จีอีทุ่ม 200 ล้านรีแบรนด์ใหม่เดินเกมเชิงรุกสินเชื่อโต20%


ผู้จัดการรายวัน(18 กุมภาพันธ์ 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

จีอี ปรับกลยุทธ์เชิงรุกในปี 2548 หวังเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อรายย่อย ทุ่มเงิน 200 ล้านบาท รีแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ "จีอี มันนี่" ทั่วโลก ตั้งเป้าโต 15-20% ลดลงจากปีนี้ที่โตกว่า 35% พร้อมเตรียมเปิดดำเนินการธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย ต้นปีหน้า

นายพิริยะ วิเศษจินดา ประธานจีอี มันนี่ ประเทศไทย กล่าวว่า จีอีได้ประกาศเปลี่ยนชื่อธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศไทย เป็น "จีอีมันนี่" เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของจีอีในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจีอีจะใช้แบรนด์ "จีอี มันนี่" เป็นกลยุทธ์หลักในปี 2548 นี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อของไทยท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง

โดยในปี 2548 นี้ จีอีคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคประมาณ15.20% จากปี 2547 ที่มีอัตราการขยายตัวประมาณ 35% โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 มียอดสินเชื่อจำนวน 125,000 ล้านบาท และมีจำนวนลูกค้าประมาณ 3 ล้านคน ขณะที่ตลาดสินเชื่อเพื่อบริโภคโดยรวมจะมีอัตราการขยายตัวประมาณ 10-12%

นายพิริยะ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา จีอีมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลของสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคอยู่ที่ระดับประมาณ 1.5% น้อยกว่าอุตสาหกรรมที่มีหนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ประมาณ 2-3%

"ในปี 2548 นี้ นับเป็นปีที่ท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในไทย แม้ธุรกิจจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่จะมีอัตราการชะลอตัวลงเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง และมีจำนวนผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ครั้งนี้จะมีการใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดันให้จีอีมันนี่เป็นผู้นำ 1 ใน 2 ของตลาดสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท"

ทั้งนี้ การให้บริการสินเชื่อของจีอีมันนี่ ประกอบด้วย 5 ประเภทหลัก คือ 1. สินเชื่อรถยนต์ 2. บัตรเครดิต ที่ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา 3. สินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้าผ่อนชำระ 4. สินเชื่อบุคคล และ 5. บัตรเครดิตห้างสรรพสินค้า

สำหรับแบรนด์จีอีมันนี่จะเริ่มใช้กับธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบุคคลและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้รวมถึงธนาคาร เพื่อรายย่อยแห่งใหม่ที่จะใช้ชื่อ "ธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย" ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2548 นี้ ส่วนผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆจะเริ่มทยอยปรับให้เข้ามาอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกัน ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่มีความแข็งแกร่งในแบรนด์อยู่แล้ว เช่น เฟิร์ส ช้อยส์ ควิกแคช อาจจะต้องมีการการทบทวนหรือศึกษาอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อยนั้น นายพิริยะกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2548 และเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นไป

"การขยายสู่ธุรกิจธนาคารจะช่วยให้จีอีสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการรับฝากเงินโดยธนาคารจีอี มันนี่ฯจะยึดนโยบายหลักในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้ง่าย"

ส่วนประเด็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาควบคุมธุรกิจสินเชื่อบุคคลโดยเฉพาะเรื่องของการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระนั้น นายพิริยะกล่าวว่า ขณะนี้จีอียังไม่ทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการแต่ก็ได้มีการศึกษาเพื่อเตรียมพร้อม และก็พร้อมจะทำตามหลักเกณฑ์ของทางการ รวมทั้งการปรับกลยุทธ์เพื่อตลาดเชิงรุกมากขึ้น

"เราให้ความร่วมมือกับทางการอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อทางการจะออกมาตรการเข้ามา เราสามารถปรับเข้ากับเกณฑ์ใหม่ได้"


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.