ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการใช้จ่าย

โดย น้ำค้าง ไชยพุฒ
นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ ลูกค้าของร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั้ง 3,000 สาขา และโรงภาพยนตร์ทุกแห่งของ SF ไม่จำเป็นต้องพกพาเงินสดติดตัว ขอเพียงมีบัตร Smart Purse ใบเดียว ก็สามารถซื้อสินค้าและตัวหนังได้อย่างสะดวกสบาย และไม่ต้องต่อคิว

SF Cinema City ถือเป็นลูกค้ารายแรกของบริษัทไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ที่ยอมควักเงินลงทุนหลายสิบล้านบาทเพื่อพัฒนาระบบซอฟต์แวร์หลังบ้าน ในการรองรับระบบการชำระเงินด้วยบัตร "Smart Purse" หลังไทยสมาร์ทคาร์ดประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในการใช้จ่ายเงินนับจากนี้ไป

บัตร Smart Purse ถือเป็นเทคโน โลยีล่าสุดที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมการชำระเงินค่าตั๋วภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ของ SF รวมถึงธุรกิจในเครืออย่าง Music City และ โบว์ลิ่ง จากเดิมที่เป็นการชำระด้วยเงินสดและบัตรเครดิต มาเป็นการชำระด้วยบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ contactless

ด้วยเทคโนโลยีของบัตรแบบใหม่นี้ ลูกค้าของ SF เพียงแต่ซื้อบัตร Smart Purse ในราคาบัตรละ 250 บาทจากร้านค้า เซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขา พร้อมเติมเงินสด เข้าไปในบัตรขั้นต่ำ 100 บาทไปจนถึง 10,000 บาท และสามารถนำมาเป็นบัตรที่จะชำระเงินได้ตลอดระยะเวลา 3 ปี ของอายุบัตร โดยผ่านการสัมผัสกับเครื่องอ่านโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

จุดเด่นของการใช้บัตรแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกในการจ่ายเงิน ที่ผู้ใช้ไม่ต้องพกพาเงินสดไว้ในกระเป๋าเมื่อไปซื้อตั๋วหนัง แต่อยู่ที่การซื้อตั๋วได้เองผ่านทางตู้คีออสหน้าโรงภาพยนตร์ในเครือทั้งหมดที่รับเฉพาะบัตร Smart Purse โดยไม่ต้องไปยืนต่อแถวที่หน้าเคาน์เตอร์เหมือนที่ผ่านมา พร้อมๆ กับสามารถใช้บัตรนี้ในการซื้อสินค้าหรือจ่ายค่าบริการ อุปโภคและ บริโภคที่ร้านเซเว่นฯ ทุกสาขาในประเทศ

ไทยสมาร์ทคาร์ดเองยังอาศัยจุดเด่น ในความสะดวกของการใช้บัตรดังกล่าว ประกอบเข้ากับการใช้จ่ายเงินสดของคนทั่วประเทศในแต่ละปีที่คิดเป็นร้อยละ 80 ของระบบการใช้จ่ายเงินทั้งหมด เพื่อเตรียม ที่จะจับมือพันธมิตรอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งพันธมิตรประเภทร้านหนังสือ, ร้านอาหารจานด่วน, ร้านขนม, ร้านกาแฟ, สถานบันเทิง, ระบบขนส่ง และอื่นๆ เพื่อผนวกรวมการใช้บริการร่วมกัน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ในแง่ของการสะสมแต้ม ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จในการกระตุ้นให้คนหันมาใช้จ่ายกันมากขึ้น ที่หลายๆ ประเทศ ทั้งสิงคโปร์, ฮ่องกง, ไต้หวัน หรือมาเลเซีย ได้ยืนยันไปแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไทยสมาร์ทคาร์ดคาดหวังว่า พันธมิตรทั้งหมดที่จะเข้ามาร่วมในการใช้ Smart Purse กับระบบการชำระค่าใช้จ่าย สินค้าและบริการของตนจะทำให้ปีนี้ บัตรแบบนี้มีมากถึง 2 ล้านใบทั่วประเทศ และรูปแบบของการใช้จ่ายเงินสดด้วยบัตรแบบนี้ยังจะขยายไปสู่บัตรเอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรของไทยสมาร์ทคาร์ดด้วย

นั่นหมายถึงว่าในอนาคตอันใกล้ บัตรเอทีเอ็มที่เคยเป็นแถบแม่เหล็ก เพิ่งเปลี่ยนมาเป็นแบบฝังชิปหรือสมาร์ทการ์ด ที่รวมความสามารถของการเป็นบัตรกดเงิน ตามตู้เอทีเอ็มและเป็นบัตรเดบิตในตัว จะถูกพ่วงเอาการผูกเงินสดที่เติมเงิน ได้ผ่านเคาน์เตอร์ของเซเว่นฯ ได้ด้วย

เฉลิมชัย ฉัตรชัยกนันท์ Chief Commer-cial Officer ของไทยสมาร์ทคาร์ดไม่ปฏิเสธว่า ท้ายที่สุดแล้ว บัตรแบบนี้จะทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับค่าใช้จ่ายรายปีที่เพิ่มขึ้นจากการเลือกใช้บัตรแบบนี้ของธนาคาร เพราะปัญหาด้านต้นทุนในการผลิตบัตร ซึ่งรวมเอาทั้งแถบแม่เหล็กและชิปเอาไว้ด้วยกัน ในกรณีที่กดเอทีเอ็ม ซึ่งใช้แถบแม่เหล็กและใช้สัมผัสกับตัวเครื่องอ่าน Smart Purse ซึ่งเป็นเทคโนโลยี contactless ที่แพงกว่าบัตรสมาร์ทการ์ดปกติ หรือบัตรแถบแม่เหล็กธรรมดา

ไทยสมาร์ทคาร์ดยังมองเห็นลู่ทางในการสร้างรายได้จากการขยายฐานการเติมเงินจากเดิมที่เติมได้เฉพาะหน้าเคาน์เตอร์ของเซเว่นฯ ทุกสาขา มาเป็นการ เติมเงินได้จากตู้เอทีเอ็มทุกตู้ของธนาคารที่เป็นพันธมิตร ทุกร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Smart Purse ผ่านโทรศัพท์มือถือ และการ พัฒนาตัวเครื่องที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน ทางเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อวางขาย ทำให้ลูกค้าสามารถเติมเงินได้ทุกที่ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตเข้าถึง

แม้จะมีจุดเด่นในแง่ความสะดวกและการที่มีธนาคารเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตลาด Smart Purse อาจจะเติบโตอย่าง มากในอนาคต แต่ประเด็นความปลอดภัยในการใช้บัตรก็กลายมาเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ ผู้บริโภคหลายรายลังเลอยู่ว่าจะใช้บริการเทคโนโลยีนี้หรือไม่ เพราะหากบัตรหาย ก็เหมือนกับเงินหายไปด้วยไม่ต่างอะไรกับเงินสดในกระเป๋าหาย

"อย่างไรเสียเทคโนโลยีแบบนี้ก็จะมาถึง จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ยิ่งกว่านั้นวิถีการใช้ชีวิตของคนก็เปลี่ยนไปทางไหนที่สร้างความสะดวก ผมเชื่อว่าผู้บริโภคก็จะมักจะเลือก หากว่าไม่ยากเกินไปที่จะหยิบมาใช้ ผมจึงเชื่อว่าในอนาคต Smart Purse จะ success แน่นอน" สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ President ของ SF Cinema City กล่าวไว้ในวันแถลงข่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.