6 Weeks to 6 Hours

โดย วิลาวรรณ ผคังทิว
นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

การเดินทางมาพบปะลูกค้าด้วยตนเองของ Pamela Lopker ผู้ก่อตั้งและประธานของ QAD Inc. โดยการจัดมอร์นิ่งทอล์คกับผู้บริหาร เป็นสัญญาณถึงความจริงจังกับตลาดเอเชียแปซิฟก และตั้งเป้าขยายตลาดในภูมิภาคนี้ให้มากขึ้น

ลูกค้าเหล่านี้คือ เอกรัตน์เอนจิเนียริ่ง โอเชี่ยนกลาส วอลโว่ ฮิตาชิคอนซูเมอร์โพรดักส์ และอีก 6 รายใหญ่ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือการนำเสนอโปรแกรมการบริหารสินค้าคงคลัง ในชื่อว่า 6 Weeks to 6 Hours ที่มีจุดเด่นในการร่นระยะเวลา นับจากการออร์เดอร์สินค้าไปจนถึงปลายทางการได้รับสินค้า จากเดิมที่กระบวนการ กินเวลาถึง 6 สัปดาห์ เหลือเพียง 6 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่มีซอฟต์แวร์ที่ช่วยลดเวลาการทำงานได้มากขนาดนี้มาก่อน นอกจากประโยชน์ในแง่ความเป็น Lean manufac-turing แล้ว ระบบ Electronic Data Interchange (EDI) จะเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยให้การเชื่อมโยงระหว่างซัปพลายเออร์ชิ้นส่วน ผู้ผลิตหรือประกอบสินค้า และจุดปล่อยสินค้าปลายทาง เป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น ทำให้อุตสาห-กรรมการผลิตยุคใหม่มีความคล่องตัวสูง ต้นทุนการสต็อกสินค้าลดลง ใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า

ขณะเดียวกันก็สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้มากขึ้น และส่งผลดีต่อศักยภาพ ในการแข่งขันของธุรกิจในที่สุด QAD จึงมองว่า 6 Weeks to 6 Hours จะพลิกโฉมการทำธุรกิจ ให้สามารถลดต้นทุนและ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และเตรียมจะเปิดตัวในงาน User Conference ที่ปีนี้คาดว่าจะจัดขึ้นในราวกลางเดือนพฤศจิกายนนี้สำหรับลูกค้าในไทย

สมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท QAD I&I จำกัด ซึ่งร่วมทุนกับ QAD Inc. มาตั้งแต่ปี 2534 และรับผิดชอบตลาดประเทศ ไทยโดยเฉพาะ ได้ขานรับสัญญาณการมุ่งขยายตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ QAD Inc. ด้วยการทำยอดรายได้เพิ่มขึ้น 31% โดยเฉพาะด้านการขายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์โตขึ้นถึง 76% ซึ่งเขามองว่าเป็นเพราะการใช้ซอฟต์แวร์เหล่านี้ในเมืองไทยยังถือว่าอยู่ในช่วงที่ผู้บริโภคกำลังเรียนรู้ แม้รายใหญ่กว่า 130 รายเริ่มใช้ไปแล้ว แต่รายกลางเพิ่งทยอยใช้ ทำให้มีช่องว่างในตลาดอีกมากสำหรับการขยายตัวของตลาดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ประกอบกับการย้ายฐานการผลิตทั่วโลก มายังเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น ซึ่งบริษัทอุตสาหกรรมการผลิตส่วนใหญ่ที่มาจากอเมริกาและยุโรปก็เลือกใช้ซอฟต์แวร์ ของ QAD อยู่แล้ว

สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ QAD I&I ในเมืองไทย อาทิ Ford, Visteon, Volvo, Yuasa Battery, Zexel, Avon, Berli Jucker, Alcatel, Hitachi, Lucent Technologies, อำพลฟู้ด, มาลีสาม พราน, Asahi-Thai Alloy, B.Grimm Holding, Pan Asia Paper, Thai-German Ceramic Industry, World Gas, Boots, องค์การเภสัชกรรม เนื่องจาก QAD เป็นที่ยอมรับสูงว่ามีความชำนาญซอฟต์แวร์ด้าน ERP และ SCM สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโดยเฉพาะ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.