคที่อินเทอร์เน็ตเพิ่งจะเริ่มเป็นที่รู้จักกันใหม่ๆ

"ปัจจุบันตลาดหุ้นในกรุงโซลการซื้อขายหุ้นผ่านช่องทางของอินเทอร์เน็ต มีสัดส่วนสูงถึง 52%"

หากการดูงานครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ สามารถได้รับวิชาการความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำ มาใช้ในการพัฒนาระบบการซื้อขายหุ้น ผ่านทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ในอนาคตมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นวันละ 6.5 หมื่นล้านบาท ที่หลายคนตื่นเต้น อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.