Return

โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โลโกของ บล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่พร้อมกับชื่อของบริษัท ที่ได้หวนกลับมาใช้ว่า บล.ภัทร อีกครั้งหนึ่ง

"โลโกนี้สามารถมองออกไปได้หลาย อย่าง ทั้งเป็นรูปตัวอักษร "ภ" เพียงตัวเดียว หรือมองเป็นคำว่า "ภัทร" รวมถึงการมองให้เป็นรูปช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติที่มีทั้งความแข็งแกร่ง และสุขุม" บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการ บล.ภัทรอธิบาย

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบล.ภัทรครั้งนี้ เป็นผลมาจากกระบวนการซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยกลุ่มผู้บริหาร (Management Buy-out : MBO) ได้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์

ตั้งแต่ต้นปี 2546 กลุ่มผู้บริหารบล.ภัทร ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป จำนวน 50 คน ได้เจรจาขอซื้อหุ้นใน บล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร คืนจากผู้ถือหุ้น ใหญ่ 2 ราย คือ Merrill Lynch วาณิชธนกิจรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา และธนาคารกสิกรไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถือหุ้นอยู่ในบล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร อยู่รายละ 49% และ 51% ตามลำดับ เพื่อต้องการให้การดำเนิน ธุรกิจมีความคล่องตัว ไม่ต้องติดยึดอยู่กับกรอบนโยบายของบริษัทแม่

ขณะเดียวกัน Merrill Lynch เองก็มองว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในบล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร เริ่มที่จะไม่คุ้ม จึงมีความประสงค์จะขายหุ้นที่ถืออยู่ออกมา

Merrill Lynch ได้ถูกเชิญเข้ามาถือหุ้นใน บล.ภัทร เมื่อกลางปี 2541 หลังจากเกิดวิกฤติค่าเงินบาท ทำให้ในครั้งนั้น บล. ภัทรต้องเปลี่ยนชื่อเป็น บล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร

"ชื่อ บล.ภัทร ก็เป็นชื่อเดิมที่เราเคยใช้มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2540 หลังจากที่มีการแยกธุรกิจเงินทุน และหลักทรัพย์ออกจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ภัทรธนกิจ" บรรยงบอก

"การได้มีโอกาสร่วมลงทุนกับ Merrill Lynch เหมือนกับเรามีโอกาสได้เข้าโรงเรียนธุรกิจหลักทรัพย์ชั้นนำของโลก 5 ปีที่ผ่านมา ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ต่างได้รับเทคโนโลยีใหม่ที่ Merrill Lynch ได้ถ่ายทอดให้ จนเรามีความมั่นใจว่าสามารถทำเองได้ ไม่แพ้ในสมัยที่ยังมีเขาถือหุ้นอยู่ในบริษัท" เขาเสริม

ปัจจุบันทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วของ บล.ภัทร อยู่ที่ 1,250 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น 62 ราย เป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป 50 ราย ถือหุ้นอยู่ 90% ส่วนอีก 12 ราย เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งถือเป็นผู้มีอุปการคุณแก่บริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 10%

ในจำนวนนี้มีวิโรจน์ นวลแข อดีตประธานกรรมการ กิตติมศักดิ์ของ บล. เมอร์ริล ลินช์ ภัทร ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมถือหุ้นด้วย 4%

ส่วนตัวของบรรยงซึ่งปัจจุบันดำรง ตำแหน่งประธานกรรมการ เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนสูงที่สุด 8%

การดำเนินธุรกิจของ บล.ภัทร หลังจากนี้ไปจะมีลักษณะของ Security Firm คือเป็นบริษัทที่พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจ และมี Stock Option ที่ให้โอกาสพนักงานได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้น ตามอายุงานและความสามารถ

"เราได้กันหุ้นจำนวน 25% ของทุนจดทะเบียนบริษัทไว้เพื่อให้เป็นรางวัล และโบนัสในการทำงานกับพนักงาน"

ปัจจุบัน บล.ภัทรมีพนักงานทั้งสิ้นจำนวน 150 คน

ลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะเดียวกันกับ Law Firm หรือ Audit Firm ซึ่งบล.ภัทรถือเป็น Security Company รายแรกที่เริ่มนำรูปแบบนี้มาใช้กับธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่หากไม่เป็นบริษัทในเครือของธนาคารพาณิชย์ ก็เป็นธุรกิจของตระกูลใดตระกูลหนึ่งเท่านั้น

และถือเป็นรูปแบบที่พนักงานของบล.ภัทร จะมีความชัดเจนในเส้นทางการทำงานมากที่สุด

ส่วนแนวทางการทำธุรกิจของบล.ภัทร ก็ยังคงยึดในหลักการเดิมคือมุ่งเน้นธุรกิจวาณิชธนกิจ ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์จะเน้นรับแต่ลูกค้าสถาบันและลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งมีความเข้าใจในการลงทุนอย่างถ่องแท้

ส่วนนักเก็งกำไรรายย่อยที่ซื้อขายหุ้นตามอารมณ์ของตลาด ยังยืนยันที่จะไม่รับอย่างเด็ดขาด



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.